
25 เม.ย.2566- นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 เม.ย. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประชุมเพื่อรับทราบสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ และติดตามความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือคนไทยในซูดาน ซึ่งจากข้อมูลกระทรวงการต่างประเทศมีคนไทยในซูดาน ลงทะเบียนเพื่อขออพยพกลับประเทศไทยทั้งหมด 212 คน และคู่สมรสชาวต่างชาติ 3 คน นัดหมายรวมพลกันในจุดที่ปลอดภัย เพื่อเตรียมเคลื่อนย้ายแล้ว แต่เนื่องจากระบบอินเตอร์เน็ทเกิดความขัดข้อง เป็นอุปสรรคต่อการติดต่อสื่อสาร จึงต้องดูสถานการณ์หน้างานอีกครั้ง ถึงจะสรุปได้ว่ามีคนไทยได้อพยพรวมแล้วทั้งหมดกี่คน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โดยช่วงบ่ายวันที่ 24 เม.ย. สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ร่วมกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ กรุงคาร์ทูม ได้จัดให้คนไทยในซูดานกว่า 200 ชีวิต ออกเดินทางโดยรถบัสออกนอกพื้นที่กรุงคาร์ทูมแล้ว โดยจะเดินทางไปยังจุดที่ปลอดภัยเพื่อรอการเดินทางออกจากซูดานต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับมิตรประเทศเพื่อสนับสนุนแผนการอพยพ โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย และอียิปต์ ที่ได้แสดงความพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ได้มีการดำเนินการขออนุญาตเส้นทางบินให้เครื่องบินของกองทัพอากาศไปยังประเทศใกล้เคียงไว้ด้วยแล้ว เบื้องต้นคาดว่า จะเดินทางมาถึงท่าอากาศยานดอนเมืองในวันที่ 27 เมษายน 2566 เวลา 20.00 น.
รองโฆษกประจำสำนัดนายกฯ กล่าวว่า ล่าสุด เช้าวันที่ 25 เม.ย. คนไทย 212 คน และคู่สมรสชาวต่างชาติ 3 คน เดินทางถึงเมือง Port Sudan แล้วอย่างปลอดภัย จากปฏิบัติการของกระทรวงการต่างประเทศ และจะลงเรือของทางการซาอุดีอาระเบียต่อไปยังเมืองเจดดาห์ เพื่อรอการอพยพกลับไทยโดยเครื่องบินกองทัพอากาศ ซึ่งขณะนี้ได้รับอนุญาตการบินเรียบร้อยแล้ว และมีกำหนดทำการบินจากไทยไปเจดดาห์คืนนี้
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ทั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งทั่วไปที่จะถึงนี้ สถานการณ์ในซูดานที่เกิดขึ้น เข้าตามเกณฑ์กฎหมาย คือเหตุจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอื่น ๆ สามารถกำหนดวันลงคะแนนใหม่ได้ 2 ครั้ง ถ้ายังเกิดเหตุอยู่ครั้งที่ 3 ก็ให้งดการลงคะแนนได้ จึงให้ถือว่าผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไว้นั้นไม่เป็นผู้เสียสิทธิที่แจ้งเหตุว่าไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ส่วนจะสามารถใช้สิทธิได้หรือไม่ต้องไปดูช่องทางกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง
“รัฐบาลขอให้มั่นใจว่า คนไทยทุกคนจะมีความปลอดภัย และได้รับการดูแลอย่างดี ในปฏิบัติการเคลื่อนย้ายคนไทยในซูดาน ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในพื้นที่ และความไม่แน่นอนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ตลอด พร้อมกับได้ประสานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องให้เตรียมความพร้อมในเรื่องการอพยพแล้ว ทั้งนี้ ในส่วนของ ศอบต. ได้เตรียมแนวทางให้ความช่วยเหลือ และดูแลนักเรียน นักศึกษาจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เดินทางกลับจากสาธารณรัฐซูดาน โดยจัดตั้งศูนย์ประสานงานฯ และกำหนดแผนรองรับการนำนักศึกษาสู่ภูมิลำเนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้” นางสาวรัชดา กล่าว
สำหรับญาติของนักเรียนและคนไทยในซูดานที่ประสงค์จะสอบถามสถานการณ์ ได้ที่ หมายเลขฉุกเฉิน (096-165-7120 / 096-352-0513 / 096-352-9015) รวมทั้งสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไคโร ได้เปิดช่องทางการติดต่อเพื่อขอรับความช่วยเหลือที่หมายเลข +201 0194-01243 หรืออีเมล [email protected].
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลชวนใช้ ‘แจ้งรัฐ’ บนแอปทางรัฐ แจ้งปัญหาหน่วยงานราชการแบบครบวงจร
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยออนไลน์ที่กระทบประชาชน
รัฐบาลแจง 'ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช. แต่จัดสรรผ่านกองทุน
รองโฆษกรัฐบาลแจง 'ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง' ไม่ใช่แจกเงินปชช.โดยตรง แต่เพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน ลดพึ่งพาหนี้นอกระบบ จัดสรรผ่านกองทุนที่จดทะเบียนนิติบุคคลทั่วประเทศ
รัฐบาลยกระดับรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง ใช้ Risk Map ถึงหมู่บ้าน
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลยกระดับการรับมืออุทกภัยและภัยแล้ง โดยเน้นการรู้ความเสี่ยงล่วงห
รัฐบาลตีปี๊บ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เงินสะพัด 1 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากต่อเนื่อง
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจแล้วกว่า 1.06 แสนล้านบาท โดยข้อมูล ณ วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 23.00 น. มียอดใช้จ่ายรวม 106,630.53 ล้านบาท จากผู้ได้รับสิทธิ 26,040,623 ราย และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการ 1,099,641 ร้านค้า สะท้อนการกระจายกำลังซื้อไปยังร้านค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และเศรษฐกิจฐานรากในวงกว้าง
ใจกว้าง! ทำแผน ‘ภาครัฐระบบเปิด’ ฉบับแรกของไทย เปิดประชาชนตรวจสอบงบ
รบ.เดินหน้าทำแผน "ภาครัฐระบบเปิด" ฉบับแรกของประเทศ ประชาชนตรวจสอบงบ-ลดทุจริต หนุนไทยสู่สมาชิก OECD

