'ทิพานัน' โชว์ผลงาน 'พล.อ.ประยุท'ธ์ ดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ถ่ายทำในประเทศไทย 6 เดือนแรกปี 66 กว่า 222 เรื่องแล้ว สร้างรายได้ 1.84 พันล้านบาท สร้างสถานที่ท่องเที่ยวไทยสู่สายตาชาวโลก บูมท่องเที่ยว-เศรษฐกิจ
29 มิ.ย.2566 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ผลักดันมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ สร้างงานสร้างรายได้และภาพรวมเศรษฐกิจไทย ล่าสุด Warner Bros. Discovery เปิดตัวคอนเทนต์ออริจินัลไทยเรื่องใหม่ ที่มี IFA Media ได้เข้ามาถ่ายทำรายการซีรีส์ทำอาหาร โดยมีคู่รักซูเปอร์สตาร์ชาวไทยหมาก ปริญ สุภารัตน์ และคิม คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส นำแสดง มีประเทศไทยเป็นโลเกชั่นในการถ่ายทำ นอกจากอาหารไทยแล้วในหลายฉากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม ซึ่งซอฟต์พาวเวอร์ไทยจากเรื่องนี้จะถูกเผยแพร่ฉายทางช่อง HBO และ HBO GO เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และไต้หวัน ทำให้ต่างชาติเห็นถึงการเล่าเรื่องในท้องถิ่นไปสู่ผู้ชมในภูมิภาคและที่อื่น
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้รับรายงานจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศว่า ตั้งแต่เดือนมกราคม - วันที่ 16 มิถุนายน 2566 มีการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยจำนวน 222 เรื่อง สร้างรายได้รวม 1,844.11 ล้านบาท โดยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นโดยเพิ่มขึ้นจากครั้งก่อนจำนวน 12 เรื่องและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 132.8 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ ได้มีมาตรการส่งเสริมและผลักดันมาโดยตลอด ทำให้ตั้งแต่ปี 2559 มีสถิติเพิ่มขึ้นทุกปี เฉพาะปี 2562 ประเทศไทยมีรายได้จากการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศ 4,863 ล้านบาทจาก 740 เรื่อง หรือแม้แต่ในช่วงสถานการณ์โควิดปี 2564 การถ่ายทำในไทยสร้างรายได้ 4,657 ล้านบาทจาก 121 เรื่อง และในปี 2565 หลังจากนโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบของรัฐบาล ทำให้มีภาพยนตร์เข้ามาถ่ายทำถึง 346 เรื่อง สร้างรายได้สูงถึง 6,364 ล้านบาท
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ความสำเร็จที่ประเทศไทยสามารถดึงดูดคณะถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศเข้ามาถ่ายทำในไทย ทำให้สถิติ 7 ปี (2559 - 2565) สร้างรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่นับผลประโยชน์ทางอ้อมและการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ที่ไทยได้รับ ทำให้ ครม. พล.ประยุทธ์ ได้มีมติเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 สำหรับมาตรการส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยเพิ่มเติมเพื่อดึงดูดคณะถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ ได้แก่ เพิ่มอัตราการคืนเงิน (Cash Rebate) จากเดิม ร้อยละ 15-20 เป็นร้อยละ 20-30 เป็นระยะเวลา 2 ปี และเพิ่มเพดานการคืนเงินจากเดิม 75 ล้านบาทต่อเรื่องเป็น 150 ล้านบาทต่อเรื่อง โดยเน้นย้ำให้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยโดยตรง การกระจายรายได้สู่เมืองรอง การเพิ่มการจ้างงานคนไทย การเพิ่มมูลค่า ค่าใช้จ่ายในประเทศ เพื่อการสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและประชาชนโดยตรง
“มติ ครม. ดังกล่าว เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ให้เข้ามาลงทุนถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ ในการส่งเสริมและออกมาตรการดึงดูดผู้สร้างภาพยนตร์ต่างประเทศที่นอกจากจะได้อวดสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของไทยสู่สายตาชาวโลกแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย เพิ่มศักยภาพและทักษะคนไทยในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่จะได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนทักษะการทำงานร่วมกับชาวต่างชาติ และที่สำคัญคือการกระจายรายได้ในพื้นที่ไปสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่” รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลเดินหน้า ‘เรียนได้งบ จบได้งาน’ ส่งคนไทยฝึกงานต่างแดน
รัฐบาลเดินหน้า “เรียนได้งบ จบได้งาน” ดันโครงการ “3 ม. ต่างประเทศ” ส่งนักศึกษารุ่นแรกฝึกงานญี่ปุ่น มิ.ย. นี้
'ไทย-เวียดนาม' ยกระดับความร่วมมือความมั่นคง-การทหาร-การค้า
'อนุทิน-ปธน.เวียดนาม' ร่วมยกระดับความร่วมมือมั่นคงการทหาร ย้ำหลักการไม่อนุญาตให้บุคคลใดใช้ดินแดนของอีกฝ่ายเคลื่อนไหวทางการเมือง ตั้งเป้าผลักดันมูลค่าการค้า 25,000 ล้านดอลลาร์ ลงนาม 4 ความร่วมมือ
นายกฯ ต้อนรับ 'โต เลิม' เยือนไทยอย่างเป็นทางการ
ไทย–เวียดนาม แน่นแฟ้น! นายกฯ ต้อนรับ 'โต เลิม' เยือนไทยอย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับความร่วมมือรอบด้าน
รัฐบาลพลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ!
รัฐบาลพลิกโฉมคุณภาพชีวิตคนพิการ ผลักดันเพิ่มเบี้ย 1,000 บาท ดันอารยสถาปัตย์เพื่อคนพิการทั่วประเทศ สร้างสังคมเท่าเทียม
รองโฆษกฯ เผยชงร่างกฎหมาย อสม.ฉบับใหม่เข้า ครม.เดือนหน้า
รัฐบาลเตรียมปรับร่าง พ.ร.บ.อสม. ยกระดับการคุ้มครอง เพิ่มสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ ตอบโจทย์คนทำงาน คาดเสนอ ครม.เห็นชอบ มิ.ย.นี้
รัฐบาลปลื้ม! ร้านค้าแห่สมัคร 'ไทยช่วยไทยพลัส'
รัฐบาลปลื้ม! ร้านค้าแห่สมัคร 'ไทยช่วยไทย พลัส' พุ่งต่อเนื่อง วันที่ 27 พ.ค. สมัครใหม่สูงสุดตั้งแต่เปิดโครงการ ดันยอดร้านค้าพร้อมใช้ทะลุ 6 แสนราย

