
28 ส.ค.2566-นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้อ่านคำพิพากษาคดีแอชตัน อโศกเมื่อวันที่ 27 ก.ค.2566 ยืนยันตามศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนใบรับหนังสือแจ้งความประสงค์จะก่อสร้างอาคารแอชตันทั้งหมดทุกใบ โดยให้มีผลย้อนหลังถึงวันที่ออกหนังสือฉบับดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.2558 แล้วนั้น บัดนี้ครบกำหนด 30 วันที่ กทม.ได้เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการแก้ไขเปลี่ยนแปลงแบบได้ตาม ม.41 แล้ว แต่ผู้ประกอบการอาคารดังกล่าวก็ยังไม่มีวีแววที่จะหาทางออกไม่ต่ำกว่า 12 เมตรตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 ได้ ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกรุงเทพมหานคร ที่จะต้องออกคำสั่งทางปกครองบังคับให้เป็นไปตาม ม.41 และ ม.42 ของ พรบ.ควบคุมอาคาร 2522 โดยเคร่งครัดเมื่อศาลมีคำพิพากษาเป็นที่สุด เพราะอย่าลืมว่าสถานะของอาคารแอชตันถือได้ว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตตามคำพิพากษาของศาลมาตั้งแต่ 23 ก.พ.58 จวบจนปัจจุบันซึ่งกินระยะเวลาไปกว่า 8 ปีแล้ว และ กทม.จะต้องดำเนินการเปรียบเทียบปรับเป็นรายวันนับแต่วันที่ไม่มีใบอนุญาตจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ใช่นิ่งเฉยหรือเอื้อประโยชน์ให้กับ
ผู้ประกอบการ โดยประวิงเวลาหาหนทางช่วยผู้ประกอบการเพื่อเลี่ยงการบังคับใช้กฎหมายส่วนนี้ไปมิได้ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตาม ปอ.มาตรา 157 ทันที
ด้วยเหตุดังกล่าว วันนี้สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน จึงได้มีหนังสือด่วนถึงผู้ว่าฯ กทม.และ ผอ.สำนักการโยธา ให้เร่งออกคำบังคับตามมาตรา 41 และ 42 โดยเร็ว นั่นคือ การห้ามใช้อาคาร และออกคำสั่งรื้อถอนอาคารดังกล่าวในที่สุดต่อไป
นอกจากนี้แล้ว ยังพบว่ามีกลุ่มนักกฎหมายหัวใสวิ่งกันว่อน หากินกับลูกบ้านที่กำลังเดือดร้อน โดยไปเจรจาหว่านล้อมชักนำลูกบ้านในคอนโดดังกล่าวให้ร่วมรื้อคดีต่อศาลปกครอง ให้ความหวังลมๆแล้งๆว่าจะสามารถพลิกคำพิพากษาดังกล่าวได้ ทั้งๆที่คดีดังกล่าวถึงที่สุดไปแล้ว โอกาสการรื้อฟื้นยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเป็นร้อยเป็นพันเท่า ทั้งนี้กลุ่มนักกฎหมายดังกล่าวได้มีข้อเสนอไปยังลูกบ้าน 3 ทางเลือก คือ 1)ค่าบริการฟ้องศาลปกครองการดำเนินการในชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องหน่วยงานราชการเป็นเงิน 3,050,000 บาท 2)ค่าบริการฟ้องศาลแพ่งในกรณีความผิดและปัญหาผลกระทบจากคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกับเจ้าของโครงการฯ โดยเรียกเก็บในศาลชั้นต้น 12,500,000 บาท ศาลอุทธรณ์/ฎีกา 5,000,000 บาท (จำนวนห้อง 501 ห้องขึ้นไป) และ 3)ค่าบริการในกระบวนการพิจารณาในศาลปกครองใหม่ 2,100,000 บาท ซึ่งจำนวนเงินทั้งหมดข้างต้น ไม่รวมค่าทนายความ ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในกระบวนการทางศาลอีกมากมายด้วย
กรณีดังกล่าวหากลูกบ้านจะใช้สิทธิทางศาลในการเรียกร้องสิทธิของตนเอง ทำไมต้องไปเสียเงินเสียทองมากมายดังกล่าว หรือมัวไปหลงคารมของเหล่านักกฎหมายหัวใสดังกล่าวเลย เพราะปัจจุบันสำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงาน สคบ.ก็เปิดโอกาสให้ลูกบ้านทุกคนสามารถไปขอความช่วยเหลือทางคดีในการเรียกร้องสิทธิของตนเองได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆได้อยู่แล้ว แต่ถ้ารวยอยู่แล้ว อยากเสียเงินจ้างพวกนักกฎหมายเหล่านี้ ก็ตามใจ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ราชกิจจาฯ แพร่คำสั่ง 'ชัชชาติ' แต่งตั้ง 4 รองผู้ว่าฯกทม.
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ ๑๘๘๑/๒๕๖๙ เรื่อง แต่งตั้งรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
นิรโทษกรรม คดีชุมนุมการเมือง ล้างทุกสิ่งเพื่อกลับไปเริ่มต้นใหม่
จากมติที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 ที่เห็นชอบร่าง พระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... หรือที่เรียกกันว่า "ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมคดีชุมนุมทางการเมือง"
'สมชัย' สะท้อนผลเลือกตั้ง 'สก.' ความสำเร็จการเมืองแบบบ้านใหญ่ในเมืองหลวง ยังคงอยู่
อดีตกกต. ชี้การเลือก สก. ของคน กทม. ไม่ใช่การตัดสินใจในระบบพรรคล้วน ๆ แต่มีปัจจัยตัวบุคคลเข้ามาประกอบ
'เลขาฯปชน.' ปัดเดินเกมพลาด แพ้เลือกตั้ง 'ผู้ว่าฯกทม.' เหตุดึง 'สุรพล' ร่วมงานพรรค
เลขาฯพรรคปชน. บอกน้อมรับและรับฟังทุกความคิดเห็นที่มีต่อแคมเปญทุกเรื่องในการพ่ายแพ้เลือกตั้ง
'อัษฎางค์' ชำแหละ ฝ่ายตรงข้ามพลาด 5 เรื่องหลัก ตีโจทย์4ปีทำไม่ได้ตามที่หาเสียง 'ชัชชาติ' ไม่แตก
เอ็ดดี้ชี้ฝ่ายตรงข้ามพลาด เพราะมีคำถามเรื่องผลงาน แต่ไม่มีการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าชัชชาติคือผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความล้มเหลว
คะแนนทะลุล้าน! 'ชัชชาติ' นั่งผู้ว่าฯกทม.สมัย2 ลุยคลายปมความโปร่งใส ปราบทุจริตคอรัปชัน
ชัชชาติ ลั่นสิ่งที่ประชาชนกังวลในช่วงเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็นความโปร่งใส เรื่องทุจริตคอรัปชัน ต้องทำต่ออย่างเข้มข้น ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง ยืนยัน จะเดินหน้าต่อ 4 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้ละเลยและทำอย่างเข้มข้น

