
‘มุข สุไลมาน’ เผยชาวสวนยางเดือดร้อนหนัก ราคายางตกต่ำ วอนภาครัฐ แก้ปัญหาปุ๋ยแพง หารือ อียู เลิกแซงชั่น แล้วหันกลับมารับซื้อ ชี้ ทำได้ ราคายางพาราปรับตัวสูงขึ้นแน่นอน
10 ก.ย.2566-นายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตสส.ปัตตานี พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงความเดือดร้อนของชาวสวนยางว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากชาวสวนยางพาราจากปัญหาราคาตกต่ำ แต่มีต้นทุนที่สูง สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสวนยาง และคนรับกรีดยางเป็นอย่างมาก เรื่องของต้นทุนสูง เกิดจากราคาปุ๋ยที่ขยับแพงกว่าเดิมเกือบ 2 เท่าหรือเกือบ100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าหนักมาก ต่อผู้ปลูกยาง สำหรับทางแก้ รัฐบาลควรสั่งการให้กระทรวงเกษตรฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำนักวิชาการเกษตรหาแหล่งปุ๋ยที่มีราคาถูกมาจำหน่ายให้เกษตร และให้นักวิชาการเกษตร ผู้ที่มีความรู้ ผู้ที่มีความชำนาญเกี่ยวกับยางพาราช่วยมาส่งเสริมให้ความรู้กับชาวบ้าน เกี่ยวกับการผลิตปุ๋ยใช้เอง เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ชาวสวนยางผลิตปุ๋ยอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ราคาปุ๋ยนั้นถูกลง
ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เรื่องตลาด ปัจจุบันไทยขายยางพาราให้กับประเทศจีน แต่ยังไม่มีตลาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการถูกแซงชั่นจากตลาดยุโรป(อียู) เนื่องจาก สหภาพยุโรป ไม่ยอมรับซื้อยางพาราจากไทย เนื่องจากเข้าใจว่า ชาวสวนยางไปตัดไม้ทำลายป่าแล้วนำพื้นที่มาปลูกยางพารา แต่ในข้อเท็จจริงคือ ชาวบ้านไปปลูกยางพารา ในที่ของตนเองและในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่รัฐบาลให้สิทธิในการเช่า เรื่องนี้ รัฐบาลต้องทำให้สหภาพยุโรปและชาวโลก เข้าใจเสียใหม่ว่า ชาวบ้านไม่ได้บุกรุกป่า แต่อย่างใด ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาได้อีกทางหนึ่ง ปัจจุบันเราขายให้เฉพาะกับประเทศจีน จึงถูกกดราคา ทำให้ราคายางตกต่ำ หากเราได้ชี้แจงให้สหภาพยุโรปยอมรับ ก็จะทำให้ไทยมีตลาดเพิ่มขึ้น รวมทั้งจะขายยางพาราให้กับประเทศอื่นๆได้ด้วย
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ สมัยเดินทางไปประชุมรัฐสภาฯอาเซียนเมื่อ 2-3อาทิตย์ที่ผ่านมา ได้หารือกับประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เกี่ยวกับปัญหายางพาราเนื่องจากประเทศอินโดนีเซีย เป็นประเทศที่มีการผลิตยางจำนวนมาก ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับเรื่องราคายางพารา หากอินโดนีเซียกับไทย จับมือกัน ประสานงานกันเพื่อปกป้องราคายางพารา ก็จะทำให้ราคายางพาราในตลาดสูงขึ้น รัฐบาลไทย ก็ต้องทำความเข้าใจกับตลาดในอียูและประเทศต่างๆในโลก โดยเฉพาะการทำความเข้าใจ การบุกรุกป่า หากทำให้ อียูเข้าใจและยอมรับ อียูก็จะยกเลิกแซงชั่น จะทำให้ ไทยขายยางไปได้ทั่วโลก ก็จะเป็นการแก้ไขปัญหาทางตลาดและแก้ไขปัญหาราคายางพาราได้อีกแนวทาง
“หากรัฐบาลแก้ไขต้นทุนการทำสวนยางพารา จากราคาปุ๋ยที่สูงขึ้น ต้องหาตลาดปุ๋ยที่มีราคาต่ำแล้วดำเนินการโดยให้ความรู้ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนผลิตปุ๋ยใช้เอง ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ได้ผลิตปุ๋ยให้กับเกษตรกรเพื่อที่ปุ๋ยจะได้มีราคาถูก และควรทำให้เห็นอย่างชัดเจน เพราะที่ผ่านมามีการเรียกร้องแต่ยังไม่มีอะไรชัดเจนเป็นรูปธรรม ส่วนตัวไม่อยากเห็นชาวสวนยาง ต้องมาโค่นยางทิ้ง ซึ่งตอนนี้มีชาวสวนยางจำนวนไม่น้อย ที่ต้องโค่นยางเพราะราคายางตกต่ำแล้วหันไปทำอย่างอื่น”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“วันวิชิต” ชี้รัฐบาลมาถูกทาง คุมปืนคือจังหวะสำคัญเปลี่ยนสังคมไทย ชี้ รัฐบาล กำลัง ลดคุณค่าของปืน ให้กลายเป็นสิ่งกึ่งผิดกฎหมาย พร้อม ขอคนไทยก้าวข้ามดราม่านายกฯ ปม “ยิงปืนในบ้านผิดหรือไม่”
ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต มองว่า ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศเดินหน้าควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นจังหวะสำคัญที่ประเทศไทยควรใช้ในการจัดระเบียบเรื่องอาวุธปืนครั้งใหญ่ หลังเกิดเหตุความรุนแรงหลายครั้งจนสังคมเริ่มตระหนักร่วมกันว่า
‘ปลัดคลัง’แจงยังไม่มีนัดประชุมกลั่นกรองใช้เงินกู้
‘ปลัดคลัง’ แจงยังไม่มีนัดประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองใช้เงินกู้ ระบุทุกหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งสรุปรายละเอียดโครงการ ชี้โครงการหนุนใช้รถ EV ของสรรพสามิตได้ข้อสรุปแล้ว เหลือเก็บตกรายละเอียดก่อนชงคณะกรรมการกลั่นกรองฯ พิจารณา พร้อมยืนยันภายใน ก.ย. 69 ต้องได้ข้อสรุปทุกโครงการ
นายกฯ คิกออฟ 'ไทยช่วยไทยเพิ่มทุนดอกเบี้ยคนละครึ่ง' วงเงิน 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง
นายกฯอนุทิน คิกออฟ ‘ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ วงเงินกว่า 4 พันล้าน บรรเทาปัญหาปากท้อง ลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ต้องจมปลักกู้หนี้นอกระบบเสียดอกเบี้ยโหด
ชำแหละ! ทำไมไทยถึงมีปืนมากขึ้น ชง 'อนุทิน' 3 วิธีแก้
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ทำไมอาวุธปืนมีมากขึ้น???" โดยระบุว่า
'วีระยุทธ' ฟาดเดือด! ใครทำ 'กำแพงคอร์รัปชัน' สูงขึ้นไม่รู้จบ
'รองหัวหน้า ปชน.' สวนกลับ 'อนุทิน' คนไทยกำลังเผชิญกำแพงคอร์รัปชัน สารพัดโกง รัฐบาลทำให้สูงขึ้นเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ
'วิโรจน์' สวน 'อนุทิน' ใครบ้าเอาหัวโขกกำแพง มีแต่ทุบทิ้ง
'วิโรจน์' โต้นายกฯ ทันควัน! กำแพงที่กั้นความเจริญ ต่อให้หนาสูงแค่ไหน ให้ทุบทิ้ง ไม่มีใครบ้าเอาหัวโขก

