
‘ดร.เอ้’ เจอโป๊ะเอียง! เสี่ยงอันตราย ชี้ต้องแก้ที่การจัดการ เลิกระเบียบล้าหลัง ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ชวน ‘หันหน้าหาคลอง’
27 ธ.ค. 2564 – ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยภายหลังขึ้นบกที่ท่าเรือตลาดพลู หลังล่องเรือสำรวจ 5 เขต เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า พบว่า โป๊ะที่ท่าเรือตลาดพลู มีสภาพเอียง ทั้งที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ซึ่งเกิดจากโป๊ะรั่ว ทำให้เรือเทียบท่าลำบาก ผู้โดยสารใช้งานไม่สะดวก และเสี่ยงอันตราย โดยมองว่าปัญหานี้ กทม. สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทันที
ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ทำให้ตนเองเห็นสิ่งที่น่าสนใจเยอะมาก และเชื่อว่ากรุงเทพฯ เปลี่ยนได้ไม่ยาก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้เป็นเพราะการจัดการแบบเดิม ทำแบบเดิม มีความล้าหลัง ระเบียบล้าหลัง การจัดการล้าหลัง แต่ถ้าต้องการเปลี่ยนกรุงเทพ ต้องทำงานให้ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้น เปิดอกเปิดสมองรับฟังปัญหาของชาวบ้านให้ครบมากขึ้น
จากการลงพื้นที่เพื่อต้องการรู้ปัญหาที่แท้จริงของเขตต่างๆ ในฝั่งธนบุรีอย่างชัดเจน และพบว่าปัญหาหลักมาจากทางน้ำ โดยเฉพาะประตูระบายน้ำ กลายเป็นอุปสรรคการท่องเที่ยว จากการที่เรือต้องมาอออยู่ที่ประตูระบายน้ำเป็นจำนวนมาก เป็นสิ่งกีดขวางการเดินเรือท่องเที่ยว ในขณะที่การเปิดปิดประตูระบายน้ำยังต้องอาศัยแรงคน ทำให้นักท่องเที่ยวต้องเสียเวลารอนาน เกิดเป็นปัญหาคอขวด กทม.ต้องบริหารประตูระบายน้ำ ให้ทันสมัย เหมือนเมืองอื่นด้วยระบบอัตโนมัติ มีประสิทธิภาพ และแม่นยำสูงกว่าคน ช่วยบริหารให้เรือเข้า-ออก ได้เร็วขึ้น ไม่ต้องรอติดขัด ไม่เสียเวลา ไม่เสียอารมณ์ของนักท่องเที่ยว หากจัดการปัญหาดังกล่าวได้ ก็จะทำให้การท่องเที่ยวในฝั่งธนบุรีไหลลื่นได้
ดร.สุชัชวีร์ กล่าวว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่สูงที่สุด จากนั้นเป็นคลองต่างๆ ก่อนที่จะมาเป็นถนน และซอย ถ้าไม่มีประตูระบายน้ำ จะทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งถูกน้ำทะเลหนุน ทะลักเข้าคลอง ส่งผลให้บ้านริมคลองถูกน้ำท่วม ถนนทรุด จึงต้องมีประตูระบายน้ำเพื่อรักษาระดับน้ำในคลองให้ต่ำ แต่ถ้ามีการกั้นน้ำที่ปากอ่าว จะทำให้ปัญหาประตูระบายน้ำในกรุงเทพฯ ทั้งหมดถูกขจัดออกไปได้ เพราะเป็นการควบคุมจากต้นทาง
นอกจากนี้ยังเห็นว่าในอดีตมีการสัญจรทางน้ำเป็นหลัก ใช้น้ำคลองสำหรับอุปโภคบริโภค แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปใช้การสัญจรทางบก และใช้น้ำประปา ทำให้พื้นที่ริมคลองจากที่เคยเป็นหน้าบ้านได้กลายเป็นหลังบ้าน อีกทั้งมีการดัดแปลงเรือไปใช้เครื่องยนต์รถสิบล้อก่อให้เกิดมลพิษทั้งทางเสียงและอากาศ ส่งผลต่อสุขภาพชาวเรือและชาวริมคลอง หากเปลี่ยนไปใช้เรือท้องแบน จะทำให้รองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น สร้างระลอกคลื่นได้น้อยลง จึงต้องส่งเสริมการใช้เรือท้องแบน และพลังงานไฟฟ้า ที่ไม่มีทั้งมลพิษทางเสียง และไม่มีมลพิษ PM2.5 ไม่สร้างคลื่นแรง ทำลายบ้านเรือนซึ่งจะทำให้ชาวฝั่งคลองยอมรับได้มากขึ้น
“หากต้องการให้กรุงเทพเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ให้คนตอบรับคลองเหมือนในอดีต และทำให้การสัญจรทางน้ำมีความปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรกับชาวบ้านสองฝั่งคลอง ในที่สุดจะช่วยสร้างรายได้ และเป็นประโยชน์กับคนทุกฝ่าย” ดร.สุชัชวีร์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปิดจุดอ่อน! 'ผู้ว่าฯกทม.' เคาะแผน 3 ระยะ ป้องกันน้ำท่วมลาดกระบัง รับมือฤดูฝนปีหน้า
‘กทม.’ เร่งเดินหน้าแผนป้องกันน้ำท่วมลาดกระบัง 3 ระยะ ยกระดับระบบระบายน้ำ ปิดจุดอ่อนน้ำท่วมรับมือฤดูฝนปีหน้า
ห๊ะ! Apple แจ้งเตือน 'อภิสิทธิ์' โทรศัพท์โดนเจาะ ด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์ระดับสูง
‘ศิริโชค’ เผยหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับคำเตือนจาก Apple โทรศัพท์ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยเครื่องมือจารกรรมไซเบอร์รับจ้างระดับสูง
'ปชป.' โอดอย่าด่าความเดือดร้อนคือ 'หิวแสง' ชง2แนวทางป้องกันน้ำท่วมใต้ ไม่ต้องถอดบทเรียนซ้ำซาก
โฆษกปชป. ขออย่าด่าความเดือดร้อนคือ ‘หิวแสง’ ทำเลยไม่ต้อง ’ถอดบทเรียน’ น้ำท่วมใต้ ตั้งศูนย์ช่วยเหลือ-เร่งเคลมประกันภัยพิบัติ อย่าพลาดแบบคนกรุงเทพฯ
เดือดไม่แพ้กัน! ปชป. โต้พรรคอะไร 'โง่' ไม่รู้หนี้ IMF เกิดขึ้นยุคไหน
'รองโฆษก ปชป.' โต้กลับ พรรคอะไร? 'โง่' ไม่รู้ IMF เกิดยุคไหน 'เลว' ภูมิใจฮั้ว สว. แนะศึกษาข้อมูลอัพเวลเซลล์สมองก่อนโพสต์
'สิริพงศ์' ฟาดอีก! น่ารังเกียจทำตัวเป็นศาลเตี้ย คางคกอยากได้ทอง
'สิริพงศ์' แจงโพสต์เดือดบ่นฟ้าบ่นฝน มองพฤติกรรมทำลายคนอื่นให้ตัวเองโด่งดังน่ารังเกียจ ยืนยันเงินบริสุทธิ์บริจาคเข้า ภท. โต้ 'ศิริโชค' ปมรัฐมนตรีลูกเทพกิ้งก่าได้ทอง ย้อนถาม 'คางคกอยากได้ทองบ้างไหม'
ระวังตายหมู่! 'นิพิฏฐ์' กระซิบพรรคน้ำเงิน อย่าปรามาส 'ทหารแก่'
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทหารแก่ไม่มีวันตาย "Old soldiers never die“

