นายกฯ โชว์ปึ๊กทำงานร่วม 'ชัชชาติ' ไร้ปัญหา ป้อง ผู้ว่าฯทำเต็มที่-ไม่นิ่งนอนใจ

23 ก.พ. 2567 - เมื่อเวลา 09.35 น. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมติดตามความก้าวหน้าในการเร่งรัดการพัฒนากรุงเทพมหานคร โดยมี นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

นายกฯ กล่าวว่า หลายเรื่องที่ผู้ว่าฯกทม.นำเสนอวันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ซึ่งวันนี้เราก็จะทำงานใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นให้การสื่อสารดีขึ้น เช่น เรื่องฝุ่นPM 2.5 อย่างที่ผู้ว่าฯกทม.ประกาศมาตรการเวิร์คฟอร์มโฮม ก็ทำให้รถยนต์น้อยลงไป 9% ถ้าเกิดการประสานที่ดี รัฐบาลก็จะประกาศพร้อมกัน อาจจะเป็นการให้หน่วยงานราชการเวิร์คฟอร์มโฮมเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆที่ต่างคนต่างพยายามทำงานกันอย่างเต็มที่ มีการประสานงานกันมากขึ้น เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น ส่วนปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในหมู่เยาวชน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องจัดการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพราะพบถึงขั้นทำบุหรี่ไฟฟ้าเป็นรูปกล่องนม ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเยาวชน เป็นเรื่องที่ไม่ควร ทั้งเรื่องการนำเข้า การเข้มงวดศุลกากรก็ต้องตรวจค้นมากยิ่งขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไรแก้ปัญหาจราจรติดขัดเพื่อลดปัญหาฝุ่นมลพิษได้อีกทางหนึ่ง นายกฯ กล่าวว่า ปัจจุบันการจราจรก็มีการบริหารจัดการกันอย่างชัดเจน ถามว่าทำได้ดีกว่านี้ไหม ซึ่งผู้ว่าฯกทม. ก็มีการนำเสนอไปแล้วว่ามีความเข้มงวดในเรื่องวินัยการจราจร การสนับสนุนให้ประชาชนใช้บริการสาธารณะมากยิ่งขึ้น เช่น รถไฟฟ้า ที่จะทำให้ดีกว่านี้ โดยจะต้องมีการลดค่าโดยสารเพื่อลดการจราจรที่หนาแน่นลงได้

เมื่อถามถึงเรื่องฝุ่น แม้กทม.การดำเนินนโยบายป้องกัน แต่หลายฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เคยทำมาทุกปีในช่วงที่มีฝุ่น จึงมองว่าการแก้ไขควรมีนโยบายที่จริงจัง หรือบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดกว่านี้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนเห็นว่าจะต้องแฟร์กับทางเจ้าหน้าที่กทม. ทุกท่านด้วย ซึ่งปัญหาฝุ่นมีทุกปีอยู่แล้ว แต่ปีนี้พิสูจน์ทราบได้ว่าปริมาณลดลงชัดเจน ผู้ว่าฯกทม.เข้ามาเกือบ 2 ปีแล้ว ท่านได้ทำอะไรดีๆหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องใหญ่มาถึงเรื่องนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ร่วมกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หลายหน่วยงาน เพื่อให้ประชาชนมาเปลี่ยนไส้กรอง ให้รถที่ปล่อยไอเสียลดน้อยลง รวมถึงการออกนโยบายมีรถอัดฟางให้พื้นที่เขตหนองจอก แทนที่จะมีการเผา เรื่องที่ตนพูดเป็นเรื่องเล็ก แต่ผู้ว่ากทม.ฯและคณะกรรมการของกทม ไม่ได้ละเลย ดูรายละเอียดทุกรายละเอียด แต่ปัญหาฝุ่น PM 2.5 มีมานานแล้ว รวมถึงเรื่องโครงสร้างอีกหลายอย่าง วันนี้รถยนต์ไฟฟ้าก็มีการจดทะเบียน 10 กว่าเปอร์เซ็นต์แล้ว

"ปัญหาฝุ่นที่เกิดขึ้นในกทม.เกิดจากการใช้รถยนต์ 50 กว่าเปอร์เซ็นต์ ถ้าเราสามารถทำให้คนมาใช้รถไฟฟ้ามากยิ่งขึ้นได้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี รวมถึงการขนส่งต่างๆ ที่ต้องใช้รถบรรทุกขนาดใหญ่ ในขณะที่มีท่าเรือคลองเตยอยู่ ซึ่งผู้ว่าฯกทม.ก็ได้เสนอเรื่องนี้ ทางรัฐบาลก็ได้มีการพูดคุยกันว่า ท่าเรือคลองเตยจะมีการย้ายออกไปหรือไม่ เพราะถ้าหากไม่มีการย้าย ก็จะยังมีการใช้รถบรรทุกขนของต่างๆผ่านเข้ามาในเขตกทม.ทำให้เกิดปัญหา PM 2.5 ยืนยันว่าทางรัฐบาลและกทม.ได้พยายามแก้ไขปัญหานี้อยู่ แต่จะให้ทั้งหมดกลายเป็นศูนย์เลย ในระยะเวลานี้ มันก็คงไม่เป็นธรรมกับผู้ว่าฯกทม.เท่าไหร่ เพราะท่านพยายามทำอย่างเต็มที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ความจริงจัง และความจริงใจมีอยู่แล้ว"

เมื่อถามว่า มีการพิจารณาย้ายท่าเรือคลองเตย การปรับเปลี่ยนตรงนี้ในมุมมองของนายกฯได้มีการชั่งน้ำหนักเรื่องการขนส่งที่มีมูลค่า ของท่าเรือคลองเตย กับน้ำหนักเรื่องการแก้ปัญหาฝุ่นอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นคำถามที่ดี มันจะต้องดูให้ครบทั้งองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง เฟส 2 และเฟส 3 ถ้าตรงนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว จะต้องล้อกันไป โดยที่จะต้องไม่กระทบกับการส่งออก

เมื่อถามอีกว่า ความมั่นคงปลอดภัยทางกรุงเทพฯจะมีการติดกล้อง CCTV นักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นหรือไม่เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศ นายกฯ กล่าวว่า CCTV เป็นแค่ปัจจัยเดียว การเอาระบบและเทคโนโลยีต่างๆ ก็จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมให้ดีขึ้น เมื่อถามอีกว่า ในวาระ 4 ปี นายกฯอยากเห็นอะไรในกทม .ในเรื่องการพัฒนามากที่สุด นายกฯ กล่าวว่า มีหลายมิติ ท่านผู้ว่าฯเองก็พูดไปแล้วทั้งเรื่องความสะอาดความปลอดภัย การจราจร เรื่อง PM 2.5 และเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของรถแท็กซี่ คนหาบเร่แผงลอย ต่างๆเหล่านี้ต้องได้รับความเป็นธรรม และทำให้กทม.เป็นเมืองที่น่าอยู่

เมื่อถามต่อว่า การทำงานกับผู้ว่ากทม.จะไม่มีความขัดแย้งกัน สามารถทำงานร่วมกันได้ใช่หรือไม่ นายกฯกล่าวว่า "ผมเชื่อว่าท่านดูจากภาษากาย ท่านคงทราบว่าไม่มีปัญหาอะไรกันเลย ท่านผู้ว่าฯเชิญผมมา ผมก็ยินดี ที่มาและขอขอบคุณด้วย ซึ่งเราเองมีการคุยกันตลอดเวลา ไปที่ทำเนียบรัฐบาลเจอกัน 5-6 คน พูดคุยกันตลอดเวลา ยกหูสายตรงได้ตลอด เรื่องนี้ไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้นเลย และไม่เคยมีด้วย"

ด้านนายชัชชาติ กล่าวว่า หัวใจการแก้ปัญหารถติดไม่ใช่การทำถนนเพิ่ม แต่เป็นการทำขนส่งสาธารณะให้ดีขึ้น ซึ่งหลายๆรัฐบาล ก็ได้ทำเส้นเลือดใหญ่จำนวนมากแล้ว อย่างรถไฟฟ้า สายสีส้ม สายสีเหลือง สายสีชมพู สายสีม่วง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือการที่จะทำอย่างไรให้ประชาชนเดินออกจากบ้านแล้วไปถึงรถไฟฟ้าได้ ก็เป็นสิ่งที่เรากำลังดำเนินการอยู่ ขณะที่กทม.ได้ทำทางเดินเท้าเพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างสะดวก ซึ่งภายใน 4 ปี จะทำทางเดินเท้าให้ดีขึ้น 1,700 กิโลเมตร เพื่อเชื่อมโยงระบบรถในซอย มอเตอร์ไซค์รับจ้าง และระบบโครงสร้างหลัก นี่คือสิ่งที่แก้ปัญหาระยะยาว รวมทั้งระเบียบวินัยการจราจรต่างๆที่มีการนำเทคโนโลยีมาปรับใช้เรื่องสัญญาณไฟจราจร เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในปีนี้เป็นต้นไป

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องฝุ่นเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ จะต้องวิเคราะห์ให้ได้อย่างแท้จริง ไม่เช่นนั้นจะแก้ผิดจุด ที่ผ่านมาเราดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเข้มข้น อย่างเรื่องไซส์งานก่อสร้างก็มีการตรวจอย่างเข้มข้น ส่วนเรื่องรถยนต์ถ้าเราห้ามรถยนต์วิ่งในกรุงเทพฯ มันจะช่วยหรือไม่ อันนี้ต้องคิดให้ดี ยกตัวอย่างที่ผ่านมาฝุ่นเยอะมาก แถวเขตมีนบุรีและหนองจอก ซึ่งทั้ง 2 เขตเป็นเขตที่ไม่มีรถยนต์เลย ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่า ถ้าเราห้ามไม่ให้รถยนต์วิ่ง ให้หยุดวิ่งจริง แต่ปรากฏว่าฝุ่นสูง ซึ่งตนคิดว่าฝุ่นอาจจะมาจากด้านนอกกรุงเทพฯ และเรื่องนี้เป็นเรื่องทางวิทยาศาสตร์ที่ต้องคิดให้ละเอียดรอบคอบ ในการออกมาตรการต่างๆ เพราะจะกระทบกับชีวิตของประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเราได้มีการหารือกรมการขนส่งทางบก เรื่องการวางแผนระยะยาว ในการลดจำนวนรถเก่าลง ซึ่งคงจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่จะค่อยๆพัฒนา ให้รอบคอบต่อไป

นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนกรณีท่าเรือคลองเตยอยู่ในแผนวาระฝุ่นแห่งชาติอยู่แล้ว ตั้งแต่ปี 2562 ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่อาจจะต้องมีการทบทวน ว่ามันเวิร์คหรือไม่เวิร์คขนาดไหน แต่จะเห็นตัวอย่างจากทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ท่าเรือที่อยู่ในเมืองเขาย้ายออกข้างนอก เรามีปัญหาเรื่องการควบคุมน้ำทะเลที่หนุนสูง เพราะหากมีเรือใหญ่เข้ามา แล้วน้ำทะเลหนุน เราจะควบคุมอย่างไร เพราะมีหลายปัจจัย ซึ่งคิดว่านายกฯจะให้ศึกษารายละเอียดให้รอบคอบอีกครั้ง

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงคิว 'พปชร.' เป็นเจ้าภาพนัดกินข้าวพรรคร่วมฯ 'เศรษฐา' ขออย่าโยงปรับ ครม.

'เศรษฐา' บอก ถึงคิว พปชร. เป็นเจ้าภาพนัดกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาล แต่ยังไม่ได้นัดมา ขออย่าโยงเอี่ยวปมปรับ ครม. ยันไม่มีปัญหาพรรคร่วมฯ พูดคุยกันดี เมินแรงกระเพื่อม ย้ำยึดผลงาน