ห่วงปชช. 7 จ. ริมน้ำโขง หลังสารเคมีรั่ว สั่ง สทนช. เฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

‘สมศักดิ์’ ห่วงชาวไทย-ลาว หลังสารเคมีรั่วลงแม่น้ำโขง สั่ง สทนช. เกาะติดใกล้ชิด แจงตรวจคุณภาพน้ำ จ.เลย ใช้ได้ปกติ แต่ยังเฝ้าระวังถึง 12 เม.ย.

8 เม.ย. 2567 – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย เปิดเผยถึงกรณีสารเคมีรั่วไหลลงแม่น้ำโขงว่า ได้รับรายงานว่า ที่สปป.ลาว ได้เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกสารเคมีพลิกคว่ำ ส่งผลให้มีกรดซัลฟิวริก (Sulfuric acid) หรื กรดกำมะถัน รั่วไหลเข้าสู่แม่น้ำคาน ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขง ก่อนที่แม่น้ำโขงจะไหลผ่านเมืองหลวงพระบาง ไปถึงเขื่อนไซยะบุรี แล้วไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรี ออกไปยังพรมแดนไทย – ลาว

“จุดที่เกิดเหตุ ถึง อ.เชียงคาน จ.เลย มีระยะทางประมาณ 340 กิโลเมตร จะใช้ระยะเวลาการเดินทางของน้ำ 3 วัน โดยภายหลังเกิดเหตุ ผมได้กำชับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะมีความห่วงใยชาวริมโขงของทั้งสองประเทศ ที่อาจได้รับผลกระทบ ซึ่ง สทนช. ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ก็ได้เร่งรัดประสานงานกับสำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) และ สปป.ลาว ตามแนวทางปฏิบัติด้านเทคนิคของระเบียบปฏิบัติเรื่องคุณภาพน้ำ” รองนายกฯ ระบุ

ทั้งนี้ สทนช. ยังได้ประสานกรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเป็นหน่วยประสานงานของประเทศไทย (National Focal Point) เพื่อติดตามความรุนแรงของสถานการณ์และคุณภาพน้ำ โดยผลจากการตรวจวัดค่าคุณภาพน้ำ ความเป็นกรด-ด่าง (pH) ปัจจุบันได้ค่าเท่ากับ 8 ถือว่า คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ สัตว์น้ำและคนสามารถใช้น้ำได้โดยปลอดภัย แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะยังคงร่วมปฏิบัติตามแผนดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำในพื้นที่ อ.เชียงคาน และ อ.ปากชม อย่างเคร่งครัด โดยเฝ้าระวังคุณภาพน้ำจำนวน 3 จุด ในเวลา 09.00 น. และ 15.00 น. ตั้งแต่วันที่ 5 – 12 เม.ย. 67

นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ถือว่าแม่น้ำโขง บริเวณ จ.เลย ยังไม่ได้รับผลกระทบ แต่จะยังคงมีการติดตามเฝ้าระวังและแจ้งให้กับประชาชนทราบจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ซึ่ง สทนช. จะมีการประสานงาน ทั้งภายในประเทศ และระหว่างประเทศ อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอเน้นย้ำประชาชนในพื้นที่ จ.เลย จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.นครพนม จ.มุกดาหาร จ.อำนาจเจริญ และ จ.อุบลราชธานี ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปกรณ์' ผุดทีมรัฐ-เอกชน รื้อกฎหมายเอื้อทำธุรกิจ เร่ง 2 เดือน ชงครม.

'ปกรณ์' เผยผลหารือ กกร. เห็นพ้องตั้งทีมรัฐ-เอกชน ลุยปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้เอื้อการทำธุรกิจ เน้นพุ่งเป้า 7 กลุ่มรับอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งเป้า 2 เดือน ชง ครม.

'ปกรณ์' ไม่กังวล ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญแจง 'พ.ร.ก.กู้เงิน'

'ปกรณ์' ชี้ศาลรธน. เรียกผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นปม 'พ.ร.ก.กู้เงิน' เรื่องปกติ ย้ำไม่กังวล ต้องเชื่อใจกระทรวงคลัง ประเมินสถานการณ์มีความจำเป็นเร่งด่วน

10 มิ.ย.'ปกรณ์' หารือ 'กกร.' ถกรื้อกฎหมายลำดับรองล้าสมัยนำร่อง 7 อุตสาหกรรม

'ปกรณ์' เตรียมหารือบิ๊กเอกชน กกร. 10 มิ.ย.นี้ ส่งการบ้านแนวทางแก้กฎหมายลำดับรองล้าสมัยเป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ นำร่อง 7 กลุ่มอุตสาหกรรม ก่อนเปิดรับฟังความเห็น เสนอ ครม. มอบหน่วยงานเร่งแก้ไข

รบ.โวคืนสิทธิทำกิน–รักษาผืนป่าสำเร็จกว่า 12.5 ล้านไร่ใน 66 จังหวัด

รัฐบาลเดินหน้า 'คืนสิทธิทำกิน–รักษาผืนป่า' สำเร็จแล้วกว่า 12.5 ล้านไร่ ครอบคลุม 66 จังหวัด ประชาชนกว่า 1.2 ล้านรายได้รับสิทธิถูกกฎหมาย เตรียมต่อยอดแก้ปัญหาพื้นที่ป่าไม้ถาวรที่รอคอยมานานกว่า 65 ปี

'สทนช.' เตือน 6 จังหวัด 'ภาคตะวันออก-ใต้' พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก

สทนช. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด

กางโรดแมป 'ปฏิรูปกฎหมายไทย' ปักหมุดปี 71 สมาชิก OECD

'ปกรณ์' กางโรดแมป ปฎิรูปกฎหมายไทย ปักหมุดปี 2571 เป็นสมาชิก OECD พัฒนาระบบ 'TH2OECD' ใช้ AI ช่วย เดินหน้าซุปเปอร์ไลเซนส์เอื้อภาคธุรกิจ ยกระดับขีดความสามารถแข่งขัน สร้างเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก