กระจ่าง 'แพทย์ มช.' ไขข้อสงสัย PM2.5 เป็นสาเหตุของมะเร็งปอดจริงหรือไม่

8 เม.ย.2567 - แพทย์หญิงธนิกา เกตุเผือก แพทย์จากหน่วยวิชามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้โพสต์บทความไขข้อสงสัยว่า PM2.5 นั้นเป็นสาเหตุของมะเร็งปอดจริงหรือไม่

ปัญหามลภาวะทางอากาศของเชียงใหม่ รวมถึงหลาย ๆ จังหวัดในภาคเหนือของประเทศไทย มีมานานกว่า 10 ปี และมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา มลภาวะทางอากาศในระดับรุนแรงที่ดูกันง่าย ๆ จาก Air quality index (AQI) ว่าเป็นสีแดง สีม่วงนั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพชัดเจน ทั้งโรคทางเดินหายใจ โรคทางหลอดเลือดสมองและหัวใจ และแน่นอนคือมะเร็งปอด

สำหรับ Particulate matter (PM) 2.5 คือ วัตถุที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ก็คือเล็กกว่ามิลลิเมตรพันเท่า เลยสามารถลงไปในปอดส่วนลึกได้ มะเร็งปอดคนทั่วไปจะเข้าใจว่าสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องและมีความสัมพันธ์กัน ยิ่งสูบเยอะ สูบนาน ยิ่งเพิ่มโอกาสในการเป็นมะเร็งปอด แต่ปัจจุบันพบว่าคนที่ไม่สูบบุหรี่สามารถเป็นมะเร็งปอดได้เช่นเดียวกันและพบได้ไม่น้อย โดยเฉพาะในคนที่มีอายุน้อย เพศหญิงและเป็นชาวเอเชียตะวันออก

เริ่มแรกตั้งแต่ปี 2009 มีการศึกษาพบว่า กลุ่มผู้ป่วยที่มีลักษณะเช่นนี้ สัมพันธ์กับยีนกลายพันธุ์ที่เรียกว่า EGFR แต่สาเหตุของการเกิดมะเร็งปอดในผู้ป่วยกลุ่มนี้นั้น มีหลายปัจจัยส่งเสริม เช่น พันธุกรรม เชื้อชาติ การได้รับสารก่อมะเร็ง และมลภาวะทางอากาศ มีการศึกษาพบว่า ทุกๆ PM2.5 ที่เพิ่มขึ้น 1 ไมโครกรัมมิลลิเมตร ทำให้อุบัติการณ์ของ มะเร็งปอดที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR เพิ่มขึ้น ทั้งจากประชากรในประเทศอังกฤษ เกาหลีใต้และไต้หวัน และพบว่าผู้ที่ได้รับมลภาวะทางอากาศสูงเป็นเวลา 3 ปี เกิดมะเร็งปอดที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR มากกว่าผู้ที่ได้รับมลภาวะทางอากาศน้อย 1.08 เท่า ดังนั้นหากอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่มีมลภาวะทางอากาศสูง 3 ปีก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอดชนิดนี้

จากการศึกษาในหนูพบว่า PM เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอดในหนูที่มียีนกลายพันธุ์ EGFR และ KRAS อยู่แล้ว โดยกระตุ้นให้เกิดการเพิ่มขึ้นของเซลล์ที่มียีนกลายพันธุ์ทั้งในปอดปกติที่ยังไม่เกิดมะเร็งและในรอยโรคที่มีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งในอนาคต ผ่านการกระตุ้นการอักเสบและการสร้างสารอักเสบ (Inflammatory cytokines) IL-1B

นอกจากนี้การศึกษาที่นำเนื้อเยื่อจากปอดปกติของผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งและผู้ป่วยที่มีก้อนเล็ก ๆ ที่สงสัยว่าจะเป็นมะเร็ง 295 คน มาตรวจ พบว่า 18% ของเนื้อเยื่อปอดปกตินี้มียีนกลายพันธุ์ EGFR อยู่แล้ว และ 53% มียีนกลายพันธุ์ KRAS

ดังนั้นจากการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่า PM2.5 เป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมะเร็งปอด โดยเฉพาะในคนที่มีการกลายพันธุ์ของยีน EGFR และ KRAS อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า PM2.5 นั้นเป็น “ปัจจัยกระตุ้น” ไม่ใช่สาเหตุ และในปัจจุบันเราไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่า ในผู้ป่วยคนหนึ่งที่เป็นมะเร็งปอดนั้นมีสาเหตุจากอะไรได้แน่นอน เนื่องจากกระบวนการเกิดมะเร็งดังกล่าวซับซ้อนและเกิดได้จากหลายปัจจัยกระตุ้นดังที่กล่าวไว้ข้างต้น เมื่อทราบดังนี้แล้ว จึงไม่ควรอยู่ในบริเวณที่มีมลภาวะทางอากาศสูง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรใส่หน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้แก่ หน้ากาก N95 เป็นต้นไป จึงจะสามารถกรองอนุภาคเหล่านี้ได้ งดกิจกรรมกลางแจ้ง อยู่ในอาคารและเปิดเครื่องฟอกอากาศ

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิจัย มช. ถอดรหัสฝุ่น PM2.5 ภาคเหนือย้อนหลัง 10 ปี ด้วย Machine Learning

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยคณะผู้วิจัยจากภาควิชาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มช. พัฒนาแบบจำลองการเรียนรู้ของเครื่อง

‘สุรเดช’ ชง ‘หอคอยฟอกอากาศ’ สู้ฝุ่น PM 2.5 จี้รัฐแก้ต้นเหตุเด็ดขาด

'สุรเดช'ผุดไอเดียสุดล้ำ 'หอคอยฟอกอากาศ'แก้ปัญหาฝุ่น PM2.5 แบบอย่างต่างประเทศ ควบคู่เครื่องฟอกอากาศจากโครงการฟ้าใส ไทยผลิตเอง จี้รัฐบาลแก้ที่ต้นเหตุ 'จริงใจแก้ปัญหา จริงจังจัดการเด็ดขาด' บังคับ

มช. มหาวิทยาลัยแรกของประเทศ คว้า ISO/IEC 27701 สร้างเกราะป้องกันทั้งมหาวิทยาลัย ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลทั้งองค์กร

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) มหาวิทยาลัยแรกของประเทศไทย คว้า ISO/IEC 27701 มาตรฐาน “ดูแลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล” อย่างเข้มงวด ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บ ใช้ ไปจนถึงการป้องกันและรับมือเมื่อเกิดความเสี่ยง ช่วยกันก่อนเกิดเหตุ แก้ทันเมื่อมีปัญหา