'มหาดไทย' แจงปมหลายอำเภองดทำบัตรประชาชน เหตุอยู่ในช่วงรอทดสอบมาตรฐานบัตร

กรมการปกครองแจงสำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศมีบัตรสมาร์ทการ์ดบริการประชาชน เผยเหตุบางแห่งแจ้งงดออกบัตรเป็นการบริหารภายในช่วงรอการทดสอบมาตรฐานบัตรปีงบ 67 ย้ำตั้งแต่ 10 เม.ย. มีการจัดสรรให้ทั่วประเทศแล้วเพียงพอใช้ถึง ก.พ. 68

22 เม.ย.2567 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขานุการ รมว.มหาดไทย และโฆษกกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ตามที่ในวันที่ 22 เม.ย. 2567 สื่อสังคมออนไลน์ได้เผยแพร่ข้อความถึงกรณีมีประชาชนเดินทางไปที่ว่าการอําเภอเพื่อติดต่อทำบัตรประชาชนบแต่ไม่สามารถทำได้ โดยทางอำเภอมีป้ายประชาสัมพันธ์งดให้บริการเนื่องจากวัสดุที่ใช้ในการจัดทําบัตรประจําตัวประชาชนมีจํานวนจํากัด และได้มีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียเข้ามาแสดงความเห็นว่าพบปัญหาดังกล่าวในที่ว่าการอําเภอหลายแห่งทั่วประเทศนั้น

กรมการปกครองได้ชี้แจง ว่าก่อนห้วงระยะเวลาตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรมการปกครองได้ดำเนินการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชน (Smart Card) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 8,503,426 บัตร โดยวิธีการประกวดราคาทางอิเล็กทรอนิกส์เสร็จสิ้นตามขั้นตอนแล้ว แต่เนื่องจากก่อนการส่งมอบตามสัญญาจะต้องนำบัตรไปทดสอบเกี่ยวกับมาตรฐานของวัสดุบัตรกับกรมวิทยาศาสตร์บริการ และบริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ให้เป็นไปตามข้อกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงานการจัดซื้อบัตรประจำตัวประชาชนที่ออกด้วยระบบคอมพิวเตอร์แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) ก่อนการส่งมอบบัตรให้แก่กรมการปกครอง ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร ดังนั้น จึงทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักทะเบียนบางแห่งเกิดความกังวลว่าจะมีวัสดุบัตรไม่เพียงพอต่อการให้บริการ ซึ่งตามข้อเท็จจริงในห้วงระยะเวลาที่ปรากฏเป็นข่าวสำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศยังคงมีบัตรให้บริการแก่ประชาชนผู้ประสงค์ขอทำบัตร

อย่างไรก็ตาม กรมการปกครองได้ดำเนินการเกี่ยวกับกระบวนการดังกล่าวข้างต้นเสร็จสิ้นและได้รับมอบบัตรตามสัญญา พร้อมทั้งได้ส่งมอบบัตรให้แก่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. 2567 เป็นต้นมา ซึ่งสถิติในการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนทั้งประเทศเฉลี่ยเดือนละ 800,000 – 900,000 บัตร ซึ่งบัตรที่กรมการปกครองจัดซื้อตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นสามารถมีบัตรใช้ได้จนถึงประมาณเดือนก.พ. 2568 ดังนั้น กรมการปกครองจึงมีวัสดุบัตรสนับสนุนให้แก่สำนักทะเบียนทุกแห่งทั่วประเทศได้อย่างเพียงพอ

ทั้งนี้ หากประชาชนไปติดต่อขอรับบริการจัดทำบัตรประชาชน แล้วมีปัญหาข้อขัดข้อง หรือไม่ได้รับความสะดวกในการขอรับบริการ สามารถแจ้งเหตุได้ที่ สายด่วน 1548 หรือ โทรศัพท์หมายเลข 0-2791-7124

"กระทรวงมหาดไทยต้องขออภัยกับความไม่สะดวกที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ที่เดินทางไปรับบริการงานทะเบียนแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการออกบัตรให้เนื่องด้วยการบริหารจัดการภายในช่วงรอการทดสอบมาตรฐานบัตรดังกล่าว ซึ่งฝ่ายบริหารของกระทรวงได้กำชับไปยังฝ่ายปฏิบัติแล้วว่าจะต้องดูแลไม่ให้การบริหารจัดการต่างๆ ไปกระทบการให้บริการแก่พี่น้องประชาชนอีก" น.ส.ไตรศุลี กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"อนุทิน" ประธาน MOU 3 หน่วยงาน ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษา และกำลังคนทุกช่วงวัย สร้างกำลังคนสมรรถนะสูงขับเคลื่อนประเทศ

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ การส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักเรียน นักศึกษาและกำลังคนทุกช่วงวัย ระหว่าง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

กระทรวงมหาดไทย จับมือ กระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) ร่วมลงนาม MOU "แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมในระดับพื้นที่" มุ่ง

วันนี้ (11 ก.ค. 67) เวลา 10.00 น. ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวศุภมาศ อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ

รัฐบาลเปิดมาตรการรับมือน้ำท่วม พร้อมแผนเผชิญเหตุตลอดหน้าฝน

นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.)

“ชาดา” ตอบกระทู้ ให้ต่างชาติถือครองคอนโดฯ จาก 49 เป็น 75 % และ พ.ร.บ.ทรัพย์อิงสิทธิ ขยายเวลาเช่าที่ดินเป็น 99 ปีจาก 30 ปี

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามสด แทนนายเศรษฐา ทวีศิลป์ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมาย

'ชูศักดิ์' เผยรอศาลสั่ง 'ชาญ' หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เห็นแย้งเลขาฯ ป.ป.ช. โยนมหาดไทย

นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายชาญ พวงเพ็ชร์ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนจ.ปทุมธานี ถูกร้องเรียนเรื่องทุจริตและศาลรับฟ้องแล้วจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ว่า ในความเห็นตนคิดว่าเรื่องที่กฤษฎีการะบุว่า