'ภูมิธรรม'ย้ำเพิ่มรายได้ 3 เท่าใน 4 ปีในวันเกษตรกร

'ภูมิธรรม' ปราศรัยเนื่องในวันเกษตรกร ปี 2567 ส่งความระลึกถึง และความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรผู้เป็นกำลังสำคัญ ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ

09 พ.ค.2567 - นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าวปราศรัยเนื่องในวันเกษตรกร ประจำปี 2567 ส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรทุกคน ย้ำนโยบายรัฐบาลมุ่งเน้นเพิ่มรายได้ภาคการเกษตรเป็น 3 เท่าใน 4 ปี ด้วยหลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เพื่อเร่งผลักดันให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง นำพาพี่น้องเกษตรกรไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

รองนายกฯ กล่าวว่า เนื่องในวันเกษตรกร ประจำปีพุทธศักราช 2567 นับเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่คนไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของพี่น้องเกษตรกร ในนามของรัฐบาลจึงขอส่งความระลึกถึงและความปรารถนาดีมายังพี่น้องเกษตรกรทุกท่าน ที่อุทิศแรงกายและแรงใจเป็นเสาหลักในภาคการผลิตที่สำคัญ ช่วยให้สังคมไทยมีความมั่นคงทางอาหารที่หลากหลายและอุดมสมบูรณ์

รองนายกฯ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมาบทบาทของเกษตรกรไทย มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กล่าวคือ เกษตรกรเป็นกลไกสำคัญต่อการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ และยังเป็นฟันเฟืองหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชนจำนวนมาก นอกจากนั้น วิถีชีวิตของเกษตรกรไทย ยังเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งนับเป็น Soft Power ที่สำคัญ แม้ว่าในปัจจุบันมีสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบต่อเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดี ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและสังคมดิจิทัล ส่งผลทำให้เราได้เห็นลูกหลานเกษตรกรที่มีความรู้และประสบการณ์ตามวิถีเศรษฐกิจโลกสมัยใหม่ กลับไปพัฒนาต่อยอดงานเกษตรกรรมของคนรุ่นพ่อแม่ให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีศักยภาพ

รัฐบาลมีนโยบายมุ่งเน้นที่จะเพิ่มรายได้ภาคการเกษตรเป็น 3 เท่าใน 4 ปี ด้วยหลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ โดยมีแนวทางสำคัญเพื่อเร่งผลักดันให้เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง อาทิ การยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง การจัดการทรัพยากรทางการเกษตรให้สอดคล้องกับระเบียบการค้าโลกใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ส่งเสริมให้ทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมด้วยหลักการ ESG และ Carbon Credit รวมทั้ง การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าภาคการเกษตรที่ผิดกฎหมาย และการอำนวยความสะดวกด้านการเกษตร นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการนโยบายที่สำคัญ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้พี่น้องเกษตรกร ด้วยการจัดที่ดินทำกินให้เกษตรกรมีสิทธิในที่ดิน สร้างโอกาสและความมั่นคงในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

“ขอขอบคุณพี่น้องเกษตรกรและประชาชนผู้เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ และขอให้เชื่อมั่นว่าการดำเนินงานของรัฐบาล จะนำพาพี่น้องเกษตรกรไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง เนื่องในโอกาสวันเกษตรกรนี้ ผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีของพระสยามเทวาธิราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดดลบันดาลให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทุกท่าน ประสบแต่ความสุข ความเจริญ และก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป” รองนายกฯ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถึงเวลาเอาคืน! อดีตอธิบดีปกครองเล็งหารือทีมกฎหมายฟ้อง 'ภูมิธรรม-อรรษิษฐ์'

'ไชยวัฒน์' อดีตอธิบดีปกครอง เล็งหารือทีมกฎหมาย ฟ้อง 'ภูมิธรรม - ปลัด มท.' เดินหน้าเอาผิด และขอความเป็นธรรม หลัง ก.พ.ค.ชี้คำสั่งย้ายไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ก.พ.ค.มีมติเสียงข้างมากชี้ 'ภูมิธรรม' ย้าย 2 บิ๊กมหาดไทยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ก.พ.ค.มีมติเสียงข้างมาก ชี้ย้าย 'ไชยวัฒน์–นฤชา' อดีต 2 บิ๊กอธิบดีมหาดไทย สมัย 'ภูมิธรรม' ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุใช้เวลา 4 วันหลังมอบนโยบาย ก่อนเด้งเข้ากรุทันที สะท้อนความเร่งรีบ ไร้เหตุจำเป็น

'เอกนิติ' ไม่หวั่นยื่นตีความเงินกู้ 4 แสนล้านย้อนยุคกู้ไทยเข้มแข็งก็ไปช่วยชี้แจงศาลมาแล้ว!

'เอกนิติ' โต้ฝ่ายค้าน ยันรัฐบาลออก 'พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน' ไม่ตีเช็คเปล่า-ใช้เหตุจำเป็นเร่งด่วน เมิน 'ประชาธิปัตย์' เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ สวนยุค รบ.อภิสิทธิ์ กู้ทำไทยเข้มแข็ง ก็ไปช่วยชี้แจงศาล

รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง

4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.