เร่งขยายผลแก๊งพาคนไทยไปเก็บผลไม้ที่ฟินแลนด์ผิดกฎหมาย

'คารม' เผยกรมการจัดหางาน เร่งขยายผลขบวนการนำพาคนหางานเก็บผลไม้ป่าฟินแลนด์ผิดกฎหมาย ย้ำขณะนี้ยังชะลอจัดส่งแรงงานไทยทำงานเก็บผลไม้ป่า แนะผู้สนใจไปทำงานต่างประเทศปฏิบัติตามกฎหมาย

24 ก.ค.2567 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีผู้ลักลอบจะไปทำงานที่สาธารณรัฐฟินแลนด์ จำนวน 43 คน เป็นชาย 36 คน และหญิง 7 คน ซึ่งทั้งหมดให้การยอมรับว่าจะเดินทางไปทำงานเกษตรกรเก็บผลไม้ป่าที่สาธารณรัฐฟินแลนด์ โดยไม่ได้ขออนุญาตกับกรมการจัดหางานตามกฎหมาย กรมการจัดหางาน ได้ระงับการเดินทางพร้อมกับชี้แจงให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติมอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการไปยังสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่คนหางานซึ่งถูกระงับการเดินทางมีภูมิลำเนาอยู่ เพื่อสอบข้อเท็จจริงและขยายผลถึงขบวนการชักชวนหรือนำพาคนหางานไปทำงานเก็บผลไม้ป่าที่สาธารณรัฐฟินแลนด์อย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นายคารม ย้ำเตือนว่า การเดินทางไปเก็บผลไม้ป่าในสาธารณรัฐฟินแลนด์ขณะนี้ ยังชะลอการจัดส่ง โดยอยู่ระหว่างหารือร่วมกับสาธารณรัฐฟินแลนด์เพื่อปรับระเบียบกฎหมาย ข้อบังคับต่างๆ ที่เป็นประโยชน์สำหรับแรงงานไทยที่จะเดินทางไปเก็บผลไม้ป่า รวมถึงนายจ้างต้องยอมรับเงื่อนไขที่กำหนด เพื่อเป็นการยืนยันเจตนารมณ์มุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์การคุ้มครองและการรักษาสิทธิของแรงงานไทย ตลอดจนความโปร่งใสและความเป็นธรรมให้แก่แรงงานไทย ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อบริษัท และนายหน้าชักชวนเดินทางไปทำงาน นอกจากจะสูญเสียเงินแล้ว จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายคารม แนะการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มี 5 วิธี ดังนี้ 1.กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่ง กรมการจัดหางานเป็นผู้ดำเนินการให้แก่คนที่หางาน ที่ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งคนหางานไม่ต้องเสียค่าบริการแต่เสียค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและเท่าที่จ่ายจริง เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าวีซ่า ค่าภาษีสนามบิน เป็นต้น 2.บริษัทจัดหางานจัดส่ง ต้องเป็นบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง (อธิบดีกรมการจัดหางาน) การรับสมัครคนหางานและจัดส่งคนหางานไปทำงานต้องได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางานก่อนจึงจะประกาศรับสมัครและจัดส่งไปทำงานได้ โดยจะเสียค่าใช้จ่ายและ ค่าบริการในการจัดหางานให้แก่บริษัทจัดหางานไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด 3.คนหางานแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศด้วยตัวเอง คนหางานติดต่อไปทำงานกับนายจ้างในต่างประเทศด้วยตนเอง หรือคนหางานที่ทำงานครบสัญญาจ้างแล้วได้ต่อสัญญาจ้างเมื่อเดินทางกลับมาพักผ่อนชั่วคราวในประเทศไทยและจะกลับไปทำงานอีก ต้องแจ้งต่อกรมการจัดหางานก่อนวันเดินทาง 4. นายจ้างในประเทศไทยพาลูกจ้างของตนไปทำงานต่างประเทศ นายจ้างในประเทศไทย ที่มีบริษัทในเครืออยู่ในต่างประเทศ หรือประมูลงานในต่างประเทศได้ และประสงค์จะพาลูกจ้างไปทำงานต้องขออนุญาตการเดินทางไปทำงานต่างประเทศต่อกรมการจัดหางาน และ 5. นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงานในต่างประเทศนายจ้างต้องแจ้งการเดินทางไปฝึกงานของลูกจ้างต่อกรมการจัดหางานโดยยื่นแบบแจ้งการส่ง ลูกจ้างไปฝึกงานในต่างประเทศการไปทำงานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมายจะได้รับการคุ้มครองและสิทธิ ประโยชน์ตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศที่ตนจะเดินทางไปทำงาน เพื่อป้องกันการหลอกลวงผ่านระบบ e – Service กรมการจัดหางาน ที่เว็บไซต์ doe.go.th หรือเว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทย ไปต่างประเทศ doe.go.th/overseas หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน และสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มเกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย.

รัฐบาลยกระดับคุ้มครอง 'ผู้เช่าซื้อรถ–ลีสซิ่ง' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 1 มิ.ย. ดูแลดอกเบี้ย ค่าบริการ และสิทธิลูกค้าให้เป็นธรรม สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างครบวงจร

รองโฆษกป้ายแดงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบฯ ก่อนแจงปมแถลงข่าวคลาดเคลื่อน

'ภัทร์ดารัสมิ์' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำทำเนียบฯ หลัง ครม.ตั้งเป็นรองโฆษก รบ. แจงปมแถลงข่าวปลดล็อก 8 กิจการไม่ต้องขออนุญาต พาดหัวคลาดเคลื่อน สื่อความหมายไม่ครบ ยันไม่มีใบสั่งการเมือง

ผงะ! สถิติ 4 เดือนแรกปราบอาชญากรรมออนไลน์ 121,921 คดีมูลค่า 7.4 พันล้าน

รัฐบาลเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ต่อเนื่อง เปิดสถิติ 4 เดือนแรก ปี 69 พบ 121,921 คดี มูลค่าความเสียหายรวม 7.48 พันล้านบาท ยอดคดีโกงเริ่มลดลง