
4 ก.ย.2567 - เพราะทุกห้วงยามแห่งการร่วงหล่น มีหลายชีวิตพลัดหลงในกาลเวลา โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) ด้วยแล้ว การดูแล “ผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพึง” เป็นโจทย์ตัวโตที่ต้องร่วมกันแสวงหาคำตอบ
ทั้งที่สามารถป้องกันได้ ทว่าปัญหา “พลัด-ตก-หก-ล้ม” ก็ยังเป็นหนึ่งในภัยสุขภาพที่แฝงอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในแต่ละวัน และเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนจำนวนไม่น้อยต้องอยู่ในภาวะพึ่งพิง ที่สัมพันธ์กับมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และสุขภาพ
ขนาดของปัญหาจากการ “พลัดตกหกล้ม” จึงกว้างขวาง สร้างความเสียหายทั้งในระดับบุคคล ครัวเรือน และประเทศ อย่างรุนแรง ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ปี 2565 ระบุว่า มีผู้ป่วยใน (IPD) จากการพลัดตกหกล้มสูงถึง 9 หมื่นคน และมีผู้ที่พลัดตกหกล้มเป็นประจำ เฉลี่ยปีละ 3 ล้านคน
ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค พบว่า มีคนไทยเสียชีวิตจากพลัดตกหกล้ม สูงถึงปีละ 1,600 คน เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ในกลุ่มของการบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ (Unintentional) รองจากอุบัติเหตุทางถนน บางครัวเรือนขาดรายได้เพราะต้องดูแลผู้ป่วย มีค่าใช้ทางตรงและทางอ้อมในการดูแลเฉลี่ย 1.2 ล้านบาท ปัจจุบันรัฐจ่ายค่ารักษาผู้ป่วยพลัดตกหกล้มปีละ 1,500 ล้านบาท
นี่คือน้ำหนักที่กำลังกดทับประเทศไทย และเป็นประเด็นที่ #มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนแก้ไข
รศ.ดร.ม.ล.พินิตพันธุ์ บริพัตร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า ปัญหาการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเมื่อมีอายุที่เพิ่มขึ้น สาเหตุของการพลัดตกหกล้มมีตั้งแต่การลื่น สะดุด ไปจนถึงภาวะมวลกล้ามเนื้อที่ลดลง ตลอดจนผลกระทบจากการรับประทานยารักษาโรค ฯลฯ ซึ่งนอกจากการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการเสียชีวิตแล้ว การสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเป็นมาตรการที่สำคัญและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า
มากไปกว่านั้น ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิชาการและงานวิจัยที่เข้ามาสนับสนุนการแก้ไขปัญหาพลัดตกหกล้ม ซึ่งฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็มีบุคลากร คณาจารย์ และเครือข่ายนักวิจัย ที่ได้ทำการศึกษาและต่อยอดงานวิจัยไปสู่การสร้างเทคโนโลยีและนวัตกรรมจำนวนมาก เพื่อเป็นเครื่องมือช่วยสังคมไทยรับมือกับสังคมสูงวัยและปัญหาพลัดตกหกล้ม
สอดรับกับวาระครบรอบ 90 ปี แห่งการสถาปนามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน ธรรมศาสตร์จึงได้ประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัด “มหกรรมงานวิจัย 90 ปี นวัตกรรมธรรมศาสตร์เพื่อประชาชน” ขึ้น ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (Bacc) ระหว่างวันที่ 10-11 กันยายน 2567 เวลา 10.00-16.00 น.
ภายในมีการจัดแสดง “7 นวัตกรรมธรรมศาสตร์เพื่อสังคมสูงวัย” ภายใต้ธีม “ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกัน พลัดตกหกล้ม” พร้อมกับมอบนวัตกรรมธรรมศาสตร์ “อุปกรณ์ออกกำลังกายและฟื้นฟูสำหรับการฝึกลุกยืนสำหรับผู้สูงอายุ” (Sit to Stand Trainer) ให้กับ กทม. เพื่อนำไปให้บริการประชาชนต่อไป
สำหรับ 7 นวัตกรรมธรรมศาสตร์เพื่อสังคมสูงวัย ที่นำมาจัดแสดง ประกอบด้วย
1. เภสัชพันธุศาสตร์ของโรคมะเร็งท่อน้ำดีและมาลาเรีย เพื่อนำไปสู่การแพทย์แม่นยำระดับประชากรและผู้ป่วยเฉพาะราย โดย ศ.ดร.เกศรา ณ บางช้าง วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์
2. โปรแกรมวิจัยชั้นแนวหน้าด้านวิศวกรรมการแพทย์ ระดับ World Class โดย ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
3. อุปกรณ์ฝึกการทำงานของแขน แบบฝึกแขนสองข้าง ผ่านกลไกสะท้อนแบบสมมาตรสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง โดย ผศ.ดร.บรรยงค์ รุ่งเรืองด้วยบุญ คณะวิศวกรรมศาสตร์
4. บ้านแสนอยู่ดี 100,000 UD HOUSE สำหรับผู้สูงอายุที่มีความพิการ ของหน่วยวิจัยและออกแบบเพื่อคนทั้งมวล โดย รศ.ดร.ชุมเขต แสวงเจริญ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
5. อุปกรณ์ตรวจวัดมุมการเปลี่ยนแปลงการทรงตัวและแจ้งเตือนก่อนสูญเสียการทรงตัว โดย รศ.ดร.ไพลวรรณ สัทธานนท์ คณะสหเวชศาสตร์
6. เตียงพลิกตัวอัตโนมัติป้องกันแผลกดทับ โดย รศ.ดร.จิณพิชญ์ชา สนธิยมาส คณะพยาบาลศาสตร์
7. เอไอเชสฟอร์ออล (AIChest4All) โดย ศ.ดร.จาตุรงค์ ตันติบัณฑิต คณะวิศวกรรมศาสตร์
นอกจากนี้ ภายในงานเดียวกัน ยังมีกิจกรรมการเสวนาที่น่าสนใจอีก 2 เวที คือ
1. เวทีการพูดคุยถึงการเจาะลึกและพัฒนานวัตกรรม โดย ศ.ดร.ผดุงศักดิ์ รัตนเดโช คณะวิศกรรมศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ในฐานะนักวิจัยที่คว้ารางวัลวิชาการระดับโลกจำนวนมาก และ ศ.ดร.เกศรา ณ บางช้าง วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ปี 2564 และ
2. เวทีฉายภาพสถานการณ์พลัดตกหกล้ม โดย รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯ กทม. ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ รศ.นพ.ดิลก ภิยโยทัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ทางด้าน รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 ปี หลังจากนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในฐานะมหาวิทยาลัยเพื่อประชาชน จะให้ความสำคัญกับปัญหา “พลัดตกหกล้ม” และจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายรัฐบาล ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ ศ.ดร.ศุภสวัสดิ์ ชัชวาลย์ รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ให้น้ำหนักกับการเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม และเป็นที่พึ่งพิงแก่ประชาชน ผ่านการบริการวิชาการและการให้บริการสังคม.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการ มธ. แนะปรับสูตร 'ไทยช่วยไทยพลัส' ช่วยตรงจุด-หวังผลยาว
นักวิชาการธรรมศาสตร์เสนอรัฐบาล หากต่ออายุ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 1-2 เดือน ควรปรับเงื่อนไขแทนใช้รูปแบบเดิม แบ่งความช่วยเหลือตามความเปราะบาง
มธ. จัดเสวนา 'วันรพี' ถอดบทเรียนพระกรณียกิจ 'พระองค์ภา' พร้อมข้อเสนอพัฒนา 'กระบวนการยุติธรรม'
ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาถอดบทเรียนพระกรณียกิจ “พระองค์ภา” เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการยุติธรรมไทย นักวิชากา
เปิดงานวิจัย 'มธ.' ออกแบบโรงเรียน รับมือเหตุกราดยิง
เปิดงานวิจัย 'ธรรมศาสตร์' ออกแบบโรงเรียนเพื่อป้องกันเหตุกราดยิง 'รองอธิการบดี มธ.' ชงรัฐบรรจุแผนซ้อมเผชิญเหตุก่อการร้ายเข้าไปในหลักสูตรเหมือนซ้อมหนีไฟ
มธ.โชว์โมเดลบำบัดผู้เสพยาบ้า 9 วัน ใช้สมุนไพร-แพทย์แผนไทย ชงรัฐขยายผล
การปรับนโยบาย “เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย” ช่วงปี 2564 ในมุมหนึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เสพเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง พร้อมกลั
นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ ฉุดเศรษฐกิจเสียโอกาส 3 แสนล้าน จี้รัฐยกเครื่องเรือนจำ
ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาตีแผ่ปัญหา “ผู้ต้องขังในเรือนจำไทย” ชี้ ปัจจุบันนักโทษไทยล้นคุก เพราะ “สังคมเหลื่อมล้ำ-ความไม่รู้กฎหมาย-ระบบการดูแลที่ไม่มีปร

