รมว.เกษตรฯ พบ USABC สหรัฐอเมริกา มุ่งผลักดันเปิดตลาดสินค้าปศุสัตว์ สู่นานาชาติ

26 พ.ย.2567 - นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หารือความร่วมมือภาคเกษตร ร่วมกับนายไบรอัน แมคฟีเตอร์ส (Mr. Brian McFeeters) รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการระดับภูมิภาคของ USABC (Senior Vice President and Regional Managing Director, USABC) และคณะ พร้อมด้วย นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ในการหารือในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการแลกเปลี่ยนนโยบายที่สำคัญร่วมกันในการผลักดันความร่วมมือด้านต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคเกษตร ซึ่งฝ่ายไทยมีนโยบายด้านการเกษตรมุ่งเน้นยกระดับการทำเกษตรแบบดั้งเดิมให้เป็นเกษตรทันสมัย ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” พร้อมนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรมาประยุกต์ใช้ เช่น เกษตรแม่นยำหรือเกษตรอัจฉริยะ มาใช้พัฒนาอาชีพด้านการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ และอาชีพที่เกี่ยวเนื่อง ดึงจุดเด่นของประเทศไทยเพื่อตอบสนองความต้องการของโลกด้านความมั่นคงทางอาหาร เร่งเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและราคาพืชผลการเกษตร รวมทั้งยกระดับรายได้และสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกร และมีการนำหลัก BCG มาประยุกต์ใช้ รวมถึงมีการเสนอความเห็นต่อฝ่าย USABC เกี่ยวกับนโยบายการค้าและการลงทุนของสหรัฐฯ ภายใต้การดำเนินงานของรัฐบาลชุดใหม่ และไทยยินดีที่จะกระชับความร่วมมือเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

นอกจากนี้ ฝ่าย USABC ได้นำเสนอการดำเนินงานด้านการเกษตร ซึ่งมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าการเปิดตลาดผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกปรุงสุกจากไทยไปประเทศอื่น ๆ ซึ่งฝ่ายไทยให้ความสำคัญอย่างมาก และการพัฒนาพันธุ์พืชใหม่โดยการใช้เทคโนโลยีการปรับแต่งจีโนม (Genome Editing, GEd) เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตร อีกด้วย

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 2 ของไทย โดยในปี 2567 (ม.ค.-ก.ย.) มีการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นจาก 107,269 ล้านบาท เป็น 136,261 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 28,992 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเปลี่ยนแปลงการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 27.03 ซึ่งมีสินค้าเกษตรส่งออกที่สำคัญ 5 อันดับแรกได้แก่ 1) อาหารสุนัขหรือแมวสำหรับขายปลีก 2) ข้าวที่สีบ้างแล้วหรือสีทั้งหมด อาทิ ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ 3) ปลาทูนา ปลาสคิปแจ็ค และปลาโบนิโต ปรุงแต่ง อาทิ ปลาทูนากระป๋อง 4) ยางธรรมชาติที่กำหนดไว้ในทางเทคนิค และ 5) อาหารปรุงแต่งอื่น ๆ อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปิยะรัฐชย์ รมช.เกษตรฯ พท.ใกล้ชิดเกษตรกร-ใกล้ชิดประชาชน เราไม่ได้มาสั่งขรก.ให้ทำตามอำเภอใจ

"กระทรวงเกษตรและสหกรณ์"ยุคปัจจุบัน ที่พรรคเพื่อไทย ส่งสามรัฐมนตรีมาบริหารงานกระทรวงคือ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ - ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รมช.เกษตรฯ และสส.เชียงราย พรรคเพื่อไทยและวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรฯ

รมช.โฮม ตั้งเป้าผลักดันเชียงรายสู่ “มหานครเกษตรแห่งภาคเหนือ“ ชูสหกรณ์เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและปฏิรูปภาคการเกษตร

นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “รวมพลคนสหกรณ์ในจังหวัดเชียงราย” ซึ่งเป็นงานที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดเชียงรายจัดขึ้น

กรมหม่อนไหม จัดใหญ่ ครั้งที่ 4 มหกรรมหม่อนไหมดี 4 ภาค ยกทัพสินค้าผ้าไหม...พรีเมียมทั่วไทยกว่า 35 ร้านค้า บุกเซ็นทรัล ชลบุรี

กรมหม่อนไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ายกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล จัดงานใหญ่เอาใจคนรัก 

สศก. ร่วมเวทีนโยบายเกษตรภายใต้กรอบ OECD ณ อินโดนีเซีย นำเสนอแนวทางรับมือ Climate Change หนุนไทยเดินหน้าสู่ Technical Review ปี 2569

สศก. ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลักของคณะกรรมการด้านการเกษตร (Committee for Agriculture: COAG) ภายใต้ OECD ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตร

“โควตานม 70:30 เขย่าโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย” เอกชน–เกษตรกรชี้เสี่ยงผูกขาด รัฐเร่งหาจุดสมดุล

การปรับหลักเกณฑ์โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน ปีการศึกษา 2569 กำลังกลายเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ของโครงสร้างอุตสาหกรรมโคนมไทย หลังร่างใหม่กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างสหกรณ์และรัฐวิสาหกิจที่ 70% และภาคเอกชน 30% ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากหลายภาคส่วนที่มองว่า อาจกระทบต่อกลไกตลาดและความสมดุลของทั้งระบบ