ป.เอกหลักสูตรผู้นำฯม.รังสิต เปิดเวทีคลี่ปมร้อนเกาะกูด ‘อภิสิทธิ์’ ร่วมถก

30 พ.ย.2567 - ที่มหาวิทยาลัยรังสิต  นักศึกษาปริญญาเอก หลักสูตรผู้นำทางสังคมธุรกิจและการเมือง วิทยาลัย ผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต

ได้จัดสัมมนาในหัวข้อ “รายงานและข้อค้นพบการเปลี่ยนแปลงทางภูมิศาสตร์ กับอนาคตประเทศไทย”

โดยนักศึกษาได้นำเสนอรายงานการศึกษาในประเด็นต่างๆที่ได้รับผลกระทบจาก การเปลี่ยนแปลงทาง ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics Disruption) โดยมีประเด็นนำเสนอรายงาน เช่น ข้อพิพาทเรื่องเกาะกูด สามเหลี่ยมทองคำ ปัญหาชายแดนไทย EEC บทบาทกองทัพเรือกับยุทธศาสตร์ทางทะเล แลนบริดจ์ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีผู้ทรงวุฒิจากหน่วยงานราชการตัวแทนจาก สภาพัฒน์ ฯ กองทัพ กระทรวงกลาโหม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ผศ.ดร. สุริยะใส กตะศิลา คณบดีวิทยาลัยผู้นำ และนวัตกรรมสังคม อดีตเอกอัครราชทูตสมปอง สุวรรณบรรณ คณบดีสถาบันการทูต

นายภิสิทธิ์ กล่าวช่วงหนึ่งว่า ข้อถกเถียงเรื่องพื้นที่ทับซ้อนเกาะกูดในขณะนี้นั้นความซับซ้อนสูง การจัดการอำนาจรัฐ และผลประโยชน์ของรัฐเป็นเรื่องใหญ่และมีความละเอียดอ่อน ต้องอาศัยความร่วมมือของหลายภาคส่วน โดยเฉพาะแสดงท่าทีของผู้นำประเทศต้องมีความชัดเจน ต้องแสดงท่าที่ให้ชัดเจนไม่ว่าจะมิติความสัมพันธ์ หรือความขัดแย้งใด

โดยต้องแสองให้เห็นว่าจะดำเนินนโยบายอย่างไรให้มีความชัดเจน เพื่ออำนาจการต่อรองกับประเทศคู่ความสัมพันธ์

นายอภิสิทธิ์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในสมัยหนึ่งฝั่งกัมพูชาเป็นคนที่อยากได้พลังงานในพื้นที่ดังกล่าวในตอนนั้นฝ่ายไทยก็จะมีอำนาจเหนือกว่าในการเจรจา  แต่มาตอนนี้ กลายเป็นฝ่ายไทยอยากได้พลังงานมากกว่ากัมพูชา จนอาจทำให้อำนาจต่อรองในโต๊ะเจรจาของเราลดลงไปจากเดิม

ขณะที่ ผศ.ดร.สุริยะใส กล่าวว่าหลักสูตรผู้นำทางสังคมธุรกิจการเมืองได้เปิดสอนวิชาภูมิรัฐศาสตร์ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอกเพราะเห็นความสำคัญของสถานการณ์โลกที่มีการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเข้มข้นจนส่งผลกระทบต่อไทย ในทุกๆด้านไม่ว่าจะเป็นด้านสังคมธุรกิจการเมืองการศึกษาสิ่งแวดล้อมการอพยพย้ายถิ่น

การนำนโยบายต่างประเทศของรัฐไทยในมิติต่างๆจึงต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างลึกซึ้งไม่เช่นนั้นการแก้ปัญหาที่ขาดองค์ความรู้จะสร้างปัญหาใหม่ตามมามากมาย เช่น ข้อพิพาทเกาะกูด มิติความขัดแย้งสลับซับซ้อนมากกว่าประเด็นเรื่องพลังงานในไทย การยกผลประโยชน์พลังงานในจุดเดียวแต่ขาดมุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับความมั่นคงทางทะเลและความได้เปรียบของรัฐไทยในภูมิภาคระยะยาว ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ รัฐบาลไทยจึงต้องรู้เท่าทันทุกมิติ  

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไม่เสียเหลี่ยมแน่! 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทันเขมรลากเข้า UNCLOS

'นักรัฐศาสตร์' ชี้อย่าตกใจเกมกัมพูชาเดินหน้า UNCLOS มั่นใจ 'สีหศักดิ์-ทีมไทยแลนด์' รู้ทัน ไม่เสียเหลี่ยม พร้อมเตรียมรับมือครบทุกมิติ

ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ

รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"

‘อภิสิทธิ์’ ซัดลดน้ำมันไม่สุดซอย โยนภาระประชาชนอุ้มกองทุน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีการจับสัญญาณ ทางการเมืองหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ

'เทพมนตรี' เย้ยเขมรสติแตก จะทิ้งกฤษฎีกา 1972 มากอด UNCLOS 1982 หรือจะเอาทั้งคู่

นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา อดีตคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อดี-ข้อเสียการยกเลิก MOU 2544 (และ 2543) สภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า เขมรสติแตก

'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม