ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินสอบ สทนช.ละเว้นปฎิบัติหน้าที่-ข้อมูลไม่ครบแต่เดินหน้าจัดเวทีโครงการสร้างเขื่อนสานะคาม เผยอยู่ห่างชายแดนไทยด้าน จ.เลยแค่ 1.5 กม.ชาวบ้านโวยส่งผลกระทบข้ามแดนแน่แต่ยังไม่เห็นรายงานกลับเร่งรีบ
19 ธ.ค.2567 - ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ นายมนตรี จันทรวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเสรีภาพแม่น้ำโขง ในนามภาคประชาสังคม 12 องค์กร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนกรณีโครงการสร้างเขื่อนสานะคาม ที่จะก่อสร้างกั้นแม่น้ำโขงในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาว ห่างจากพรมแดนไทยที่ อ.เชียงคาน จ.เลย เพียงประมาณ 1.5 กม. ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ได้ประกาศที่จะดำเนินการประชุมให้ข้อมูลแก่ประชาชนในพื้นที่แม่น้ำโขงในปลายเดือนธันวาคมนี้
หนังสือร้องเรียนขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการปฏิบัติงานของ สทนช. ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากฝ่ายไทยยังไม่รับรองรายงานทางเทคนิคของคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission-MRC) ที่ทางการลาวส่งมาในปี 2565-2566 ซึ่งขณะนั้นฝ่ายไทยระบุชัดเจนว่าข้อมูลยังไม่สมบูรณ์ หากรายงานยังไม่สมบูรณ์และไม่สามารถยอมรับได้ ก็ยังจะไม่เริ่มกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า (PNPCA) แต่ล่าสุดเดือนตุลาคมที่ผ่านมีเอกสารรายงานการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ระบุว่าทางลาวได้ส่งรายงานการประเมินด้านสัญฐานของแม่น้ำโขง เกี่ยวกับตะกอนและชลศาสตร์ ซึ่งไทยได้รับรองแล้ว แต่ยังไม่พบข้อมูลการประเมินด้านนิเวศวิทยา สัตว์น้ำ เศรษฐกิจสังคม ในรายงานที่ส่งมาดังกล่าว จึงสงสัยว่ามีการตรวจรับและรับรองรายงานเหล่านี้แล้วหรือไม่
นายมนตรีกล่าวว่าในการประชุมแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม มีมติให้เดินหน้ากระบวนการ PNPCA ซึ่งต่อมาสทนช.ได้แจ้งให้ชาวบ้านร่วมประชุมในวันที่ 24 ธันวาคม ที่อ.เชียงคาน จ.เลย ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ขัดแย้งกับมติเดิม เครือข่ายประชาสังคมจึงตั้งข้อสังเกตการเร่งรัดทั้งที่ข้อมูลยังไม่ครบถ้วนเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล ยิ่งไปกว่านั้น รายงานที่อ้างว่าสมบูรณ์แล้วก็ยังไม่ได้เผยแพร่บนเว็บไซต์ของ สทนช. แสดงให้เห็นถึงความไม่โปร่งใสในการดำเนินการ
“ประชาชนต้องการให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบกรณีเขื่อนสานะคามอีกครั้ง เหตุใด สทนช. จึงไม่ปรึกษาหารือเพื่อกำหนดวันประชุมที่เหมาะสม และเปิดเผยข้อมูลล่วงหน้าเพื่อให้ชาวบ้านมีเวลาศึกษาข้อมูลก่อนเข้าร่วมกระบวนการ ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินตรวจสอบการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ สทนช. ในกรณีนี้” นายมนตรี กล่าว
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 เพจ สทนช. ได้เผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาสำคัญว่านายประเสริฐ จันทร์รวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และประธานในการประชุมคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย (TNMC) ได้มอบหมายให้สทนช. จัดเวทีให้ข้อมูลโครงการฯ เขื่อนสานะคาม ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า และที่ประชุมได้มอบหมายให้ สทนช. รวบรวมความเห็นต่อโครงการฯ เขื่อนภูงอย ส่งให้สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRCS) เพื่อปรับปรุงและเพิ่มเติมข้อมูลให้เพียงพอในรายงานผลกระทบข้ามพรมแดนที่คาดว่าจะเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ ได้ติดตามความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการร่วม (JAP) โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง ปากลาย และหลวงพระบาง มอบหมายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในฐานะคู่สัญญาให้กำกับติดตามการดำเนินงานของผู้พัฒนาโครงการให้เป็นไปที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายไฟ (PPA) อย่างเคร่งครัด
นายชาญณรงค์ วงศ์ลา กลุ่มรักษ์เชียงคานและประมงพื้นบ้าน อ.เชียงคาน จ.เลย กล่าวว่าตนเพิ่งได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่สทนช. ให้เข้าร่วมเวทีให้ข้อมูลซึ่งบอกว่าไม่ใช่เวที PNPCA แต่เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเขื่อนสานะคาม โดยจะมาจัดเวทีกับประชาชนและเอาความกังวลไปคุยกันต่อ
“ชุมชนที่เชียงคานกังวลว่าจะจัดเวทีอย่างไร ข้อมูลก็ไม่ได้เปิดเผย ไม่ส่งเอกสารให้เราอ่านก่อนเลย หากเป็นเช่นนี้ก็คล้ายๆ กับเวที PNPCA กรณีเขื่อนไซยะบุรีและเขื่อนอื่นๆ ที่ผ่านมา ที่สำคัญที่สุดสำหรับโครงการเขื่อนสานะคามนั้นมีรายงานตรวจสอบของผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกมาแล้ว พวกเรางงมากว่าหน่วยงานมาขอให้เราไปเข้าร่วมเวที แต่อยากเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตรวจการแผ่นดินที่รายงานซึ่งระบุชัดเจนว่ายังขาดข้อมูลผลกระทบข้ามพรมแดนที่จะเกิดกับแผ่นดินไทยและประชาชนไทย” กลุ่มประมงพื้นบ้านกล่าว
นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ที่ปรึกษามูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ กล่าวว่าในฐานะที่ติดตามมาโดยตลอด มีคำถามว่าทำไม สทนช. จึงเร่งรัดจัดเวทีกรณีเขื่อนสานะคามในช่วงปลายปี ซึ่งเมื่อปี 2564 สทนช. เคยจัดเวทีมาครั้งหนึ่งแล้ว การจัดเวทีครั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายงานเพิ่มเติมที่ได้รับจากบริษัทผู้พัฒนาโครงการและสปป.ลาว โดยเฉพาะประเด็นผลกระทบข้ามพรมแดน ทั้งเรื่องระดับน้ำ การระบายตะกอน การเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนระหว่างไทยลาวซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก
“ที่ตั้งของเขื่อนอยู่ห่างจากชายแดนไทยลาว ที่ปากน้ำเหือง อ.เชียงคาน เพียงแค่ 1.5 กิโลเมตรเท่านั้น ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีการเปิดเผยแต่อย่างใด แม้ทางสนทช.เคยรับปากว่าจะเปิดเผยข้อมูลในการประชุมร่วมหลายครั้ง หากเป็นเช่นนี้กระบวนการเหล่านี้ก็จะเป็นการจัดเพื่อเป็นการรับรองให้เกิดการก่อสร้างเขื่อนสานะคามได้เช่นเดียวกับกรณีเขื่อนแม่น้ำโขงก่อนหน้านี้ ทั้งไซยะบุรี ดอนสะโฮง หลวงพระบาง ปากแบง และปากลาย” นายหาญณรงค์กล่าว
อนึ่งโครงการเขื่อนสานะคาม (Sanakham Hydropower Project) ได้เข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือฯ เมื่อ 8 กันยายน 2562 แต่ไม่ได้มีกำหนดวันสิ้นสุดเนื่องจากเป็นช่วงการระบาดของไวรัสโควิด ต่อมาปี 2564 ทั้งคณะทำงานด้านเทคนิค 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงไม่รับรองรายงาน เนื่องจากขาดข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดนโดยเฉพาะประเด็นอุทกวิทยา การกัดเซาะร่องน้ำลึกและตลิ่งพัง เพราะระดับน้ำอาจจะผันผวนจากการใช้งานเขื่อนอาจส่งผลกระทบต่อท้ายน้ำรายวันที่ระดับ 3.5 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อระบบนิเวศและตลิ่งของประเทศไทย ตั้งแต่เขตปากน้ำเหือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสกายวอล์กเชียงคาน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง และแม่น้ำโขงเขต อ.เชียงคาน อ.ปากชม จ.เลย ต่อมาวันที่ 19 มกราคม 2565 ไทยปฏิเสธการสิ้นสุดกระบวนการ PNPCA เนื่องจากข้อมูลไม่เพียงพอจึงจัดเวทีในประเทศไทยไม่ได้ หลังจากนั้นปี 2565-2567 ทางการไทยได้ร้องขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการไหลของน้ำ การเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานร่องน้ำและตะกอน และผลกระทบข้ามพรมแดนทางระบบนิเวศและเศรษฐกิจและสังคมต่อประชาชนในเขตไทย แต่ยังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด
โครงการเขื่อนสานะคาม มีผู้พัฒนาโครงการคือบริษัทต้าถัง คอร์เปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) และบริษัทกัลฟ์ เอเนอยี่ เดวอลอปเม้นท์ จำกัด(มหาชน) มีกำลังผลิตติดตั้ง 684 เมกะวัตต์ มูลค่าการก่อสร้าง 2,073 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เขื่อนมีความสูง 56.6 เมตร ยาวขวางลำน้ำโขง 909 เมตร ระดับกักเก็บน้ำ 220 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก) และข้อมูลของ MRC ระบุว่าจะมีประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรงมากถึง 62,530 คน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผู้ตรวจการแผ่นดินลุยสางคดีบุกรุกป่าชายแดนชุมพร เร่งล่าขบวนการข้ามแดนเถื่อน
ผอ.ส่วนสอบสวนผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ชุมพร ส่งมอบหลักฐานสำคัญให้ตำรวจเดินหน้าคดีบุกรุกป่าเปิดทางข้ามแดนไทย-เมียนมา หลังพบเครือข่ายรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ใช้เป็นเส้นทางขนสินค้าและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ขณะที่อดีตผู้นำท้องถิ่นคู่กรณี ตชด. คดีขนแรงงานเถื่อน ถูกคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งแล้ว
'พี่ศรี' ร้องสอบการเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์!
ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจการแผ่นดินสอบกรมทางหลวงเวนคืนที่ดินมาสร้างศูนย์การค้าริมอเตอร์เวย์ สาย 7 ศรีราชา ชอบหรือไม่ ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายฮั้วประมูลหรือไม่
'ทนายอั๋น' ฟุ้งแฉคลิปเด็ด! ซีรีส์จัดโพยคดีฮั้ว สว.
'ทนายอั๋น' บุกร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เบรก 3 กกต. ทำคดีฮั้ว สว. ขู่แฉคลิปเด็ดซีรีส์จัดโพย-ฮึ่มหากตัดตอนฟ้อง พร้อมลุยคดีเขากระโดงต่อ
'ศิริกัญญา' ยื่นผู้ตรวจการฯ สอบรัฐบาลถังแตก ใช้เงินกู้แก้วิกฤตพลังงานโปะรายจ่ายประจำ ชี้ผิดวินัยการคลัง-ละเมิดรธน.
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน เข้ายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบรัฐบาลในกสรใช้เงินกู้ไปกับงบรายจ่ายประจำส่อผิดกฎหมาย ว่า ตนมายื่นเรื่องร้องเรียนกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้ยื่นเรื่องไปที่ศาลปกครอง ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ ครม.อนุมัติ โครงการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่อนุมัติเงิน 18,800 ล้านบาท เพื่อใช้ในสวัสดิการตามปีงบประมาณ 2569 ตลอดปี
'สทนช.' เตือน 6 จังหวัด 'ภาคตะวันออก-ใต้' พื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก
สทนช. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด
'คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน' ยังตะลึง! นายทุนรุกป่าอนุรักษ์ สร้างอาณาจักรใหญ่ หลังชาวบ้านร้องจนท.ละเลย
คณะผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีนายทุนบุกรุกพื้นที่สาธารณะ “พรุมัด” และพื้นที่ป่าสงวนจำนวนมาก พร้อมเนรมิตอาณาจักรขนาดใหญ่กลางช่องเขา จนเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสภาพความเสียหายและการรุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติอย่างมโหฬาร

