
รบ.ให้เช็กด่วน! เงินหมื่นอายุ60+ ก่อนรัฐบาลกดปุ่มโอนจ่ายเช้าจันทร์ 27 มค.นี้ รัฐบาลฝากลูกหลานช่วยตรวจสิทธิพ่อแม่ปู่ย่าตายายผ่านแอปทางรัฐให้ด้วย
20 ม.ค.2568-น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านผู้สูงอายุ โดยภาครัฐจะสนับสนุนเงินจำนวน 10,000 บาท ในเฟส 2 นี้ให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปกว่า 4 ล้านคนนั้น ขอย้ำเตือนผู้ที่มีสิทธิตามโครงการฯ เร่งตรวจสอบสิทธิ์ในสองวันสุดท้าย
ทั้งนี้ หากผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่สะดวกหรือไม่เชี่ยวชาญในเรื่องการลงทะเบียนรัฐบาลขอความกรุณาให้ลูกหลานหรือคนในครอบครัว ช่วยเร่ง ตรวจสอบและดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชนของผู้มีสิทธิ์ ให้แล้วเสร็จภายในวันพุธที่ 22 ม.ค.นี้ เพื่อรอรับการจ่ายเงินในวันจันทร์ที่ 27 ม.ค.2568
“เรื่องสำคัญที่จะทำให้ไม่พลาดในการรับเงินสนับสนุน 10,000 บาทดังกล่าว ควรตรวจสอบกับธนาคารด้วยว่าบัญชีของผู้มีสิทธิ ยังคงมีสถานะปกติที่สามารถรับเงินโอนได้หรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าพร้อมรับเงินในวันที่ 27 มกราคม 2568 นี้”
สำหรับผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไข สามารถตรวจสอบสิทธิการได้รับเงินในโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้ตั้งแต่วันพุธที่ 22 มกราคม 2568 นี้เป็นต้นไปด้วยวิธีการ ดังนี้ 1.เปิดแอปทางรัฐ เข้าสู่ระบบให้เรียบร้อย จากนั้นกดปุ่มตรวจสอบสถานะ 2.ระบบจะขออนุญาตเข้าถึงข้อมูล และขอยืนยันเบอร์โทรศัพท์มือถือ เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน ให้กดปุ่มยืนยันข้อมูล 3.กรอกเบอร์โทรศัพท์และกดปุ่มรับรหัสทาง SMS (OTP) 4.กรอกรหัส OTP และกดปุ่มยืนยันโทรศัพท์มือถือ 5.กดปุ่มอนุญาต ให้แอปพลิเคชันเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล และ 6.ระบบจะแสดงผลสถานะในการรับสิทธิตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ว่าอยู่ในขั้นตอนใด หากอยู่ในขั้นตอนที่ 3 คือระบบอยู่ระหว่างการตรวจสอบสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 4 คือไม่ได้รับสิทธิ หากอยู่ในขั้นตอนที่ 5 คือได้รับสิทธิตามโครงการเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท
“การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นการขยายผลกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติมจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ควบคู่กับการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่กลุ่มเปราะบางให้ครอบคลุมกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ผู้สูงอายุจะสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการตามความจำเป็นของตน ช่วยสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว นอกจากนี้การดำเนินโครงการฯ จะช่วยส่งเสริมความอยู่ดีมีสุข (Well-being) ของผู้สูงอายุให้ดีขึ้นรอบด้านอีกด้วย”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พีมูฟ' บุกทำเนียบฯ ค้านยุบธนาคารที่ดิน ขอรัฐบาลเร่งตั้งคณะศึกษากฎหมาย
‘พีมูฟ’ บุกทำเนียบ ค้านยุบธนาคารที่ดิน เร่ง ตั้งคณะศึกษากฎหมาย อุทยานฯ ลั่น รัฐต้องรักษาสัญญาประชาชน จับตา ‘ทรงศักดิ์’ เตรียมคุยบ่ายนี้
'เท้ง' ฝาก 'อนุทิน' คุย 'มิน อ่อง หล่าย' 5 มาตรการแก้มลพิษข้ามพรมแดน
'เท้ง' ชง 5 มาตรการแก้ปัญหามลพิษน้ำข้ามพรมแดน ถึง 'อนุทิน' ก่อนพบ 'มิน อ่อง หล่าย' แนะมอบ 'สีหศักดิ์' รับผิดชอบหลัก ฝ่ายค้านติดตามความคืบหน้าทุกไตรมาส
นายกฯ ห่วง ปชช. สั่งจังหวัดเสี่ยงท่วม ยกระดับรับมือดินถล่ม-น้ำป่า
นายกฯ ห่วงความปลอดภัย ปชช. กำชับจังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมยกระดับเฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก สำรองยาและเวชภัณฑ์ไม่น้อยกว่า 72 ชม. ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางใกล้ชิด
รัฐบาลเร่งช่วยยืนยันตัวตน หลังมีผู้ยื่นทบทวนสิทธิ 'บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ' แล้วกว่า 4 ล้านราย
‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ ยื่นทบทวนสิทธิแล้วกว่า 4 ล้านราย รัฐเร่งช่วยยืนยันตัวตน–ทบทวนสิทธิ ไม่ปล่อยคนยากไร้เสียโอกาส
ทวงผลประชามติแก้รธน. บี้ 'รัฐบาล-ฝ่ายค้าน-วุฒิสภา' ลงมือทำ
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "กระตุกเตือน : ทวงผลประชามติ แก้ไขรัฐธรรมนูญ" โดยระบุว่า
รัฐบาลแจง 'พันธบัตรออมพลัส' รอบใหม่ ไม่ต้องรีบกด จัดสรรเท่าเทียม
'รัชดา' แจงข้อสงสัย พันธบัตรรัฐบาลออมพลัส รอบใหม่ 3–5 ส.ค. ไม่ต้องรีบกด ยันระบบ Small Lot First จัดสรรเท่าเทียมทุกราย

