ทำค่าฝุ่นPM2.5 เพิ่ม 'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' ชี้ความเข้าใจผิดนำรถกระบะดีเซลอุด EGR

2 ก.พ.2568-ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เนื้อหาระบุ ความเข้าใจผิดในการนำรถกระบะดีเซลอุด EGR

1.รถกระบะและรถดีเซลจำนวนมากชอบที่อุดEGR เชื่อว่าทำให้แรงวิ่งเร็วขึ้น แต่ข้อเท็จจริงคือปล่อยฝุ่นPM2.5มหาศาลและเครื่องยนต์พังเร็ว 1.1.EGR หรือ ระบบ Exhaust Gas Recirculation คือระบบที่นำเอาไอเสียหลังจากการเผาไหม้ที่ควรจะระบายออกไปทางปลายท่อไอเสียที่มีอยู่ประมาณร้อยละ 5-15 วนกลับมาเผาไหม้ใหม่ซ้ำอีกครั้ง 1.2.การทำงานก็คือเมื่ออากาศในห้องจุดระเบิดของเครื่องยนต์ถูกคายออกมาเป็นไอเสีย อุปกรณ์อิเล็คทรอนิคส์หรือ ECU (Electonic control unit)ของเครื่องยนต์จะทำหน้าที่ตรวจจับว่าไอเสียนั้นมีค่ามล พิษเกินกว่าที่กำหนดหรือไม่ หากเกินค่ามาตรฐานที่ตั้งไว้ ไอเสียส่วหนึ่งประมาณ 5-15% จะถูกวาล์ว EGR เปิดรับ เพื่อนำกลับไปผสมกับไอดีที่ดูดมาจากภายนอก เข้าไปทำการเผาไหม้ในห้องจุดระเบิดใหม่อีกครั้ง ทำให้มลพิษที่เผาไม่หมดในครั้งแรกถูกเผาไหม้ไปอีกครั้งจนสามารถที่จะระบายออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ตามค่ามาตร ฐาน สามารถลดปัญหาควันดำหรือฝุ่น PM 2.5ลงได้

2.แต่ก็มีขาซิ่งบางคนที่ใช้รถเครื่องยนต์ดีเซลมองว่า การนำเอาอากาศที่ไม่สะ อาดหรือควันดำกลับเข้าไปในห้องจุดระ เบิดอีกครั้ง จะทำให้เครื่องยนต์มีกำลังลดลง จึงทำการหยุดการใช้งานระบบด้วยการใส่ตัวอุดที่ทางเข้าของตัววาล์วของEGR ทำ ให้ไอเสียจากห้องเผาไหม้ระบายออกที่ท่อไอเสียได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องกลับไปเผาไหม้ใหม่ โดยมีความรู้สึกว่าเครื่องยนต์แรงขึ้นตั้งแต่รอบต่ำๆ เพราะในห้องเผาไหม้มีแต่อากาศบริสุทธิ์เข้าไป

3.แต่ข้อเสียในระยะต่อไปก็คือส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงจะบางลง เนื่องจาก ECU จะประมวลผลและสั่งการจ่ายน้ำมัน จากการควบรวมไอเสียหมุนกลับที่มากขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้น เสี่ยงต่อการพังเสียหายของเครื่องยนต์ นอกจากนี้จะทำให้อุปกรณ์กรองไอเสียหรือ Catalytic Converter ทำงานหนักขึ้นและอุดตันเร็วกว่าอายุการใช้งาน เนื่องจากไอเสียควันดำที่มีปริมาณมากขึ้น

4.รถกระบะซิ่งและรถเครื่องยนต์ดีเซลที่อุดEGRและทะลวงCatจะปล่อยมลพิษโดยเฉพาะฝุ่นPM2.5ออกมามหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ประเภท Euro3 หรือ Euro4 ก็ตาม

5.หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องเร่งกวดขันรถยนต์ประเภทนี้ก่อนที่จะเกิดสภาวะอุณ หภูมิผกผันหรือ Temperature Inversion และลมสงบเกิดภาวะฝาชีครอบกรุงเทพฯและเมืองใหญ่ช่วงฤดูหนาวนี้..ทำให้เพิ่มค่าฝุ่นPM2.5ในเมืองมหาศาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ 'แบตเตอรี่ลิเธียม' ประโยชน์มหาศาล แต่มีโทษอนันต์ใช้งานระวัง

เหตุไฟไหม้รถบรรทุกที่บรรทุกแบตเตอรี่ลิเทียม สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจำนวนมากบนถนนบางนา-ตราด ขาเข้า ช่วงกิโลเมตรที่ 40 ดับไฟยาก ไหม้จนมอดทั้งคัน ก๊าซพิษฟุ้ง

อันตราย! นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก 80% มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง

นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ชี้ไมโครพลาสติก อันตรายมากกว่าที่คิด ร้อยละ80 มาจากกำจัดขยะแบบเทกองกลางแจ้ง

'บีโอไอ'ไฟเขียวอีซูซุ ลงทุนกว่า 1.5 หมื่นล้านอัปเกรดการผลิตมุ่งสู่อุตฯสีเขียว

บีโอไออนุมัติ อีซูซุ ขยายการลงทุนเพิ่มกว่า 15,000 ล้านบาท ปรับปรุงและยกระดับฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทย ติดตั้งระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ควบคู่กับการลงทุนด้านพลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐานยูโร 6 มุ่งสู่อุตสาหกรรมสีเขียวตามมาตรฐานระดับโลก

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้ไฟไหม้ป่าภาคเหนือ สาเหตุฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงติดอันดับโลก

สถานการณ์ไฟไหม้ป่าในภาคเหนือช่วงปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2569 มีความรุนแรงมากโดยจังหวัดเชียงใหม่เกิดไฟป่าลุกลามรุนแรงบริเวณดอยสุเทพ-ปุย ใกล้กับหมู่บ้านม้งดอยปุย และพื้นที่อุท ยานแห่งชาติออบขาน ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลก

'นักวิชาการสิ่งแวดล้อม' หวั่นถล่มคลังน้ำมัน เกิดฝนดำ ฝนกรด ควันพิษ เกิดวิบัติโลกระยะยาว

ดร.สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า