นักวิชาการ มธ. ชี้ 'คอลเซ็นเตอร์จีน' ภัยคุกคามใหม่ในไทย ท้าทายการรักษาความมั่นคงชายแดน

นักวิชาการด้านความมั่นคง เตือนภัยคุกคามจากขบวนการคอลเซ็นเตอร์จีน ที่ขยายตัวในเขตชายแดนไทย-เมียนมา กัมพูชา และลาว ชี้เป็นภัยข้ามชาติที่ท้าทายทั้งความมั่นคงและการบังคับใช้กฎหมาย แนะรัฐบาลใช้มาตรการเฉียบขาดควบคู่กับการร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อยับยั้งการขยายตัวของกลุ่มอาชญากรรมนี้อย่างยั่งยืน

15 ก.พ.2568 - รศ.ดร.ดุลยภาค ปรีชารัชช อาจารย์ประจำสาขาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และนายกสมาคมภูมิภาคศึกษา ได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจีนเทา ซึ่งขยายตัวในพื้นที่ชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในเขตชายแดนไทย-เมียนมา กัมพูชา และลาว ซึ่งขณะนี้ได้กลายเป็นภัยคุกคามสำคัญที่รัฐบาลไทยต้องจัดการอย่างเร่งด่วน

รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าวว่า ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่นำโดยกลุ่มจีนเทา เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่ท้าทายทั้งด้านความมั่นคงและกฎหมาย เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการหลอกลวงและการขยายขอบเขตการกระทำผิดที่ไม่ได้จำกัดแค่ประเทศไทย แต่ยังส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจับกุมกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะพวกเขามีการเชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มติดอาวุธที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน และมีฐานการเงินที่เข้มแข็งจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้การตรวจสอบและการเฝ้าระวังมีความซับซ้อน

การปราบปรามอย่างจริงจังที่รัฐบาลไทยได้ดำเนินการ โดยการตัดการเชื่อมต่อไฟฟ้า น้ำมัน และอินเทอร์เน็ตในบางพื้นที่ เป็นมาตรการที่มีผลบังคับใช้อย่างเร่งด่วน รศ.ดร.ดุลยภาค มองว่าแม้การดำเนินการดังกล่าวจะช่วยลดการขยายตัวของขบวนการจีนเทาในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ซึ่งต้องการการเยียวยาและการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ชุมชนสามารถดำรงชีวิตได้

“มาตรการนี้อาจทำให้เกิดผลกระทบระยะสั้นต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน แต่ในระยะยาวมันจะช่วยให้ประเทศไทยสามารถควบคุมการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับขบวนการจีนเทาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว พร้อมเสริมว่า ภาครัฐต้องหาแนวทางในการจัดการกับปัญหานี้อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบด้านความเป็นอยู่ของประชาชน และยังคงรักษาความมั่นคงในพื้นที่ได้

นักวิชาการผู้นี้ ชี้ว่า การร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดนเป็นสิ่งสำคัญในการปราบปรามขบวนการนี้ เนื่องจากกลุ่มเหล่านี้มีข้อมูลที่สามารถช่วยในการติดตามจับกุมบุคคลและเครือข่ายของขบวนการคอลเซ็นเตอร์ได้ โดยไม่เพียงแต่เน้นการปราบปรามอาชญากรรม แต่ยังต้องคำนึงถึงการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาคเพื่อจัดการปัญหานี้อย่างยั่งยืน

“การใช้มาตรการแบบนี้ต้องมีการคำนึงถึงผลกระทบในระดับชุมชน และหากรัฐบาลสามารถสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ได้ ความร่วมมือเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการยับยั้งการขยายตัวของขบวนการจีนเทา” รศ.ดร.ดุลยภาค ย้ำ

การปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์จีนที่มีขนาดใหญ่และมีความซับซ้อนทางการเงินและการดำเนินการได้สร้างความตึงเครียดทางการเมืองในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ที่ต้องดำเนินมาตรการในระดับชาติและระหว่างประเทศ เพื่อหยุดยั้งการแผ่ขยายของขบวนการนี้ให้ได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากการที่บางกลุ่มอาชญากรเหล่านี้อาจใช้ฐานในพื้นที่ชายแดนเป็นแหล่งหลบซ่อนและขยายกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง

“การจะปิดกั้นและจัดการกับขบวนการนี้ไม่ใช่แค่การใช้กำลังหรือการตัดการเชื่อมโยงทางเทคนิค แต่ต้องมีการศึกษาผลกระทบระยะยาวต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศด้วย” รศ.ดร.ดุลยภาค กล่าว

ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยยังคงเผชิญกับความท้าทายในการจัดการปัญหานี้อย่างยั่งยืน โดยการต้องคำนึงถึงทั้งด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค ขณะที่การดำเนินการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและองค์กรระหว่างประเทศจะเป็นกลยุทธ์สำคัญในการต่อสู้กับภัยคุกคามข้ามชาติที่มีขนาดใหญ่และซับซ้อนนี้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัฐบาลเตือนภัย 'วันวาเลนไทน์' ระวังรักปลอม หลอกโอนเงิน

รัฐบาลเตือนภัยวันวาเลนไทน์ ระวัง 'รักปลอม' หลอกโอนเงิน เช็กให้ชัวร์ ก่อนจะเทใจ-เทเงิน มิจฉาชีพใช้ AI สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา สั่งการตำรวจเฝ้าระวังจุดเสี่ยง

เปิด 5 ปัจจัย 'พรรคน้ำเงิน' ผงาด! กวาดเกือบ 200 เก้าอี้

'โบว์ ณัฏฐา' ชำแหละชัด 5 ปัจจัย 'ภูมิใจไทย' ชนะขาดลอยท่วมท้น 'สีหศักดิ์-เอกนิติ-ศุภจี' ของแปลกที่คนชอบ 'อนุทิน' แรงดึงดูดสูง บวกกับกระแสชาตินิยม ในยามที่คนไทยล้ากับการเมือง

ทร. ยันตั้งตู้คอนเทนเนอร์พื้นที่ 'ทมอดา' ตามแนววางกำลังเดิม ไม่ผิดข้อตกลงหยุดยิง

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ดำเนินการวางตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่ชายแดนบริเวณบ้านท่าเส้น ตำบลชำราก อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งเป็นมาตรการด้านความมั่นคงที่ดำเนินการอย่างรอบคอบ สอดคล้องกับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วม (Joint Statement) ที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2569

'กกต.บุรีรัมย์' ตีปี๊บเลือกตั้ง เตรียมแผนรับมือเหตุสุดวิสัยชายแดน

กกต.บุรีรัมย์ รณรงค์ชวนประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งและประชามติ 8 ก.พ. ตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 70% ชี้หากเกิดเหตุสุดวิสัยชายแดน พร้อมกำหนดสถานที่ลงคะแนนใหม่นอกเขต หรือปิดการลงคะแนน

'สีหศักดิ์' จับตาเขมรเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพล ลั่นหากรุกล้ำพื้นที่ไทย พร้อมปกป้องอธิปไตย

‘สีหศักดิ์’ ลั่นถ้ากัมพูชาตั้งใจยิงยุยง-รุกล้ำพื้นที่ พร้อมปกป้องอธิปไตย ยัน ติดตามความเคลื่อนไหวการเคลื่อนย้ายอาวุธ-กำลังพลเขมรตลอด เผยเตือนไปแล้ว ให้ระวังคำพูดที่เสี่ยงแทรกแซง