
23 ก.พ. 2568 – นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงมหาดไทย เปิดรับสมัครนักศึกษาตามโครงการจัดส่งนักเรียนจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย ประจำปีการศึกษา 2568 ที่มีภูมิลำเนาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีจังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) รวม 44 ทุน ประกอบด้วย สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ 27 ทุน (ทุนละ 40,000 บาทต่อปี) และสาขาวิชาสังคมศาสตร์ 17 ทุน (ทุนละ 30,000 บาทต่อปี) โดยมีมหาวิทยาลัยที่จะรับนักศึกษาตามโครงการฯ จำนวน 12 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
สำหรับคุณสมบัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ มีดังนี้ 1. สัญชาติไทย และเป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีภูมิลำเนาและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานีจังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี และมีอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์นับถึงวันที่รับสมัคร 2. บิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง ของผู้สมัคร มีภูมิลำเนาปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวีและอำเภอสะบ้าย้อย) ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 1 ปี นับถึงวันที่รับสมัคร 3. เป็นผู้สำเร็จการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่ามาแล้วไม่เกิน 1 ปีการศึกษาหรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล และจังหวัดสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย) และมีระยะเวลาการศึกษาในสถานศึกษาดังกล่าวติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ภาคการศึกษา 4. มีผลการเรียนดี และมีความประพฤติดี โดยมีหนังสือรับรองจากสถานศึกษาที่สำเร็จการศึกษา 5. เป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายหรือที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6. ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยมีหนังสือรับรองฐานะทางครอบครัวจากอำเภอที่ผู้สมัครมีภูมิลำเนาอยู่ 7. ไม่เป็นผู้เคยถูกคัดชื่อออกจากสถานศึกษาใด ๆ 8. ไม่เป็นผู้กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยของรัฐในระบบปิด 9. มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่มหาวิทยาลัยที่คัดเลือกเข้าศึกษานั้น ๆ กำหนด และ 10. ไม่เป็นผู้ที่กำลังรับทุนหรือเคยได้รับทุนตามโครงการฯ นี้มาก่อน
ทั้งนี้ ผู้ประสงค์สมัครรับทุนการศึกษาตามโครงการฯ สามารถศึกษารายละเอียดของโครงการจากประกาศกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งศึกษาคุณสมบัติทางการศึกษาและเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกตามแต่ละคณะ สาขาวิชาที่ทางมหาลัยกำหนดโดยละเอียด ได้ที่ https://multi.dopa.go.th/gacd/news/cate6/view31 ตั้งแต่วันที่ นี้ไปจนถึง 5 มีนาคม 2568
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มหาดไทยเด้งฟ้าผ่า! อธิบดี สถ. พ้นเก้าอี้ เซ่นปมโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1563/2569 เรื่อง ให้ข้าราชการประจำส่วนราชการเป็นการชั่วคราว โดยเนื้อหาระบุว่า โดยที่ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
อธิบดีปกครองปัดส่งไลน์ ‘ช่วยน้ำเงินด้วย’ เล็งใช้ ป.ป.ง ตอบโต้
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณี นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต
ยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กเข้าระบบดิจิทัล
รัฐบาลยกระดับ ‘สมุดสีชมพูโฉมใหม่’ เชื่อมข้อมูลสุขภาพแม่และเด็กสู่ระบบดิจิทัล ย้ำเน้นฝากครรภ์คุณภาพ ดูแลแม่–ลูกครบวงจร
'ภคมน' เย้ย 'อนุทิน' เกรงใจเอเจนซีใหญ่ ไม่กล้าถอนรากถอนโคนมาเฟียภูเก็ต สั่งย้ายข้าราชการแค่ละครตบตา
น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการเด้งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และรองผู้ว่าฯ จ.ภูเก็ต
'พลพีร์' เผยนายกฯ สั่ง 3 รมช.มหาดไทย สางปัญหาภูเก็ต โวลั่นรอดูฝีมือพวกผม
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี ครม.มีมติ โยกย้ายนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และสลับนายโชตินรินทร์
ปลัด มท. แจงยิบ สลับเก้าอี้ปกครองภูเก็ต เหมือนมีเม็ดทรายในรองเท้าก็ต้องเอาออก
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีครม.เห็นชอบแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตแทนว่า

