ครม.อนุมัติการกู้เงินของสำนักงานธนานุเคราะห์ จำนวน 200 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและรับรองธุรกรรมการให้บริการรับจำนำแก่ประชาชน
25 ก.พ.2568 - นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติการกู้เงินเพื่อใช้ในกิจการของสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวนเงิน 200 ล้านบาท เพื่อเป็นการเตรียมเงินทุนหมุนเวียนและรับรองธุรกรรมการให้บริการรับจำนำแก่ประชาชน ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ
นายคารม กล่าวว่า สธค. คาดการณ์การเติบโตของมูลค่ารับจำนำในปีงบประมาณ 2568 โดยคาดว่าจะมีผู้มาใช้บริการประมาณ 1,198,947 ราย เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 จำนวน 35,088 ราย หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3.01 และจำนวนเงินรับจำนำประมาณ 21,221.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2567 จำนวน 618.10 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 3 เนื่องจากประชาชนผู้มีรายได้น้อยยังคงต้องการเงินเพื่อใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโรงรับจำนำของรัฐบาลจึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งของภาครัฐในการเป็นแหล่งพึ่งพิงที่สำคัญสำหรับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งไม่มีเครดิตเพียงพอที่จะไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินอื่น ประกอบกับในปีงบประมาณ 2568 สธค. มีแผนการขยายสาขาจำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาที่ 48 (จังหวัดนครปฐม) และสาขาที่ 49 (จังหวัดร้อยเอ็ด)
ทั้งนี้ สธค. ได้จัดทำแผนความต้องการใช้เงินกู้ระยะยาวปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อรองรับสภาพคล่องทางการเงินขององค์กรในการใช้หมุนเวียนรับจำนำและอื่น ๆ และรองรับสาขาที่เปิดเพิ่มขึ้น ซึ่งหาก สธค. ไม่ดำเนินการกู้เงินระยะยาว สธค.จะมีเงินสดคงเหลือปลายงวดติดลบ ดังนั้น สธค. จึงมีความจำเป็นต้องจัดทำแผนการกู้เงินระยะยาววงเงิน 200 ล้านบาท เพื่อบริหารความเสี่ยงและบริหารสภาพคล่องทางการเงินของ สธค.
ทั้งนี้ สธค. มีความสามารถชำระหนี้เงินกู้ได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถนำส่งเงินรายได้แผ่นดิน ตามที่ กค. กำหนด จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารทางการเงินการคลังของรัฐบาลในภาพรวมและคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ ในการประชุมครั้งที่ 2 ปีงบประมาณ 2567 เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ได้มีมติเห็นชอบแผนความต้องการใช้เงินกู้ระยะยาว ประจำปีงบประมาณ 2568 วงเงิน 200 ล้านบาท รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เห็นชอบให้ พม. กู้เงินเพื่อใช้ในกิจการของ สธค. ประจำปีงบประมาณ 2568 จำนวน 200 ล้านบาท โดย กค. ไม่ค้ำประกัน นอกจากนี้ วงเงินดังกล่าวได้รับการบรรจุในแผนบริหารหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ 2568 ด้วยแล้ว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โฆษกรัฐบาล เผยนายกฯ บินด่วนกลับไทยเร็วขึ้น 2 ชม. พร้อมลุยน้ำท่วมทันทีหลังลงเครื่อง
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เลื่อนกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยให้เร็วขึ้น โดยจะออกเดินทางจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร
ครม.ไฟเขียว ให้ กคช. เดินหน้า “บ้านเขียวประหยัดพลังงาน” GEF อัดฉีดงบ 3.14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยการเคหะแห่งชาติ (กคช.)
เช็กมติ ครม. แต่งตั้งโยกย้ายล็อตใหญ่หลายกระทรวง
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติตามที่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการ สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรีในส่วนของสำนักงา
ครม.ไฟเขียวตั้ง 'ปิยะ' เป็นอธิบดีDSI เด้ง 'ยุทธนา' นั่งซี 11
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวง
นิกร โสมกลาง เผย 'บ้านมั่นคงชายแดน' ยกระดับที่อยู่อาศัย-คุณภาพชีวิต 2.5 แสนครัวเรือน สร้าง 'ชุมชนชายแดนเข้มแข็งพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง' เสริมความมั่นคงประเทศ
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. เผยแผนยุทธศาสตร์และกรอบดำเนินงาน “โครงการเสริมสร้างเครือข่ายองค์กรชุมชนกับการจัดการภัยพิบัติและพัฒนาพื้นที่ชายแดน” ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2570–2574) ครอบคลุม 26 จังหวัด 94 อำเภอ 752 ชุมชน รวม 259,037 ครัวเรือน ชูงบสนับสนุนสูงสุด 176,000 บาท/ครัวเรือน มุ่งแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน ความไม่สงบ และภัยพิบัติ พร้อมบูรณาการกลไก 5 ระดับเพื่อกระจายอำนาจสู่การจัดการตนเองของชุมชนอย่างยั่งยืน
เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

