เตือนเฟกนิวส์! แจกเงินทายาทผู้สูงอายุที่เสียชีวิต

7 มี.ค. 2568 – นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากกรณีสื่อสังคมออนไลน์ แชร์ประเด็นเรื่องผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสียชีวิต ทายาทได้ 3,000 บาท ส่วนข้าราชการบำนาญได้ 30,000 บาท จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั้น เป็นข้อมูลเท็จ ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) ให้การสนับสนุนการสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณี ตามโครงการสนับสนุนค่าจัดการศพผู้สูงอายุตามประเพณี ดำเนินการตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีงบประมาณในการช่วยเหลือเป็นเงินรายละ 3,000 บาท ผู้สูงอายุที่เสียชีวิตซึ่งเป็นข้าราชการบำนาญจะไม่มีคุณสมบัติในการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ส่งผลให้ไม่สามารถขอรับการสนับสนุนได้

นายคารม กล่าวว่า การสงเคราะห์ในการจัดการศพตามประเพณีนั้น ผู้สูงอายุที่ตายต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้ 1.อายุเกิน 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป 2.สัญชาติไทย และ 3.ผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เว้นแต่ผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือยังไม่ได้ลงทะเบียนให้ผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ หรือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน หรือนายกเทศมนตรี หรือนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเมืองพัทยา หรือประธานชุมชน เป็นผู้ออกหนังสือรับรองการสงเคราะห์ฯ ตามประกาศฉบับนี้รวมถึงผู้สูงอายุอยู่ใน ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุ (ศพส.) สถานสงเคราะห์ สถานดูแล สถานคุ้มครอง หรือสถานใด ๆ ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจัดการศพตามประเพณีโดยมูลนิธิ สมาคมวัด มัสยิด โบสถ์

สำหรับสถานที่ยื่นคำขอสามารถยื่นคำขอในท้องที่ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือภูมิลำเนาในขณะถึงแก่ความตาย ดังนี้ 1.ต่างจังหวัด ยื่นคำขอที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล หรือศาลาว่าการเมืองพัทยา 2.กรุงเทพมหานคร ยื่นคำขอที่สำนักงานเขต ส่วนเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอ ได้แก่ 1.ใบมรณะบัตรของผู้สูงอายุ 2.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐของผู้สูงอายุ และ 3.บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ โดยมีระยะเวลาการยื่นคำขอภายใน 6 เดือนนับตั้งแต่วันที่ออกใบมรณบัตร งบประมาณในการช่วยเหลือเป็นเงินรายละ 3,000 บาท ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) โทร. 1300 สายด่วน พม. ตลอด 24 ชั่วโมง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' ขึ้นชั้นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของยะลา

รัฐบาล เผยขึ้นทะเบียน 'ปลานิลสายน้ำไหลเบตง' สินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดปีละ 19 ล้านบาท

'นายกฯหนู' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำเนียบ ขอบคุณได้มากกว่าขอ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นเวลา 12.09 น. นายอนุทิน เดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า

ระทึก! TI ประกาศดัชนีคอร์รัปชัน 2568 ประเมินผลยุครัฐบาลแพทองธาร 10 ก.พ.นี้

ดร.มานะ เผยวันอังคารที่ 10 ก.พ.นี้ TI จะประกาศดัชนีคอร์รัปชัน 2568 - CPI 2025 ผลการประเมินนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลารัฐบาลแพทองธาร

รัฐบาลแนะคนหางานใช้แอป 'คนทำงานอิสระ' หาตำแหน่งว่าง!

รัฐบาลแนะคนหางาน ใช้บริการเว็บไซต์ 'คนทำงานอิสระ.doe.go.th' หรือแอปพลิเคชัน 'คนทำงานอิสระ' ศูนย์รวมงานและบริการอาชีพอิสระ ค้นหาตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ

ขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI

'อัยรินทร์' เผยขึ้นทะเบียน 'กุ้งมังกร 7 สีภูเก็ต' สินค้า GI ลำดับ 4 ของจังหวัด ยกระดับสินค้าประมงพื้นบ้านสู่สินค้าพรีเมียม ราคากิโลกรัมละ 3,000 บาท คาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 65 ล้านบาทต่อปี