ครม. อนุมัติข้อกำหนดความปลอดภัย บันไดเลื่อน-เตารีดไฟฟ้า ต้องผ่านมาตรฐานใหม่

27 มีนาคม 2568 - นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ที่ประชุม ครม. มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อน และทางเลื่อนอัตโนมัติ ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ...

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงนี้มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อน และทางเลื่อนอัตโนมัติ ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ (มาตรฐานในอุตสาหกรรมใหม่) เนื่องจากในปัจจุบันผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติมีการติดตั้งในอาคารหรือสถานที่สาธารณะต่าง ๆ จึงเห็นควรให้มีการกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อน และทางเลื่อนอัตโนมัติ ทั้งนี้ ผู้ทำ ผู้นำเข้าจะต้องขอรับใบอนุญาตทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว และผู้จำหน่ายจะต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าวที่ได้รับใบอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐาน โดยร่างกฎกระทรวงดังกล่าวมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจพิจารณาร่างกฎกระทรวงดังกล่าวเป็นการล่วงหน้าแล้ว และ ศคก. ได้แก้ไขชื่อร่างกฎกระทรวงเป็น “ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมบันไดเลื่อนและทางเลื่อนอัตโนมัติ : ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ...”

น.ส.ศศิกานต์ เปิดเผยอีกว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตารีดไฟฟ้าต้องเป็นไปตามมาตรฐาน พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) เสนอ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตารีดไฟฟ้าตามมาตรฐาน เลขที่ มอก. 366-2547 โดยเป็นการยกเลิกมาตรฐานเดิมและกำหนดมาตรฐานใหม่ให้เป็นไปตามมาตรฐานเลขที่ มอก. 60335 เล่ม 2 (3)-2567 เพื่อความปลอดภัยหรือเพื่อป้องกันความเสียหายอันอาจจะเกิดแก่ประชาชนหรือแก่กิจการอุตสาหกรรม หรือเศรษฐกิจของประเทศ

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างกฎกระทรวงดังกล่าว เป็นการแก้ไขปรับปรุงมาตรฐานเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ รวมทั้งเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้มีความปลอดภัยในการใช้ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผู้ทำหรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเตารีดไฟฟ้า จะต้องขอใบอนุญาตทำหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว และผู้จำหน่าย จะต้องจำหน่ายผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมดังกล่าว ที่ได้รับใบอนุญาตและเป็นไปตามมาตรฐาน โดยร่างกฏกระทรวงดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อพ้นกำหนด 180 วันนับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

อนึ่ง ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมนี้เกี่ยวกับความปลอดภัยของเตารีดไฟฟ้าแห้งและเตารีดไฟฟ้าไอน้ำ รวมถึงเตารีดไฟฟ้าที่มีหม้อต้มน้ำหรือภาชนะบรรจุน้ำหรือภาชนะบรรจุน้ำแยกต่างหาก มีความจุไม่เกิน 5 ลิตร สำหรับใช้ในที่อยู่อาศัยและที่มีจุดประสงค์คล้ายกัน โดยมีแรงดันไฟฟ้าที่กำหนดไม่เกิน 250 โวลต์ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าใช้กระแสไฟฟ้าตรง และเครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานด้านแบตเตอรี่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'วราวุธ' สั่งลุยเพิ่มรายการสินค้ามาตรฐานประหยัดพลังงาน 40 รายการช่วยประชาชน

จัดเต็ม! กระทรวงอุตสาหกรรม กางแผนฝ่าวิกฤต ดันพลังงานสะอาด สมอ.จ่อเพิ่ม 40 สินค้าประหยัดไฟ ลดภาระประชาชน

CPF รับ 30 รางวัล CSR-DIW Continuous Award จาก ก.อุตสาหกรรม

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีมอบโล่รางวัลและเกียรติบัตร CSR-DIW และ CSR-DIW Continuous ประจำปี 2568 จัดโดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม

กระทรวงอุตสาหกรรม ปั้น “นักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม” รับวิกฤตโลก โชว์ผลสำเร็จ OPOAI-C NEXT STEPs ดันรายได้พุ่ง 200 ล้าน-บุกโมเดิร์นเทรดเต็มสูบ

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงความสำเร็จของโครงการ “OPOAI-C NEXT STEPs” (โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรในภูมิภาค) โดยระบุว่า กระทรวงฯ มุ่งยกระดับเกษตรกรไทยจากการเป็นผู้ขายวัตถุดิบ ให้กลายเป็น “นักธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม” เพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์โลกและสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) ให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืนทั้งนี้

'รองฯ ดวงดาว' ลงพื้นที่โคราช ปั้นเอสเอ็มอีท้องถิ่นสู่ 7-11 กางโครงการส่งเสริมฯ ปี 69 พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 465 ล้านบาท

นางดวงดาว ขาวเจริญ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีบทบาทหลักในการส่งเสริมพัฒนา และกำกับดูแลสถานประกอบการ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

'ธนกร' สั่ง ก.อุตฯ เร่งประเมินผลกระทบสงครามสหรัฐ-อิหร่าน จัดทำมาตรการรับมืออย่างเป็นระบบ

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม มีความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้น