นายกสมาคมวิศวกรฯ จำแนกรอยร้าวเหตุแผ่นดินไหว พร้อมแนะวิธีซ่อมตึก

31 มี.ค. 2568 – ภายหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. เริ่มคลี่คลายลง พบว่าอาคารจำนวนมากได้รับความเสียหาย และต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยก่อนการเข้าใช้อาคารนั้น

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทยและอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าของอาคารเริ่มตรวจสอบความเสียหายในอาคารของตนเองและเริ่มมีการซ่อมแซมแล้ว จึงจำเป็นต้องมีแนวทางตรวจสอบตามหลักวิศวกรรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาคารสูง โดยขอให้เน้นตรวจสอบรอยร้าวและการกะเทาะหลุดของคอนกรีตที่บริเวณเสาและผนังปล่องลิฟต์ของอาคาร เนื่องจากเป็นโครงสร้างหลักที่รับน้ำหนัก และมีจุดสังเกตว่ารอยร้าวและการกะเทาะหลุดของคอนกรีต จะเกิดขึ้นที่บริเวณโคนเสาด้านล่างและปลายเสาด้านบน โดยเฉพาะอาคารสูงให้ระวังรอยร้าวที่เสาชั้นล่างๆ และเสาที่บริเวณกึ่งกลางความสูง

ความเสียหายของรอยร้าวสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1 – ไม่พบรอยร้าว

ระดับที่ 2 – ตรวจพบรอยร้าวในเสาหรือผนังรับน้ำหนัก เห็นเป็นเส้น มีความหนาไม่มาก ไม่ถึง 0.4 มิลลิเมตร (บัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนสอดไม่เข้า) รอยร้าวดังกล่าวยังไม่เป็นอันตราย สามารถเข้าใช้สอยอาคาร แต่ก็ควรซ่อมรอยร้าวโดยการฉีดวัสดุประสานรอยร้าว เช่น อีพอกซี เป็นต้น

ระดับที่ 3 – ตรวจพบรอยร้าวขนาดใหญ่ในเสาหรือผนังรับน้ำหนัก เป็นเส้นหนาเกิน 0.6 มม. (บัตรเครดิตหรือบัตรประชาชนสอดเข้าไปได้) รอยร้าวดังกล่าวมีผลกระทบต่อโครงสร้าง ควรซ่อมแซมโดยการฉีดวัสดุประสาน หรือใช้เหล็กยึดเจาะเสียบเย็บรอยร้าว

สำหรับการกะเทาะหลุดของปูน สามารถจำแนกได้เป็น 4 ระดับ

ระดับที่ 1 – ไม่พบการการกะเทาะหลุดของปูน

ระดับที่ 2 – ผิวปูนฉาบหลุดออกมา หรือ ผิวคอนกรีตบางส่วนหลุดไม่เกิน 1 – 2 เซนติเมตร (ซม.) แต่ยังไม่เห็นเหล็กเสริม การกะเทาะดังกล่าวยังไม่กระทบต่อกำลังของโครงสร้าง สามารถใช้งานอาคารได้

ระดับที่ 3 – คอนกรีตหุ้มเหล็กกะเทาะออกมาทั้งหมด เห็นเหล็กเสริมด้านใน แต่เหล็กเสริมยังตรงอยู่ ควรรีบซ่อมแซมโดยด่วน ก่อนใช้งานอาคาร

ระดับที่ 4 – คอนกรีตกะเทาะถึงแกนเสาด้านใน เห็นเหล็กเสริมด้านใน บิด งอ ไม่ตรง เหล็กปลอกง้างออกหรือขาด เป็นความเสียหายที่รุนแรงที่สุด ไม่ควรเข้าใช้อาคาร แต่ควรซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงเสาเสียก่อน

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ อธิบายเพิ่มเติมว่า ความเสียหายระดับที่ 4 มีผลกระทบต่อกำลังรับน้ำหนักของโครงสร้างแล้ว จึงควรรีบปรึกษาวิศวกรโครงสร้างมาให้คำแนะนำในการซ่อมแซมเสริมกำลัง อย่างไรก็ตามมีแนวทางเบื้องต้นในการเสริมความแข็งแรงเสาโดยใช้วิธีการที่เรียกว่า concrete jacketing ในวิธีการนี้ จะทำการเสริมเหล็กแกนเสาเพิ่มเติมโดยใช้วิธีเจาะเสียบเหล็กยึดกับเสาที่เสียหายด้วยกาวอีพอกซี ให้เหล็กเสริมเส้นใหม่ทาบกับเหล็กเส้นเดิมที่บิดงอไปแล้ว จากนั้นพันเหล็กปลอกรอบเหล็กแกนเสาใหม่ แล้วเทคอนกรีตหุ้มทั้งหมด จำนวนเหล็กที่ต้องเสริมเพิ่มควรปรึกษาวิศวกร

“ความเสียหายระดับที่ 4 เป็นระดับที่รุนแรงที่สุด การซ่อมแซม ไม่ใช่เพียงแค่เอาปูนไปแปะเท่านั้น แต่ควรต้องเสริมเหล็กใหม่ก่อนเทคอนกรีตด้วย ทั้งนี้ แนวทางที่แนะนำเป็นเพียงเบื้องต้นเท่านั้น อาคารแต่ละหลังอาจเกิดเสียหายที่มีรูปแบบเฉพาะ เสาที่เสียหายหนักอาจมีกระจายแรงไปลงที่เสาจุดอื่น จึงอาจต้องเสริมความแข็งแรงเสาเข้าเคียงเพิ่มเติมด้วย จึงควรแจ้งให้วิศวกรที่มีความรู้เข้าตรวจสอบและแนะนำวิธีแก้ไขที่เหมาะสมในแต่ละกรณีจะดีที่สุด” นายกสมาคมวิศวกรฯ ระบุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิด 5 ข้อสันนิษฐาน เหตุฝ้าเพดานโรงอาหารสภาพังถล่ม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นกรณีเหตุการณ์ฝ้าเพดาน

แผ่นดินไหวเขย่าเมียนมา ขนาด 4.0 ก่อนตามมาอีก 2 รอบ

กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า เมื่อเวลา 04:20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวประเทศเมียนมา ขนาด 4.0 ขนาด 4.0 ความลึก 10 กิโลเมตร

รัฐบาลเร่งทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้เสร็จ ก.ย. นี้

รัฐบาลตั้งเป้าจัดทำ 'ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' ให้แล้วเสร็จภายใน ก.ย. เผยค่าเบี้ยประกันต่อปีน้อยกว่าวงเงินการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประสบภัย

เจ้าหน้าที่เทศบาลบุรีรัมย์ เข้าทำงานปกติแล้ว หลังพบอาคารสั่นคล้ายแผ่นดินไหววิ่งหนีตายจ้าละหวั่น

จากกรณีพบแรงสั่นไหวเกิดขึ้น ที่อาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นอาคารปูนขนาด 4 ชั้นครึ่ง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2554 ตั้งอยู่บริเวณถนนรมย์บุรี ใกล้กับคลองละลมโบราณลูกที่ 1 โดยสามารถรับรู้ได้ตั้งแต่ชั้น 3 ของอาคารสำนักงานเทศบาลนครบุรีรัมย์ เมื่อช่วงบ่าย ของวันที่ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ นายอนุชิต เหลืองชัยศรี

ครม. เห็นชอบจัดซื้อประกันภัยพิบัติคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน บ้านพัง 1 แสน เสียชีวิตรายละ 2 ล้าน

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติและให้ภาครัฐจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชนโดยมีความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือน ใน 3 ประเภทภัย ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว