'อนุทิน' ชี้ปมปลอมลายเซ็นวิศวกร ตึกสตง. ถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องดำเนินคดี

"อนุทิน" เผย คกก.สอบตึกถล่ม พุ่งเป้าการออกแบบ-ปล่องลิฟต์ไม่สมมาตร และ ไม่สบายใจหลังพบปลอมลายเซ็นวิศวกร หากเป็นจริงเอาผิดแน่ คาดจ่ายเงินเยียวยาได้ภายใน 18 เม.ย.นี้

17 เมษายน 2568 - ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้า คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการก่อสร้างอาคาร สตง.แห่งใหม่ ว่า เบื้องต้นได้วางกรอบการสืบสวนไว้แล้ว โดยคณะกรรมการได้มารายงานต่อตนและนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งตอนนี้พอที่จะทราบหนึ่งในสาเหตุ ตรงกับที่ ศ.กิตติคุณ ดร.วรศักดิ์ กนกนุกุลชัย ได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่าปล่องลิฟท์ ไม่สมมาตรถือเป็นสองหน่วยงานที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ใช้ข้อมูลวิเคราะห์คำนวณหาสาเหตุ ซึ่งเราต้องคำนวณเชิงลึกเพื่อหาสาเหตุให้มั่นใจว่า ไม่มีข้อสงสัย และไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเป็นเรื่องของวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องถูกพิสูจน์ด้วยการคำนวณ

โดยคณะกรรมการจะพุ่งเป้าไปที่การออกแบบก่อน โดยเฉพาะเรื่องการออกแบบที่ไม่สมมาตรกับตึก เมื่อมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว นอกจากจะมีการแกว่งของตัวตึกแล้ว พอเป็นอาคารที่ไม่สมบูรณ์แล้วจะเกิดแรงบิด ต้องดูว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วค่าสัดส่วนความปลอดภัย (Safety Factor) ที่ต้องทนต่อแรงบิด แรงเฉือน ได้ออกแบบเผื่อไว้ตามหลักหรือไม่

อย่างไรก็ตามกรมโยธาธิการและผังเมืองมีหน้าที่ตรวจสอบหาสาเหตุตึกถล่มในเชิงวิศวกรรมศาสตร์ ส่วนเรื่องการกระทำผิด ทุจริต และฮั้วประมูลไม่ใช่หน้าที่ แต่ หากมีข้อมูลจะส่งให้ สตง.ในฐานะเจ้าของโครงการได้รับทราบเพื่อไปดำเนินการต่อ

ส่วนกรณีที่มีการพบว่าบริษัทผู้ควบคุมงานมีการปลอมลายเซ็น และใช้วิศวกรที่มีอายุมากถึง 85 ปี นายอนุทิน ยอมรับว่าในฐานะวิศวกรคนหนึ่ง ตนเองฟังแล้วรู้สึกไม่สบายใจ เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องวิชาชีพไม่ควรมีการปลอมลายเซ็นได้ เหมือนแพทย์ไปออกใบรับรองแพทย์ที่ไม่ถูกต้องหรือตรงหลักความเป็นจริงก็ถือว่าผิดหลักจรรยาบรรณ การปลอมลายเซ็นหากเกิดขึ้นจริงถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ จะต้องมีการดำเนินคดี

โดยเร็ว ๆ นี้จะมีการเชิญอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมาหารือว่า มีหน้าที่ควบคุมจรรยาบรรณของสายวิชาชีพหรือไม่ สภาวิศวกรที่เป็นคนออกใบอนุญาตให้กับหน่วยงานทางด้านวิศวกรรมก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย ตนเองเป็นสภานายกพิเศษสภาวิศวกรก็ต้องดูเรื่องนี้

“หากมีการปลอมลายเซ็นจริง ปลอมแปลงเอกสาร อ่านจากข่าวได้ข้อมูลว่ามีท่านหนึ่งที่เป็นผู้อาวุโสบอกว่าส่งมาก็เซ็น ๆ ไปแบบนั้นมันไม่ได้ ความเป็นวิชาชีพห้ามพูดแบบนั้นเป็นอันขาด การจะเซ็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย และต้องใช้ใบอนุญาตจะต้องมีความเข้มงวด และได้รับการปฏิบัติด้วยตนเอง”

นายอนุทิน กล่าวต่อถึงกรณีที่คณะกรรมการใช้เวลาในการสืบสวนนานถึง 90 วันว่าคณะกรรมการเป็นอาจารย์ เป็นนายกสภาวิศวกร เป็นกรรมการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนของคณะวิศวกรรมศาสตร์จากสถาบันและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องทางเทคนิค เขาบอกว่า 90 วัน เราร้องขอที่จะทำให้มันเร็วขึ้นไหม แต่คณะกรรมการยืนยันว่าเรื่องนี้ หากผลสอบออกมาแล้วจะต้องไม่มีข้อโต้แย้ง ผิดคือผิด

โดยในคณะกรรมการจะทำงานเช่นเดียวกับผู้พิพากษา ต่างคนต่างไปคำนวณเชิงลึกแล้วนำมาหารือร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง หากตนเองบอกว่าไม่ได้ จะต้องขอภายใน 15 วัน ก็ถือเป็นการก้าวก่ายหรือล่วงละเมิด

ส่วนความคืบหน้าในการจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ขณะนี้เงินทดรองได้ผ่านกรมบัญชีกลางไปอยู่ในมือของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แล้ว แต่ละจังหวัดจะมีการประสานขอข้อมูลของญาติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว คาดว่าในวันนี้หรือพรุ่งนี้ จะเริ่มจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ จำนวนรายละ 100,000 บาท ตามที่ได้ขอยกเว้นหลักเกณฑ์ไว้กับกรมบัญชีกลาง

นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจาก นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ว่ามีญาติผู้เสียชีวิตที่ยังคงรอการกู้ร่างในซากตึก อีก 1 ราย ซึ่งคาดว่าจะนำเงินไปมอบช่วยเหลือให้ที่หน้าไซต์งาน ส่วนผู้สูญเสียรายอื่น ๆ ก็จะดำเนินการมอบเงินตามหลักเกณฑ์ ไปยังภูมิลำเนาของญาติ ทั้งรูปแบบการโอนผ่านพร้อมเพย์ หรือการมอบเป็นเงินสด โดยย้ำว่า เงินดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้น ผู้สูญเสียยังสามารถไปเรียกร้องตามกระบวนการทางกฎหมายเพิ่มเติมได้อีก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ คอนเฟิร์ม 'คนละครึ่งพลัส' วงเงินเท่าเดิม 2,000 แต่ครอบคลุมมากขึ้น

นายกฯ รุดตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนปชช.ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ขณะประชาชนปรี่ร้องช่วยหน่อยน้ำมันแพง ปล่อยแบบนี้ตายแน่ เผยหลังแถลงนโยบาย คนละครึ่งมาแน่ มากกว่าพลัส ครอบคลุมกว่าเดิม

จับตา‘2แม่ทัพใหม่’แก้วิกฤตพลังงาน ผ่าโครงสร้าง-กู้ศรัทธาประชาชน

จากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะ “น้ำมัน” ซึ่งขณะนี้รัฐบาลปล่อยราคาขึ้นตามกลไกตลาด จากรอบแรกปรับราคาขึ้นพรวดที่ 6 บาทต่อลิตร จนรัฐบาลโดนด่าระงม ล่าสุดวันที่ 2 เมษายน ปรับขึ้นอีก 3.50 บาทต่อลิตร

ชื่นมื่น! 'อนุทิน' ร่วมกินข้าวเที่ยง 'ยศชนัน-จุลพันธ์' ขอหลุดพ้นความขัดแย้ง มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี

นายกฯหนู กินข้าวกลางวัน อ.เชน-หัวหน้าหนิม ชื่นมื่นขอหลุดพ้นความขัดแย้ง เดินหน้าทำงานเพื่อประชาชน มั่นใจอยู่ครบ 4 ปี มีเสถียรภาพ สร้างความมั่นใจนักลงทุน ส่วนนโยบายเศรษฐีเงินล้านส่อไม่ได้ทำตามที่หาเสียง หลัง “ยศชนัน” บอกไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล