'ภูมิธรรม' ถึงเยอรมัน ร่วมประชุม รมต. หารือการรักษาสันติภาพ

เมื่อเวลา 11.00 น วันที่ 12 พ.ค.68 (ตามเวลาท้องถิ่น) กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อ.ธัชชัย อัจฉริยาการุณที่ปรึกษา รมว.กห.พร้อมคณะ เดินทางถึง กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยการปฏิบัติการรักษาสันติภาพภายใต้กรอบสหประชาชาติ ครั้งที่ 6 (United Nations Peacekeeping Ministerial: UNPKM 2025) ระหว่างวันที่ 13–14 พ.ค.68

การประชุมนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 80 ปี UN และ 1 ทศวรรษการประชุมสุดยอดผู้นำว่าด้วยการรักษาสันติภาพ. ไทยย้ำแนวคิดสันติภาพที่ยั่งยืน โดยเน้นความยืดหยุ่น การมีส่วนร่วม (โดยเฉพาะสตรี) และทรัพยากรที่เพียงพอ เพื่อให้ภารกิจรักษาสันติภาพตอบสนองต่อสถานการณ์โลกได้ทันท่วงที.

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการรักษาสันติภาพในอนาคต (Future of Peacekeeping) รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือ การฝึกอบรม และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติภารกิจ โดยไทยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมนีและเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะร่วมกับผู้แทนจากนานาประเทศ

ในวันที่ 13 พ.ค.68 เวลา 10.25 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม จะหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเยอรมนี ที่ กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี (ห้อง Stesemann-Zimmer) โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางส่งเสริมความร่วมมือด้านกลาโหม ความมั่นคงในภูมิภาค และบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน รอง นายกรัฐมนตรี รมว.กลาโหม และคณะ ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมระดับสูง ที่ห้อง Weltsaal กระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี ซึ่งประกอบด้วยการหารือในหัวข้อ “การรักษาสันติภาพในอนาคต” (Future of Peacekeeping) และตามหัวข้อ “ การปฏิรูปการรักษาสันติภาพเพื่อให้การปฏิบัติภารกิจปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (Peacekeeping Reform: More Effective and Safer Peacekeeping) และการประชุมในหัวข้อ “มุมมองระดับโลกเกี่ยวกับการรักษาสันติภาพในอนาคต (Global Perspectives on The Future of Peacekeeping) ภายหลังการหารือ คณะได้รับเกียรติร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำอย่างเป็นทางการ ณ กระทรวงกลาโหมเยอรมนี เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ

ในวันที่ 14 พ.ค. 68 เวลา 9.00 น. รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และคณะ เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะเพื่อให้คำมั่น ในหัวข้อ “การฝึกอบรมและการเสริมสร้างขีดความสามารถ ความเป็นหุ้นส่วน และประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้อง” (Training and Capacity Building, Partnerships, Cross-Cutting Issues) ซึ่งเน้นย้ำบทบาทของไทยในเวทีความมั่นคงโลก

ในช่วงบ่าย ประชุมในหัวข้อ “ขีดความสามารถสำหรับรูปแบบภารกิจในปัจจุบันและอนาคต (capabilities for Current and New Mission Models) โดยเป็นการจัดหารือกลุ่มย่อยแบบคู่ขนาน

การประชุมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือแนวทางพัฒนาการรักษาสันติภาพในอนาคต (Future of Peacekeeping) รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือ การฝึกอบรม และการยกระดับขีดความสามารถของผู้ปฏิบัติภารกิจ โดยไทยได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเยอรมยนี และเข้าร่วมการประชุมเต็มคณะร่วมกับผู้แทนจากนานาประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการเดินทางไปประเทศเยอรมันในครั้งนี้ นายภูมิธรรมจะมีการพูดคุยถึงปัญหาเครื่องยนต์เรือดำน้ำ ของกองทัพเรือไทยขึ้นมาหารือกับประเทศเยอรมันหรือไม่ เนื่องจากนายภูมิธรรมได้เคยให้สัมภาษณ์ว่าได้พูดคุยกับผู้ช่วยทูตทหารเยอรมันประจำประเทศไทย เรื่องให้ประสานกับทางรัฐบาลและกระทรวงกลาโหมเยอรมัน เรื่องที่ไทยจะขอซื้อเครื่องยนต์ MTU 396 มาใส่ในเรือดำน้ำ กองทัพเรือไทยเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เจี๊ยบ อมรัตน์' ฟาด 'อ้วน' ได้เวลาลงจากยอดมะพร้าว

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หรือเจี๊ยบ อดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ชี้แจงกรณีพรรคเพื่อไทยเข้าร่วมรัฐบาล

ภูมิธรรม แจงเหตุร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย เพราะต้องการเข้าไปทำงานให้ประชาชน

นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Phumtham Wechayachai  การตัดสินใจของพรรคเพื่อไทย ในการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลกับ พรรคภูมิใจไทยอาจมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

'ทูตทหารสหรัฐฯ' มอง 'กัมพูชา' ใช้ 'เขาพระวิหาร' เป็นพื้นที่ปฏิบัติการทางทหารเป็นเรื่องธรรมดาในการรบ

'ทูตทหารสหรัฐฯ' ร่วมคณะ ผช.ทูตทหาร 20 ประเทศ ลงพื้นที่ดูความเสียหาย-ภูมิประเทศ ที่ ‘ผามออีแดง’ จ.ศรีสะเกษ มอง ‘กัมพูชา’ ใช้ ‘เขาพระวิหาร’ เป็น ‘พื้นที่ปฏิบัติการทางทหาร’ เป็นเรื่องธรรมดาในการรบ ที่แต่ละฝ่ายต้องมีจุดยุทธศาสตร์ตัวเอง

เปิดมติเสียงข้างมาก ศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 'ภูมิธรรม-ทวี' ไม่ผิดคดีฮั้ว สว.

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา170 วรรคหนึ่ง(4)ประกอบมาตรา 160 (4 )และ(5)จากกรณีถูกร้องว่าใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการ ตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งเป็นอำนาจของกกต.จึงถือว่าทั้งสองไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และมีพฤติกรรมเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.