รัฐบาลคุมเข้มปล่อยบั้งไฟใกล้สนามบิน ฝ่าฝืนโทษหนักจำคุก 5 ปี

รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม สั่งเข้มมาตรการปล่อยบั้งไฟในช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟ ห้ามจุดใกล้สนามบินเด็ดขาด พร้อมกำชับขออนุญาตล่วงหน้า หากฝ่าฝืนโทษหนักทั้งจำทั้งปรับสูงสุดถึง 5 ปี หรือ 2 แสนบาท เพื่อความปลอดภัยนักบินและประชาชนเป็นหลัก

17 พฤษภาคม 2568 -  นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงคมนาคม สั่งการให้กรมท่าอากาศยาน (ทย.) เตรียมพร้อมมาตรการและประชาสัมพันธ์มาตรการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน หรือวัตถุอื่น ๆ ที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลบุญบั้งไฟของท้องถิ่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปัจจุบันมีรูปแบบที่เปลี่ยนไป มีการแข่งขันความสูงของบั้งไฟ ทำให้มีความสูงเพิ่มขึ้นจากเดิมมาก และเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่ออากาศยาน รวมถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

นายคารม กล่าวว่า เทศกาลบุญบั้งไฟประจำปี 2568 รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันและรักษาความปลอดภัยที่ได้กำหนดไว้ในคู่มือการดำเนินงานสนามบิน เพื่อให้ผู้ขออนุญาตจุดบั้งไฟเกิดความรู้ความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติ งดจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมควัน หรือวัตถุอื่นที่คล้ายคลึงกันขึ้นสู่อากาศในพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศและพื้นที่เสี่ยงตามแนวขึ้น - ลงของเครื่องบิน และบริเวณโดยรอบท่าอากาศยาน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับอากาศยาน และการมองเห็นของนักบินในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ

นายคารม กล่าวต่อว่า ผู้ใดจะทำการจุดบั้งไฟต้องทำหนังสือขออนุญาตการขอจุดบั้งไฟกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นประจำตำบล อำเภอ หรือจังหวัด จากนั้น ให้เจ้าหน้าที่แจ้งหนังสือขออนุญาตการจุดให้ท่าอากาศยานใกล้เคียงทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 7 - 15 วันทำการ โดยระบุชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อผู้ประสานงานการจุดบั้งไฟอย่างน้อย 2 คน พร้อมพิกัดการปล่อยบั้งไฟอย่างละเอียดโดยระบุ ละติจูด ลองจิจูด เพื่อนำไปประกอบการออกประกาศแจ้งเตือนนักบิน รวมถึงเฝ้าติดตามการติดต่อจากศูนย์ควบคุมการบินตลอดเวลาที่จุดและปล่อยบั้งไฟ

“หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากมีการทำให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหายจนไม่สามารถทำการบินได้ หรืออาจเกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างบิน ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิตหรือจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 800,000 บาท ตามมาตราที่ 59/1 แห่งพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497” นายคารม ระบุ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

’สรรเพชญ’เร่ง SRTA พัฒนาที่ดินรถไฟทั่วไทยปั้นรายได้3.3พันล้าน

‘สรรเพชญ‘มอบนโยบายเร่งด่วนให้ ’SRTA‘พัฒนาที่ดินรถไฟทั่วประเทศกว่า 3.9 หมื่นไร่ เร่งปั้นพื้นที่ศักยภาพกว่า 1,200 ไร่ ตั้งเป้าปี 69 ปั๊มรายได้ 3,335 ล้าน เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน ทั้งบางซื่อ -มักกะสัน -RCA และหัวหิน ดันโมเดล ‘TOD’ เชื่อมระบบรางกับเศรษฐกิจเมือง ปักธงผลตอบแทนทรัพย์สินจากเป็น 4% ภายในรัฐบาลชุดนี้

’สรรเพชญ‘ถกหน่วยงานแก้ปมถมทะเลแหลมฉบังเฟส 3

‘สรรเพชญ’นั่งหัวโต๊ะ หารือร่วม กทท.-ผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรม-ที่ปรึกษากฎหมาย ถกปัญหางานถมทะเล แหลมฉบังเฟส 3 หลังส่งมอบงานล่าช้า ย้ำทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ยึดหลักวิชาการ สร้างความเชื่อมั่นทุกภาคส่วนพร้อมเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อเดินหน้าโครงการสำคัญหนุนระบบโลจิสติกส์ประเทศ

'สิริพงศ์' ยันแลนด์บริดจ์ใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคอคอดกระ

'สิริพงศ์' เผย คค.พร้อมนำผลการศึกษาแลนด์บริดจ์ 'สนข.' ร่วม คกก. 'เอกนิติ' ประกอบการตัดสินใจ ระบุ ผลศึกษาใหม่รวมระบบขนส่งท่อก๊าซ-น้ำมันด้วย ยันโครงการใช้งบน้อย-คุ้มกว่าคลองไทย

'สิริพงศ์' ชี้เหตุสงครามตะวันออกกลาง ทำรัฐบาลต้องผลักดัน 'แลนด์บริดจ์'

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายค้านมองรัฐบาลดูเร่งรีบในการดำเนินการโครงการแลนด์บริดจ์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาว่า เนื่องจากสถานการณ์การสู้ตะวันออกกลาง และการที่หลายประเทศออกมาบอกว่า