รองโฆษกรัฐบาลเผย ตรวจเข้มทั่วประเทศ ปราบปรามแรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน ย้ำทำผิดซ้ำเจอโทษหนัก ทั้งคนงานและนายจ้าง ระบุเฉพาะปีงบฯ 68 จับแล้วกว่า 2,500 ราย
14 มิถุนายน 2568 – นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปราม แรงงานต่างชาติลักลอบทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของแรงงานไทย พร้อมป้องกันผลกระทบทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่มีแรงงานต่างชาติแอบแฝงเข้ามา เช่น ตลาดสด ร้านทำเล็บ อู่ซ่อมรถ รถเข็นขายของ และการค้าขายออนไลน์ ซึ่งส่งผลต่อการแย่งอาชีพของแรงงานไทย
รองโฆษกฯ เผยว่า ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 18 เมษายน 2568 ซึ่งอยู่ในปีงบประมาณ 2568 ได้มีการ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการทั่วประเทศจำนวน 38,734 แห่ง และมีการดำเนินคดีจำนวน 1,329 แห่ง พร้อมทั้ง ตรวจสอบแรงงานต่างชาติรวมทั้งสิ้น 523,706 คน โดยมีแรงงานเมียนมามากที่สุดถึง 398,493 คน รองลงมาได้แก่ กัมพูชา 70,371 คน ลาว 32,983 คน เวียดนาม 522 คน จีน 9,189 คน และสัญชาติอื่น ๆ 12,148 คน
ทั้งนี้ มีการ ดำเนินคดีกับแรงงานต่างชาติทั้งหมด 2,575 ราย โดยในจำนวนนี้ 883 รายกระทำผิดลักษณะแย่งอาชีพคนไทย โดยพบว่ามากที่สุดคือแรงงานสัญชาติเมียนมา 481 ราย ตามด้วย กัมพูชา 139 ราย ลาว 109 ราย เวียดนาม 54 ราย อินเดีย 24 ราย จีน 21 ราย และสัญชาติอื่น ๆ อีก 55 ราย โดยอาชีพที่มีการแย่งอาชีพคนไทยมากที่สุด ได้แก่ งานเร่ขายสินค้า ตัดผม ขับขี่ยานพาหนะ และงานนวด
ในขณะเดียวกัน ยังพบว่าคนต่างชาติอีกจำนวนมากกระทำผิดฐาน ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขใบอนุญาตทำงาน เช่น งานขายของหน้าร้าน งานช่างก่อสร้าง และงานกรรมกร โดยทั้งหมดนี้รัฐบาลถือเป็นความผิดร้ายแรง และได้ดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้น
“แรงงานต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานผิดเงื่อนไข จะถูกปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และผลักดันกลับประเทศ พร้อมห้ามขอใบอนุญาตทำงานอีกเป็นเวลา 2 ปี ส่วน นายจ้างที่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาทต่อคน และหากกระทำผิดซ้ำ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุด 200,000 บาท พร้อมห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี” นายคารมกล่าว
ทั้งนี้ รัฐบาลขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นการจ้างงานแรงงานต่างชาติที่ไม่มีใบอนุญาต หรือกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลาง โทร. 02 354 1729 หรือ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 หรือ สายด่วนกรมการจัดหางาน 1694 หรือที่สำนักงานจัดหางานทุกจังหวัดและสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10
นายคารมย้ำว่า รัฐบาลจะดำเนินมาตรการนี้อย่างจริงจังต่อไป เพื่อ ปกป้องโอกาสการทำงานของแรงงานไทย และ จัดระเบียบแรงงานต่างชาติให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งเพื่อความเป็นธรรมและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาล ผนึกกำลังภาคเอกชนระดับโลก ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ชีวภาพภูมิภาค
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้คว
'พลอยทะเล' โต้ครม.เงาส้ม ยันแก้ไขปัญหาภูเก็ตคืบหน้า ไม่มีระบอบสีน้ำเงิน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณี "ครม.เงา" โดยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต พ
ปลดล็อกศักยภาพสนามบินภูมิภาค 28 แห่ง จับมือกรมธนารักษ์ขยายสิทธิบริหารพื้นที่เช่าสูงสุด 30 ปี
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เ
รัฐบาลห่วงผู้บริโภค สั่ง 'สคบ.-อย.' ตรวจเข้ม 'อกไก่ปั่นโปรตีน'
รัฐบาลเอาจริงคุ้มครองผู้บริโภค สั่งตรวจสอบ 'อกไก่ปั่นโปรตีน' หลังพบข้อสงสัยข้อมูลโภชนาการไม่ตรงฉลาก ผนึกกำลัง สคบ.–อย. ตรวจเข้มทั้งฉลากและโฆษณา
รัฐบาลตีปี๊บ ประมูลยางค้างสต็อก 1.8 หมื่นตัน ได้เงิน 1.23 พันล้านบาท
รัฐระบายยางค้างสต็อกกว่า 1.8 หมื่นตัน ประมูลทะลุ 1.23 พันล้านบาท ย้ำไม่กระทบราคาตลาด ช่วยรักษาเสถียรภาพรายได้ชาวสวนยาง
รัฐบาลเดินหน้าแก้วิกฤตจ้างงานนักบินไทย–ปราบ Pay to Fly ยกระดับความเป็นธรรมและความปลอดภัยการบิน
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

