
14 ก.ค.2568-น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน จึงได้เร่งดำเนินมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกัญชาที่ผิดกฎหมาย โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการตรวจสอบและปฏิบัติการกวาดล้างอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง โดยให้เจ้าหน้าที่ สธ. มีอำนาจและสามารถดำเนินการจับ – ปรับ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์กัญชาที่นำมาแปรรูปทำเป็นอาหาร ขนม หรือเครื่องดื่ม ที่มีสวนผสมของสารสกัดกัญชาเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งนี้ เมื่อพบความผิดแล้วให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ปัจจุบัน ปัญหาการลักลอบขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากกัญชาที่ไม่ถูกกฎหมาย เป็นหนึ่งในปัญหาที่รัฐบาลเร่งบังคับใช้กฎหมายจริงจัง ครอบคลุมทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข บูรณาการร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลงพื้นที่สุ่มตรวจร้านกัญชาทั่วกรุงเทพมหานคร ร่วมถึงในพื้นที่ส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการออกหนังสือสั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ประกอบการที่ทำผิดกฎหมายแล้ว สำหรับบทลงโทษของผู้ที่นำกัญชามาใส่ในอาหาร โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่แสดงฉลาก มีโทษปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ไปจนถึงจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ถ้าหากสืบต่อไปว่าผลิต หรือนำเข้า ไม่ขออนุญาต หรือ พบว่ามีสารทีเอชซี (THC) เกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เข้าข่ายเป็นอาหารไม่บริสุทธิ์ มีโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ขอย้ำเตือนประชาชน ผู้ปกครอง และกลุ่มวัยรุ่นให้ตระหนักถึงอันตรายจากการบริโภค “เยลลี่กัญชา” ซึ่งมีส่วนผสมของสาร THC และ CBD ซึ่ง THC เป็นสารที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและมีฤทธิ์เสพติด ซึ่งถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วและเข้าสู่สมองทำให้ผ่อนคลาย เคลิ้มสุข ล่องลอย ลดอาการเครียด และอารมณ์ดี อย่างไรก็ตาม หากมีการรับประทานในปริมาณที่มากหรือโดยเฉพาะเด็ก และผู้ที่ไม่เคยใช้มาก่อนจะมีอาการหัวใจเต้นเร็ว อาเจียน มึนงง ตาพร่า กล้ามเนื้อไม่มีแรง และอาจเห็นภาพหลอน หูแว่ว หวาดระแวง รวมถึงขั้นหายใจเร็ว และมีความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น
“รัฐบาลขอยืนยันจุดยืนในการควบคุมการใช้กัญชาอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ผิดกฎหมายสร้างความเสียหายต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนและขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการร่วมกันเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสารเสพติดในรูปแบบใหม่ เพื่อสังคมไทยที่มั่นคงและปลอดภัยในระยะยาว”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลัง 'มูดี้ส์' ปรับเครดิตไทย ไม่กังวลกู้ 4 แสนล้าน
'เอกนิติ' เปิดเบื้องหลังดึงความเชื่อมั่นไทย 'มูดี้ส์' ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยสู่ระดับ Stable แจงแผนมุ่งสร้างการเติบโต เร่งเครื่องการลงทุน ย้ำจุดยืนวินัยการคลัง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน

