'บิ๊กเต่า' เร่งสอบพิรุธเงินวัด สร้างพุทธอุทยานฯล่าช้าเกือบ 20 ปี พระ-สีกา-ผู้รับเหมาเอี่ยวเพียบ

“บิ๊กเต่า” เร่งสอบเส้นเงินบริจาคก่อสร้างพุทธอุทยานหลายร้อยล้าน เกือบ 20 ปีไม่แล้วเสร็จ เตรียมสอบผู้รับเหมาก่อสร้าง

22 กรกฎาคม 2568 - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวนคดีอดีตพระธรรมวชิรธีรคุณ หรือ "ทิดสฤษดิ์" อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงอยู่ในพื้นที่เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากพบข้อผิดปกติหลายเรื่อง รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการลาออกของรักษาการผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตนครสวรรค์ และความเกี่ยวข้องของบุคคลอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีการสอบปากคำและเก็บรวบรวมหลักฐานอย่างละเอียด

การดำเนินคดีนี้เป็นการบังคับใช้กฎหมายกับเจ้าหน้าที่ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยตำรวจมีหน้าที่ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อปกป้องความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสถาบันพระพุทธศาสนา ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีความกังวลเรื่องการโยกย้าย เพราะได้ตรวจสอบพยานหลักฐานมาพอสมควรแล้ว สำหรับประเด็นที่รักษาการผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตนครสวรรค์ลาออก จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่นั้น ยังไม่ต้องการยืนยันข้อมูล แต่ยอมรับว่าเรื่องนี้มีผู้เกี่ยวข้องหลายคน และใครก็ตามที่เกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เผยต่อว่า ในส่วนของโครงการก่อสร้างพุทธอุทยานที่ใช้เวลากว่า 15-20 ปีแต่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่มีเงินบริจาคจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่โครงการจำนวนมาก เป็นความท้าทายที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้ง ปปท.,ปปป. และ ปปง. จะต้องเดินหน้าตรวจสอบอย่างจริงจัง และจะบังคับใช้กฎหมายกับทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องนอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าอดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ได้ยืมเงินจากพระสงฆ์ในวัดที่กรุงเทพฯ เป็นจำนวนมหาศาล ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการตรวจสอบบัญชีของวัดยังไม่ได้รับรายงานในขณะนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่หน้างานดำเนินการไปก่อน

การดำเนินการทางคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเรียกผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างพุทธอุทยานมาสอบปากคำทั้งหมด โดยขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องนี้ก่อน เนื่องจากมีการทำคดีหลายคดีพร้อมกัน แต่อย่างไรก็จะทำให้เรื่องนี้กระจ่าง สิ่งที่น่าสงสัยและต้องตรวจสอบอย่างละเอียดคือ เหตุใดการที่พระสงฆ์มีสีกาเข้ามาเกี่ยวข้องหลากหลายเป็นสิบปีจึงเพิ่งมาปรากฏเรื่องราว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเรื่องน่าสงสัยอื่น ๆ ที่ต้องดำเนินการ ได้แก่ในส่วนของ มจร.,การสร้างพุทธอุทยาน ที่ยังไม่แล้วเสร็จ ทั้งที่เงินบริจาคจำนวนมาก และเงินในบัญชีเหลือน้อยมาก บ่งบอกถึงความผิดปกติ , เงินบริจาค และความศรัทธาของประชาชนที่หลั่งไหลเข้ามา,การแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดห้วยด้วน ที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้ง ทั้งที่มีประชาชนร้องขอ และเงินบริจาคจากวัดห้วยด้วน ที่มอบให้อดีตเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างตรวจสอบจำนวนเงินบริจาคทั้งหมด

พล.ต.ต. จรูญเกียรติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการออกหมายเรียกหรือหมายจับ และจากรายงานระบุว่า วัดนครสวรรค์ คาดว่าได้รับเงินบริจาคหลายร้อยล้านบาท สำหรับโครงการก่อสร้างพุทธะอุทยาน นอกจากนี้ อดีตนักธุรกิจ "เสี่ย อ." ที่เสียชีวิตจากการอัตวิบากกรรม เคยบริจาคเงินสูงถึง 50 ล้านบาท ให้แก่วัดแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเหล่านี้ขัดแย้งกับยอดเงินในบัญชีวัดที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบในปัจจุบันว่าเหลือเพียงหลักล้านบาท ซึ่งเป็นจุดที่ตำรวจกำลังให้ความสนใจและเร่งตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจะเน้นไปที่การสืบหาเส้นทางการโยกย้ายถ่ายเทเงินดังกล่าว ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ทั้งหมดที่สามารถตรวจสอบได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กเต่า' ฟาดเดือด 'โทน บางแค' แค่โจรกระจอก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง"แจ้งความดำเนินคดีนายโทนทอง สุขแก่น หรือ"โทน บางแค"เซียนพระชื่อดัง ว่าหลังต่างฝ่ายต่างออกมาให้สัมภาษณ์

ผบช.ก. ไม่ทราบ เซียนพระถูกดำเนินคดีทั้ง 9 คน ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีของมาดามเก่งถูกเซียนพระเบี้ยวหนี้หลายร้อยล้านบาทว่า คดีนี้ตนเองทราบเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจ

'โทน บางแค' ปัดร้อนตัว โร่พบกองปราบ ลือหึ่งถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงมาดามเก่ง

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวเตรียมออกหมายจับเซียนพระชื่อดัง ที่ร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

'มาดามเก่ง' เปิดไทม์ไลน์เล่าหมดเปลือก คดีทวงหนี้เซียนพระดัง ร่ำไห้ขอโทษ ลาก 'บิ๊กเต่า' เดือดร้อน

น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วยทนายความ ออกมาชี้แจงกรณีที่นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค ออกมาระบุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.บังคับข่มขู่ให้จ่ายหนี้

โฆษก ตร. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม 'โทน บางแค' ร้องบิ๊กตำรวจใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กเต่า' ยันไม่ได้ใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้ 'โทน บางแค' จ่อฟ้องกลับถูกพาดพิง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีถูก โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ โดยอ้างว่าถูกกดดันข่มขู่ให้ชำระหนี้ก้อนโตเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า เรื่องนี้เริ่มจากต้นปี 2568 มาดามเก่ง