ผบช.ก. ไม่ทราบ เซียนพระถูกดำเนินคดีทั้ง 9 คน ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน

7 พฤษภาคม 2569 - ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีของมาดามเก่งถูกเซียนพระเบี้ยวหนี้หลายร้อยล้านบาทว่า คดีนี้ตนเองทราบเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางแล้ว และที่ผ่านมาก็เร่งรัดมาโดยตลอด แต่พอมาเป็นผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลางมันก็มีหลายคดีหลายเรื่อง ซึ่งปรากฏอีกทีก็ตอนเป็นข่าว

โดยคดีนี้เรารวบรวมพยานหลักฐานมาพอสมควร แต่ด้วยความที่ส่วนหนึ่งเป็นลักษณะของการพูดคุย เราจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อรวบรวมว่ามันเกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพราะบางส่วนก็มีการชดใช้และยกเลิกไปแล้ว แล้วก็มีพยานหลักฐานที่มันชัดในบางส่วนที่มีผู้เสียหายเอามาให้เพิ่มเติมภายหลัง ดังนั้นเรื่องจึงอยู่ระหว่างการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อจะดำเนินคดีกับกลุ่มที่มาหลอกลวง แต่ในส่วนของเนื้อหาในสำนวนขอสงวนไว้ แต่เรามั่นใจว่าเรามีพยานหลักฐานสิ่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืออย่างอื่น ซึ่งเป็นพยานหลักฐานที่มีอยู่จริง มันบิดเบือนไม่ได้ แม้ว่าตัวผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหาย รวมทั้งกลุ่มขบวนการนี้ยังให้การไม่ตรงกัน ดังนั้นตำรวจก็จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ส่วนจะดำเนินคดีกับใครบ้าง ก็เป็นไปตามข่าว

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เผยต่อว่า ส่วนกรณีของโทนบางแค ที่ยังไม่ได้ถูกแจ้งความ ตรงนี้ตำรวจมีขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว เนื่องจากเราทำคดีใหญ่ เมื่อเรารับแจ้ง เราต้องทำการสืบสวนเบื้องต้นก่อนว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ความผิดนั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ผู้กระทำความผิดมีใครบ้าง ก่อนที่จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา และหากเป็นคดีที่มีมีโทษสูงก็จะต้องออกหมายจับ ซึ่งยืนยันว่าเราดำเนินการตามขั้นตอนแบบนี้มาโดยตลอด

“ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่าทางกลุ่มผู้ต้องสงสัยพยายามที่จะใช้ช่องว่างของกฎหมาย ในการที่ไม่ให้ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดี ยืนยันว่า เราอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน บางเคสมาดูแล้วก็อาจจะเป็นเข้าข่ายคดีแพ่ง บางเคสเรามาดูแล้วก็เป็นอาญา ดังนั้นก็จะต้องเอาหลักฐานจากผู้เสียหายมาดำเนินการ”ผบช.ก.ระบุ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่จะมีถึง 9 คน หรือมากกว่าหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ แต่ตำรวจต้องสอบสวนข้อเท็จจริงและนำมาประมวลกับพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์มาประกอบร่วม เพื่อพิจารณาตัดสินว่าแต่ละเคสแต่ละกรรม มีความผิดฉ้อโกงตามที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวหรือไม่ เพราะมันก็มีบางคนที่มีมูลค่าความเสียหายน้อย พอรู้ว่าจะมาแจ้งความ ก็เข้าไปเคลียร์แล้วก็ชดใช้ให้ มันก็ทำให้ค่าเสียหายมันจบ ทำให้จึงยังไม่สามารถระบุจำนวนคนได้อย่างแน่นอน แต่เตรียมเรียกบุคคลที่มีรายชื่อถูกกล่าวอ้างมาให้ปากคำทั้งหมด

หากการสอบสวนพบว่ามีกลุ่มผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติกรรมลักษณะทำผิดซ้ำๆ ข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ พบการกระทำฉ้อโกงบ่อยๆ ทางตำรวจ ปปป. ก็พิจารณาความผิดมูลฐาน เกี่ยวกับเรื่องการฟอกเงิน ดังนั้นก็มีโอกาสที่จะนำไปสู่การยึดทรัพย์ ซึ่งช่องทางของกฎหมายทำได้ ยืนยันตำรวจสอบสวนกลางไม่เคยกลั่นแกล้งใคร และไม่มีใครมายืมมือในการใช้หาผลประโยชน์ เพราะที่ผ่านมาเรายึดมั่นในหลักการมาโดยตลอด

ส่วนเรื่องนี้ทำให้องค์เสียหายหรือไม่ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ระบุว่า เรื่องนี้ว่ากันไปตามเรื่องของคดี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเราดำเนินการตามทุกอย่างตรงไปตรงมา ให้ความเป็นธรรมกับผู้กล่าวหาและผู้ถูกกล่าวหา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่สังคมให้ความสนใจ เราจะเรียกมาสอบทั้งหมด

ส่วนการที่ทั้ง 3 ฝ่ายมาคุยกันที่ บช.ก. โดยมีบิ๊กเต่าเป็นคนกลาง เหมาะสมหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า จากข่าวที่ออกไป ก็พบว่าทั้งสองฝ่ายพูดไม่เหมือนกัน ทั้งหมดก็ต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนที่โทน บางแค ไปร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และไปแจ้งความที่ สน.พหลโยธิน ข้อหา 157 ก็ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการส่งให้ ป.ป.ช. ดำเนินการ เนื่องจากเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แต่ในเบื้องต้นตนเองได้เรียกท่านมาชี้แจงแล้ว ซึ่งก็เป็นคำชี้แจงเหมือนกับที่ชี้แจงพี่น้องสื่อมวลชน ขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังไม่มีการสั่งการหรือกำชับอะไรเป็นพิเศษ ทั้งนี้หลังจากมีการร้องเรียน จะให้จเรตำรวจแห่งชาติสอบสวน หรือให้ตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้ดำเนินการเอง ยังรอความชัดเจน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'โทน บางแค' ปัดร้อนตัว โร่พบกองปราบ ลือหึ่งถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงมาดามเก่ง

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวเตรียมออกหมายจับเซียนพระชื่อดัง ที่ร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

'มาดามเก่ง' เปิดไทม์ไลน์เล่าหมดเปลือก คดีทวงหนี้เซียนพระดัง ร่ำไห้ขอโทษ ลาก 'บิ๊กเต่า' เดือดร้อน

น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วยทนายความ ออกมาชี้แจงกรณีที่นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค ออกมาระบุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.บังคับข่มขู่ให้จ่ายหนี้

โฆษก ตร. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม 'โทน บางแค' ร้องบิ๊กตำรวจใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กเต่า' ยันไม่ได้ใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้ 'โทน บางแค' จ่อฟ้องกลับถูกพาดพิง

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีถูก โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ โดยอ้างว่าถูกกดดันข่มขู่ให้ชำระหนี้ก้อนโตเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า เรื่องนี้เริ่มจากต้นปี 2568 มาดามเก่ง

'โทน บางแค' ร้องอัยการสูงสุด ตรวจสอบหญิงอ้างเป็นอัยการโผล่เคลียร์หนี้

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง พร้อมด้วยนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความส่วนตัวเข้ายื่นหนังสือถึงอัยการสูงสุด เรื่องขอให้ตรวจสอบพนักงานอัยการชื่อแหม่มว่าเป็นอัยการจริงหรือไม่ กรณีอยู่ในวงเจรจาเคลียร์หนี้สินกับเจ้าหนี้