"มาดามเก่ง" ร่ำไห้ยกมือไหว้ขอโทษ ลาก "บิ๊กเต่า" เดือดร้อน ยันไม่มีการข่มขู่ ในฐานะเจ้าหนี้อยากได้เงินคืน ย้ำที่ให้กู้เงิน ไม่ได้ให้โดยเสน่หา ด้านทนายยันไม่ได้ยืมมือตำรวจทวงหนี้
6 พฤษภาคม 2569 - ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วยทนายความ ออกมาชี้แจงกรณีที่นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค ออกมากล่าวหา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.บังคับข่มขู่ให้จ่ายหนี้ พร้อมกับเข้าแจ้งความดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันเป็นเจ้าหน้าที่รัฐติดตามทวงถามหนี้ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ทวงถามหนี้” จนทำให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้รับความเสียหาย
โดย มาดามเก่ง ได้ยกมือไหว้พร้อมร่ำไห้ ก่อนกล่าวคำขอโทษไปถึงพล.ต.ต.จรูญเกียรติ ที่ทำให้เดือดร้อน วันนี้จึงอยากกราบขอโทษ เพราะรู้สึกเสียใจมาก และรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรม พร้อมขอสาบานขณะที่ฝนตกในตอนนี้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ไม่เคยรับเงินแม้แต่บาทเดียว ก่อนจะฝากบอกถึงนายโทนทองว่า ตนไม่อยากให้น้องต้องมาต่อสู้อะไรที่ไม่ใช่เรื่องที่เจรจาไม่ได้ ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว
จากนั้น มาดามเก่ง ได้เปิดไทม์ไลน์จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับนายโทนทอง ว่า ปี 65 ตนต้องการขายรถเบนท์ลี่ย์ 35 ล้านบาท แต่มีคนกลางที่ชื่อนายอรรณพ ล้วนพร ซึ่งเป็นเซียนพระ ที่อยู่ในวงสนทนา แนะนำให้รู้จักกับนายโทนทองเนื่องจากอ้างว่านายโทนทอง มีความรู้เรื่องการตีราคารถหรู เพื่อให้ได้ราคาสูงกว่าตลาด จึงได้เริ่มการติดต่อนายโทนทองเป็นครั้งแรก ก่อนที่จะมีการดีลซื้อขายด้วยการจ่ายเช็ค 10 ใบ ใบละ 3.5 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขว่าหลังจากทำสัญญา อีก 10 เดือนถึงจะมีการจ่ายเงิน เมื่อถึงเวลาที่กำหนด ปรากฏว่าเช็คดังกล่าวมีบางใบเด้ง ตนก็ยังคิดว่านายโทนทองเป็นคนดี หลังจากนั้นก็ยังมีการซื้อขายของแบรนด์เนมเรื่อยมา
กระทั่งในปีเดียวกัน นายโทนทอง ก็มาขอยืมเงิน 100 ล้านบาท อ้างว่าจะนำไปต่อยอดธุรกิจผลิตกล้องส่องพระ โดยจะจ้างบริษัทต่างประเทศผลิตจำนวน 1,000 ตัว โดยนำอาคารมาค้ำประกันอ้างว่ามีมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท แต่เมื่อนำไปประเมินภายหลังกลับพบว่าได้มูลค่าเพียง 60 ล้านบาท ซึ่งการทำธุรกรรมมีสัญญาจดจำนองอย่างชัดเจน
ต่อมานายโทนทอง ก็นำเงินไปทำธุรกิจและอ้างว่า สินค้าที่ได้มานำไปขายหมดแล้ว แต่หากมาดามเก่งอยากได้จะขายให้ราคา 10,000 บาท แต่ต้นทุนเพียง 2,600 บาท ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ตนเริ่มผิดหวังและรู้สึกไม่สบายใจ แต่นายโทนทอง ก็เข้ามาพูดคุยสร้างความมั่นใจ โดยอ้างความสัมพันธ์พี่น้อง จึงทำให้ตนยังมีการซื้อขายของในลักษณะต่างกรรมต่างวาระ แต่ยืนยันว่า ไม่เคยให้เงินโดยเสน่หา แต่ก็พบว่าเช็คก็เด้งอยู่ตลอด รวมยอดแบ่งเป็นเงิน 2 ก้อน คือ 120 ล้านบาท และ 180 ล้านบาท แต่นายโทนทองก็ได้นำพระที่สะสมจำนวน 152 องค์ โดยอ้างว่าหากเก็บไว้เกร็งกำไรจะมีมูลค่า 400-500 ล้านบาท ทำให้ตนหลงเชื่อ เนื่องจากตนไม่ได้เป็นเซียนพระ
ต่อมาตนขาดภาพคล่อง จึงนำพระทั้งหมดไปตีราคา และพบว่ามีมูลค่าเพียง 35-40 ล้านบาทเท่านั้น จึงทำให้ตนผิดหวังซ้ำอีก แม้ว่าเงิน 180 ล้านบาท จะมีการทำสัญญาถึงปี 2573 โดยส่งเป็นเช็คงวดละ 5.5 ล้านบาท แต่เมื่อตนนำไปขึ้นเงิน พบว่าไม่สามารถดำเนินการได้ จึงส่งผลให้ตนเครียดจนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
มาดามเก่ง เผยอีกว่า ต่อมาในวันที่ 14 มกราคม 2568 ตนได้มอบหมายให้ทีมงานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เรื่องนี้ทำให้นายโทนทอง รู้ตัวว่าจะเดือดร้อน จึงพยายามหาทางนัดเจรจากับบิ๊กเต่าหลายครั้ง โดยประสานผ่านป๋อง สุพรรณ แต่ก็ไม่สำเร็จ
กระทั่งวันที่ 17 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา ตนขอยืนยันว่า นายโทนทอง เป็นคนนัดให้ทั้ง 3 ฝ่ายมาเจอกัน โดยผ่านตัวกลางเป็นป๋องสุพรรณ ซึ่งบรรยากาศในวงเจรจาวันดังกล่าวมีทั้งหมด 8 คน ประกอบด้วย ตน บิ๊กเต่า นายโทนทอง ทนายความทั้ง 2 ฝั่ง เลขาของตน และอัยการ ซึ่งการเจรจายืนยันว่าไม่มีการข่มขู่
โดยขอยกคำพูดของบิ๊กเต่าในห้องเจรจา “โทน พี่งานยุ่งมากเลยพี่ป๋องฝากมา อะไรเคลียร์ได้ก็เคลียร์กันไปจะได้ไม่ต้องไปแจ้งความ” ซึ่งนายโทนทอง ได้บอกในวันนั้นว่าขอไปรวบรวมทรัพย์สินก่อนว่ามีอะไรเหลืออยู่บ้าง
จากนั้นได้นัดเจรจาเป็นครั้งที่ 2 ในวันที่ 24 เมษายน แต่เมื่อถึงวันดังกล่าว พบว่านายโทนทองส่งทนายมาเพียงคนเดียว ก่อนที่ตนจะทราบว่านายโทนทอง ไม่มาวันที่ 24 เมษายน กลับไปรวบรวมหลักฐานเพื่อไปร้องทุกข์ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้นไปที่ สน.พหลโยธิน และสำนักงานอัยการสูงสุด โดยเฉพาะที่ สน.พหลโยธิน มีการแจ้งความตน , บิ๊กเต่า โดยรวมทั้งหมด 5 คน ซึ่งตนก็ไม่กังวลถือว่าเป็นสิทธิ์
“ส่วนอัยการที่ถูกนายโทนทองแจ้งความ 1 ใน 5 เนื่องจากอยู่ในวงการเจรจาเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 ยอมรับว่าเป็นอัยการจริง ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องที่วันนั้นเวิร์คฟอร์มโฮมมาให้ความเห็นทางด้านกฎหมายแต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดี ท้ายที่สุดตนเพิ่งรู้ความจริงทั้งหมดเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ว่าถูกหลอกมาตลอด จึงรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”มาดามเก่ง ระบุ
ด้านนายเชษฐพล โกวิทวาณิชย์ หรือทนายโต ระบุว่า สำหรับขบวนการนี้มีทั้งหมด 7 คน แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ขณะนี้ได้มีการแจ้งความกับตำรวจเพื่อให้ได้สืบสวนสอบสวน โดยยืนยันว่าไม่เป็นการยืมมือตำรวจ เพราะมาดามเก่งถูกฉ้อโกง ส่วนจะทำเป็นขบวนการหรือไม่ต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินก่อน และยังยืนยันว่า มูลค่าความเสียหายของมาดามเก่งเดิมทีตั้งแต่ปี 2565-ปัจจุบัน ทั้งหมดมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท แต่มีการชดใช้หนี้กันมาบางส่วนแล้ว เป็นทั้งพระและเช็คจำนวนมาก น้ำหนักเป็นกิโลกรัม จึงไม่สามารถนับจำนวนได้ ทำให้ตอนนี้ยอดหนี้เหลือประมาณ 300 ล้าน
ทั้งนี้ในฐานะที่มาดามเก่งเป็นเจ้าหนี้ วันนี้มาเพื่อยืนยันว่า อยากได้เงินคืนแต่ไม่ได้เป็นการยืมมือตำรวจเพื่อมาทวงเงิน พร้อมทิ้งท้ายหากถามว่ามาดามเก่งรู้สึกยังไง “เงินเป็นร้อยล้าน แถมยังโดนแจ้งความกลับอีก จะไม่เสียใจและร้องไห้เหมือนวันนี้ ก็เก่งแล้ว พูดตรงๆ”
ขณะที่นายอุ๊ กรุงสยาม เพื่อนสนิทมาดามเก่ง ในฐานเซียนพระ บอกว่า ตนอยู่ในเหตุการณ์ทุกขั้นตอน ยกเว้นวันที่ 17 เมษายน จึงทำให้ไม่ถูกแจ้งความ ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดมีต้นเรื่อง เดิมที่คู่กรณีมีเพียงแค่มาดามเก่งและนายโทนทองเท่านั้น แต่บุคคลอื่นที่ถูกกล่าวอ้าง เช่น ต้อม นครสวรรค์ , อั๋น, โอกิ และอื่นๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีบางคนมีการเคลียร์ไปแล้ว แม้จะเป็นคดีความกับมาดามเก่งแล้วก็ตาม ส่วนคนอื่นตอนนี้อยู่ระหว่างที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานว่าจะพบความผิดเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงมาดามเก่งหรือไม่ตนไม่ทราบ เพราะมีหลายบุคคลที่เข้ามากู้ยืมเงินกับมาดามเก่ง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กเต่า' ฟาดเดือด 'โทน บางแค' แค่โจรกระจอก
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง"แจ้งความดำเนินคดีนายโทนทอง สุขแก่น หรือ"โทน บางแค"เซียนพระชื่อดัง ว่าหลังต่างฝ่ายต่างออกมาให้สัมภาษณ์
ผบช.ก. ไม่ทราบ เซียนพระถูกดำเนินคดีทั้ง 9 คน ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน
พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีของมาดามเก่งถูกเซียนพระเบี้ยวหนี้หลายร้อยล้านบาทว่า คดีนี้ตนเองทราบเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจ
'โทน บางแค' ปัดร้อนตัว โร่พบกองปราบ ลือหึ่งถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงมาดามเก่ง
นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวเตรียมออกหมายจับเซียนพระชื่อดัง ที่ร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท
โฆษก ตร. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม 'โทน บางแค' ร้องบิ๊กตำรวจใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
'บิ๊กเต่า' ยันไม่ได้ใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้ 'โทน บางแค' จ่อฟ้องกลับถูกพาดพิง
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีถูก โทน บางแค เซียนพระชื่อดัง ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ตรวจสอบ โดยอ้างว่าถูกกดดันข่มขู่ให้ชำระหนี้ก้อนโตเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายว่า เรื่องนี้เริ่มจากต้นปี 2568 มาดามเก่ง

