
รัฐบาลเดินหน้า คิกออฟจ้าง ‘ผู้ช่วยดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง‘ วงเงิน 1,115 ล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก–ยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วประเทศ
25 ส.ค.2568-น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินรวม 1.57 แสนล้านบาท โดยหนึ่งในมาตรการสำคัญคือ โครงการค่าบริการสาธารณสุขสำหรับผู้มีภาวะพึ่งพิง ผ่านการจ้างงาน “ผู้ช่วยเหลือดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง” (Caregiver) เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างรายได้ให้ประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก วงเงินรวมกว่า 1,115 ล้านบาท
การดำเนินงานอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต. เทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา) ที่มีกองทุนดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุข (กองทุน LTC) เป็นกลไกหลักในการจ้างงาน รวม 18,587 อัตรา เพื่อดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง 106,807 คนทั่วประเทศ โดยมีค่าตอบแทนเดือนละ 5,000–6,000 บาท ขณะนี้มี อปท. กว่า 2,225 แห่ง ส่งข้อมูลความต้องการจ้างแล้วรวม 6,630 อัตรา
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครได้ที่ อบต. หรือเทศบาลในพื้นที่ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อบต. เทศบาล รพ.สต. รพช. หรือโรงพยาบาลประจำอำเภอ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้โครงการเกิดผลเป็นรูปธรรม รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข จะจัดพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30–14.30 น. ภายใต้ชื่องาน “คิกออฟ 30 บาทรักษาทุกที่ กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก จ้างผู้ดูแลเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้มีภาวะพึ่งพิง” ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
”โครงการนี้จะเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพและสังคมไทย ไม่เพียงช่วยให้ผู้มีภาวะพึ่งพิงได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและมีมาตรฐาน แต่ยังสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน“
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินหน้าตามนโยบายนายกฯ ลุยปราบ 'นอมินี' โชว์ไตรมาสแรกกวาดล้างบริษัทกลุ่มเสี่ยงลดลง 60%
โฆษกรัฐบาล แจง รัฐลุยปราบ ‘นอมินี’ มุ่งสร้างธุรกิจโปร่งใส เป็นธรรม ตอกย้ำคำประกาศนายกฯ ‘ไม่มีเคลียร์ เด็ดขาดทุกคดี’ ชวนปชช.แจ้งเบาะแส 1570
รัฐบาลน้อมรับนิด้าโพล 'แลนด์บริดจ์' ต้องสื่อสารวงกว้าง
4 พ.ค. 2569 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงผลสำรวจนิด้าโพลในหัวข้อ “คนใต้ว่าไง โครงการแลนด์บริดจ์จะมาแล้ว” ที่พบว่า กลุ่มผู้ที่เคยรับรู้ข้อมูลโครงการ จำนวน 1,333 คน (เคยได้ยิน และเข้าใจดีมาก / เคยได้ยิน และพอจะเข้าใจบ้าง /เคยได้ยิน แต่เข้าใจเพียงเล็กน้อย) ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.22 เห็นด้วยกับโครงการ โดยแบ่งเป็น เห็นด้วยมาก 34.21% และค่อนข้างเห็นด้วย 33.01% ขณะที่มีประมาณร้อยละ 32.78 ไม่เห็นด้วย สะท้อนทั้งโอกาสของโครงการ และบทบาทของภาครัฐในการสื่อสารข้อมูลอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส ส่วนกรณีพบว่าเกินครึ่งหรือร้อยละ 54.53 เคยได้ยินแต่เข้าใจเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์นั้น นางสาวรัชดา กล่าวว่า นี่คือโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งสื่อสารสร้างการรับรู้ ทั้งกลุ่มประชาชนที่ยังไม่เคยได้ยินหรือไม่เข้าใจ ให้เข้าถึงความข้อมูลมากยิ่งขึ้น “นายกรัฐมนตรี ได้กำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดสินใจและการขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบด้าน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ” โฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ สำหรับนักวิชาการและผู้สนใจหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นทั้งสนับสนุนและตั้งข้อสังเกตต่อโครงการอย่างต่อเนื่อง แต่ความเห็นที่สอดคล้องกัน คือ โครงการแลนด์บริดจ์เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของไทย ทั้งด้านโลจิสติกส์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงาน และการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังให้ความสำคัญกับข้อคำถามสำคัญ อาทิ มูลค่าการลงทุน ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยทุกประเด็นต้องถูกศึกษาในรายละเอียด เพื่อกำหนดมาตรการรองรับอย่างเหมาะสม ให้โครงการสามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ “นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกประเด็นต้องอธิบายได้อย่างชัดเจน แม้ภาพรวมจะได้รับการสนับสนุน แต่ยังมีข้อกังวลจากประชาชน ภาครัฐจึงต้องเร่งสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และเปิดรับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การขับเคลื่อนโครงการเป็นไปอย่างรอบคอบและได้รับการยอมรับ” นางสาวรัชดา กล่าว.
ขึ้น‘ค่าจ้าง’ต้องมีเหตุผล แรงงานยื่นข้อเสนอพรึ่บ
“อนุทิน” ระบุขึ้นค่าแรงต้องมีเหตุผล รัฐบาลเตือนนายจ้างวันแรงงานแห่งชาติ ลูกจ้างมีสิทธิหยุดงานพร้อมรับค่าจ้างปกติ ถ้าไม่ได้หยุดเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 1 เท่า ค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง ขณะที่ 27 องค์กรรวมพลยื่น 8 ข้อเรียกร้องรัฐบาล ตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง-อัปเกรดสวัสดิการ
นายกฯ อวยพร 'วันแรงงานแห่งชาติ' ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
'อนุทิน' อวยพรวันแรงงานแห่งชาติ ขอให้สุขภาพแข็งแรง ทำงานสำเร็จ-มีความมั่นคงในชีวิต ชี้ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้องมีเหตุผล
รัฐบาล โอ่ 'สิงคโปร์' สนใจ 'แลนด์บริดจ์' ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันประเมินคุ้มทุนทางศก.
‘โฆษกรัฐบาล’ เผย วงคุย นายกฯ-รมว.กลาโหมสิงคโปร์ ชื่นมื่น ระบุสิงคโปร์สนใจ ‘แลนด์บริดจ์’ ซัดฝ่ายค้านอย่าด้อยค่า ยันรัฐประเมินคุ้มทุนทางเศรษฐกิจอย่างรอบคอบ ไม่อนุมัติโครงการกระดาษเปล่าแน่นอน
'พนักงานจ้างท้องถิ่น' เฮ! ขึ้นค่าตอบแทน ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67
รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน 'พนักงานจ้างท้องถิ่น' มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐ

