ผู้ว่าฯสระแก้ว ขีดเส้น 30 วัน หากการประชุมจีบีซี รอบหน้าไม่สามารถหาข้อตกลงได้ จะมีหนังสือแจ้งจังหวัดบันเตียเมียนเจยให้ราษฎรย้ายออกพ้นบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว พร้อมยื่น 8 ข้อเสนอ ด้านผู้ว่าฯบันเตียเมียนเจย ส่งต่อหน่วยเหนือพิจารณา
18 กันยายน 2568 - นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว พร้อม หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าร่วมประชุมบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อยในพื้นชายแดนกับฝ่ายกัมพูชา โดยมีนายอุม เรียไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อม พล.ต.เป็จวรรณา รอง เจ้ากรมชายแดน กองบัญชาการทหารสูงสุด หัวหน้าสำนักงานประสานงานชายแดนไทย – กัมพูชา (หน.สน.ปกท.), พล.ต.ซุน มาว รอง ผบ./ผบ.ภท.5 สน.1 (จ.บันเตียเมียนเจย) และ หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต – คลองลึก พิกัด 48PTA3497511567 บ.กะบาลสะเปียนมวย แขวงโอวโจรว กรุงปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย (ตรงข้าม จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ) เมื่อวันที่ 17 ก.ย.ที่ผ่านมา
โดยการประชุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/68 เมื่อ 10 ก.ย 68 ระหว่าง ไทย - กัมพูชา ณ จ.เกาะกง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ ผวจ.สระแก้ว และ ผวจ.บันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อย ซึ่งการประชุมดังกล่าว ฝ่ายไทยได้ยื่นข้อเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้ ฝ่ายไทยเสนอตามประเด็นดังนี้
1 ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันที่จะบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยโดยกำหนดให้มวลชนของทั้งสองประเทศ ถอยห่างออกจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 500 เมตร
2.ทั้งสองฝ่าย จะไม่มีการปลุกระดมมวลชน พร้อมทั้งควบคุมมวลชนของประเทศตนให้อยู่ห่างจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้าม ไม่น้อยกว่า 500 เมตร
3.ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกัน ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศในทุกกรณี ในกรณีที่มีการดำเนินการไปแล้ว ให้ปรับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 1 วันหลังการประชุม
4.ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกัน ที่จะไม่มีการเพิ่มกำลังทหารและอาวุธหนักในพื้นที่ชายแดนทั้งสองจังหวัด
5.จังหวัดสระแก้ว ขอสงวนสิทธิ์ในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินของคนไทย ในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศ
6.ประชาชนของทั้งสองประเทศ สามารถเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตอธิปไตยของตนนอกพื้นที่อ้างสิทธิ์ได้ โดยห้ามประชาชน ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าทำการขัดขวางการทำประโยชน์ดังกล่าว ทั้งนี้ หากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ของประเทศใด ให้เป็นหน้าที่ของประเทศนั้นต้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเร็ว
7.หากไทยและกัมพูชาไม่สามารถหาข้อตกลงได้ภายใต้กลไกการหารือของคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(General Border Committee : GBC) สมัยพิเศษ ครั้งต่อไป จังหวัดสระแก้วจะมีหนังสือแจ้ง จังหวัดบันเตียเมียนเจยให้ราษฎรที่อยู่นอกเส้นอ้างสิทธิที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยให้ย้ายออกจากพื้นที่พร้อมทรัพย์สินและสังหาริมทรัพย์บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่จังหวัดสระแก้วมีหนังสือแจ้ง หากไม่ออกจากพื้นที่ดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะดำเนินการตามชั้นตอนกฎหมายของราชอาณาจักรไทยต่อไป ตามที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว
8.ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ร่วมกันระหว่างสองประเทศ เพื่อมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาทุกประเด็นด้วยสันติวิธี และหลีกเลี่ยงการปะทะ
ในส่วนฝ่ายกัมพูชา ได้ยื่นข้อเสนอฝ่ายไทย โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.ให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามผลการประชุม ที่ กลุ่มกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย, ผลการประชุม RBC และผลการประชุม GBC
2.ทั้งสองฝ่าย ปฏิบัติตามข้อตกลง MOU- 43 และ TOR 2003
3.หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยทั้งสองฝ่ายรอปฏิบัติตามผลการประชุม jbc
4.ทั้ง 2 จังหวัดดำเนินการตามผลการประชุม GBC
สำหรับข้อเสนอของฝ่ายไทยทั้ง 8 ข้อ นั้น ฝ่ายกัมพูชายังไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ในขณะนี้ โดย ฝ่ายกัมพูชาจะนำข้อเสนอของฝ่ายไทยให้หน่วยเหนือของตนพิจารณา และจะแจ้งให้จังหวัดสระแก้วรับทราบต่อไป ทั้งนี้ฝ่ายไทยนั้น ถ้าหากว่าทางจังหวัดบันเตียเมียนเจยไม่รับข้อเสนอข้อใดข้อหนึ่ง จังหวัดสระแก้วยังคงสงวนและจะดำเนินการต่อไปในเขตอธิปไตยและราชอาณาจักรไทย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' จัดหนักเขมรกลางเวที UNCLOS ใส่ร้ายไทยไม่หยุด มุ่งแต่จะเอาทรัพยากร
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย ให้สัมภาษณ์ หลังกล่าวถ้อยแถลงการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมาธิการประนอมภาคบังคับ
'คนบ้านกรวด' ผวาประชุม UNCLOS ทำสถานการณ์ไทย-เขมร ตึงเครียดซ้ำ
ชาวบ้านชายแดน อำเภอบ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กังวลประชุมเขตแดนทางทะเลไทย-เขมร อาจทำให้สถานการณ์ชายแดนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เผยยังได้ยินเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชาที่ยิงยั่วยุต่อเนื่อง ลั่นคนในพื้นที่ไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งหรือปะทะซ้ำอีก เพราะกระทบความเป็นอยู่และการประกอบอาชีพ
'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ
ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย
กต.ซัดเล่ห์เขมร บิดเบือนคำพูดผู้นำเมียนมาหาประโยชน์ฝ่ายตัวเอง
“กต.” ตอกหน้า ”กัมพูุชา “ บิดเบือนคำพูด “มินอ่องไลง์“ นำไปใช้ขยายความเข้าข้างฝ่ายตัวเอง สร้างบรรยากาศไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา
สยบลืองบ 31 ล้านช่วยเขมร 'โฆษกรบ.' แจงเงิน 18.2 ล้าน ชำระหนี้ดอกเบี้ยตามสัญญาโครงการเดิม
โฆษกรัฐบาล แจงกรณีมีข่าวการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาท
ผอ.JIC แฉเขมรมี 'ทหารผี' ยอดไม่ตรงจริง ย้ำไทยไม่คิดยึดดินแดน
ผอ.JIC เผยเคยจับทหารกัมพูชาปลอมเป็นชาวบ้านแฝงเข้าพื้นที่ 2-3 ครั้ง ชี้ไทยวางกำลังเพื่อป้องกันชาย

