พายุงวงช้างโผล่สมุทรปราการ พัดถล่มบ้านพังยับ 5 หลัง

14 ต.ค.2568-ภาพจากคลิปมือถือที่ชาวบ้านในพื้นที่ถ่ายเอาไว้ได้ในขณะที่ขับรถใกล้นิคมเอเชีย อำเภอบางบ่อ  จังหวัดสมุทรปราการ  เกิดพายุงวงช้างค่อนข้างใหญ่พัดถล่มในพื้นที่จนทำให้เกิดลมหมุนซัดหอบเอาบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ปลิวลอยขึ้นท้องฟ้า ขณะที่อีกคลิป เป็นการบันทึกได้จาก ผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อว่า เด็กมันห้าว อยากกินข้าวผ่านธุป ได้ใช้มือถือถ่ายเอาไว้ได้ทัน จากภาพจะเห็นความรุนแรงของพายุงวงช้างก้อนนี้ที่เกิดขึ้นถือได้ว่าแทบจะเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นขนาดใหญ่เช่นนี้ในพื้นที่ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.09 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ในพื้นที่หมู่ 3 ตำบลเปร็ง อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มีบ้านเรือนของประชาชนที่อยู่ในทิศทางของพายุได้รับความเสียหายเกือบทั้งหลังจำนวน 5 ครอบครัว ขณะที่ทางนายอำเภอบางบ่อ สั่งการให้ผู้นำชุมชนและท้องถิ่นเร่งสำรวจและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว โดยยังไม่มีรายงานผู้ที่ได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

นายสมชาย ฉวนสี อายุ  69 ปี เล่านาทีเกิดพายุจนตนเองต้องหนีตายหาที่หลบภัย  ตอนเกิดเหตุพายุลมหมุนมา ตอนนั้นตนเองอยู่ในบ้าน พอลมหมุนมาถึงบ้านก็เริ่มดังสนั่นหวั่นไหว ลมพัดหอบเอาหลังคาหน้าบ้านข้างบ้านปลิวขึ้นฟ้า ตอนนั้นจึงตัดสินใจวิ่งเข้าไปหลบในบ้าน แต่ก็ไม่พ้น ตอนนั้นลมพัดมาแรงมา เรียกว่าหมุนปั่นมาเลย และหอบเอาเศษวัสดุต่างๆลอยขึ้นฟ้า ตอนนั้นคิดในใจไม่รอดแน่ เกิดมาจะ 70 ปี ไม่เคยพบเจออะไรที่รุนแรงขนาดนี้ หลังเกิดเหตุก็มีผู้ใหญ่บ้านเข้ามาสำรวจ ความเสียหายเพื่อแจ้งไปยังผู้เกี่ยวข้องแล้ว ส่วนตนเองต้องไปอาศัยบ้านญาตินอนชั่วคราวเนื่องจากบ้านพังเสียหาย เบื้องต้นพังเสียหายมาก แม้แต่ไก่ไข่ที่เลี้ยงไว้กินไข่ ก็ถูกลมพายุพัดปลิวหายไปหมดทั้ง4ตัว

ขณะที่ นางสาว กันยารัตน์ ภู่ทอง อายุ 42 ปี เล่านาทีเกิดเหตุตอนนั้นให้ฟังว่า ตนเองตอนนั้นอยู่กันในบ้าน 5  คน มีทั้งเด็กที่เป็นลูกๆของตนเองรวมถึงพ่อและแม่ ซึ่งขณะเกิดเหตุต้องพากันหาที่หลบภัย โดยตนเองต้องอุ้มลูกน้อยไว้ในอกแล้วอาศัยมุมบ้านหลบภัย วินาทีนั้นทำอะไรไม่ถูก เกิดมาไม่เคยเจอพายุแรงขนาดนี้ เคยเจอแต่ลมแรงพัดหลังคาปลิวเท่านั้น ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อช่วงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมาแต่ก็ไม่รุนแรงเท่านี้ และเพิ่งจะซ่อมหลังคาไปได้ไม่นานก็มาถูกซ้ำอีกครั้ง  ตอนนี้ยังมืดมนกับชีวิตที่บ้านพักเสียหายทั้งหลัง ยังมองไม่ออกว่าจะใช้ชีวิตยังไงต่อ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสร้างบ้านให้กับครอบครัวที่ได้รับความเสียหาย

ในส่วนของพื้นที่มีบ้านเรือนประชาชนพังเสียหาย 5 หลัง มี 3 หลังที่เสียหายหนักสุด โดยเฉพาะบ้านสองชั้นที่พังทั้งหลัง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่

ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี

สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1

ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14

ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด

เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.