IPU บรรจุวาระเร่งด่วน 'ปราบสแกมเมอร์' ของรัฐสภาไทย

'IPU' บรรจุวาระเร่งด่วน 'ปราบสแกมเมอร์' ของรัฐสภาไทย ด้าน 'รังสิมันต์' ลุกเสนอร่างข้อมติ หวังครอบคลุมถึงอาชญากรรมองค์กร-อาชญากรรมดิจิทัล-การฉ้อโกงทางการเงิน-อาชญากรรมไซเบอร์ เหตุการเพิ่มขึ้นของศูนย์หลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีผู้คนถูกหลอกลวงนับแสน ขณะ 'กัมพูชา' ไม่ร่วมลงมติ

22 ตุลาคม 2568 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมสมัชชาสหภาพรัฐสภา หรือ IPU สมัยที่ 151 ได้พิจารณาคำขอให้บรรจุ “วาระเร่งด่วน” หรือ Emergency item ในระเบียบวาระการประชุมใหญ่ของ IPU เนื่องจากชาติสมาชิกเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือกำลังเกิดขึ้น และส่งผลกระทบด้านต่างๆ ในวงกว้าง จึงต้องการให้รัฐสภาทั่วโลกรับทราบ และแสดงบทบาทร่วมกันในการจัดการปัญหาภายใต้กรอบนิติบัญญัติ

โดยผลการลงคะแนนของชาติสมาชิกสหภาพรัฐสภา จำนวนกว่า 100 ประเทศ ปรากฏว่า ร่างข้อมติว่าด้วยอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเสนอโดยผู้แทนรัฐสภาไทยและชาติพันธมิตร ได้รับเสียงสนับสนุนท่วมท้นเกิน 2 ใน 3 ของที่ประชุม IPU จึงได้รับการบรรจุเป็น ”ระเบียบวาระเร่งด่วน“ หนึ่งเดียวในปีนี้ ซึ่งผลโหวตถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของรัฐสภาไทย ในการผลักดันวาระที่ไทยให้ความสำคัญ ได้รับการบรรจุเข้าสู่เวทีการแก้ไขปัญหาระดับโลกได้

สำหรับเบื้องหลังความสำเร็จ นอกจากเป็นความพยายามของคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ซึ่งประกอบด้วย สส. และ สว. นำทีมโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาแล้ว ยังมี ”ทีมไทยแลนด์“ ซึ่งทำงานกันอย่างหนัก โดยเฉพาะการขอเสียงสนับสนุนจากชาติสมาชิกทุกกลุ่มภูมิภาค และมีการเจรจาเพื่อปรับเนื้อหา ตลอดจนถ้อยคำต่างๆ ทำให้หัวข้อเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดยขยายขอบเขตเนื้อหาจากเดิมที่มุ่งเน้นเฉพาะการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามพรมแดน หรือ “สแกมเมอร์” เท่านั้น ให้ขยายครอบคลุมเรื่องของอาชญากรรมองค์กรที่บ่อนทำลายประชาธิปไตยและความมั่นคงด้วย

การประชุม IPU ปีนี้ มีชาติสมาชิกเสนอ “ร่างข้อมติ” หรือ item proposed จำนวน 2 หัวข้อด้วยกัน คือ 1.เรียกร้องระดับโลกให้รัฐสภาแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและประสานงานการดำเนินการเกี่ยวกับมาดากัสการ์ เสนอโดยประเทศแอฟริกาใต้ ในนามของกลุ่มแอฟริกา และ 2.การดำเนินการของรัฐสภาเพื่อต่อต้านอาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ, อาชญากรรมไซเบอร์ และภัยคุกคามแบบผสมผสานต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ เสนอโดยรัฐสภาไทย, อาร์เจนตินา, ชิลี, โปแลนด์ และสวีเดน ด้วยการสนับสนุนจากกลุ่มละตินอเมริกาและแคริบเบียน และกลุ่มทเวลฟ์พลัส

ผลการลงคะแนนของชาติสมาชิก สรุปว่า ร่างข้อมติเกี่ยวกับมาดากัสการ์ ได้คะแนนเห็นด้วย 743 เสียง ไม่เห็นด้วย 158 เสียง ขณะที่ร่างข้อมติของไทย เกี่ยวกับอาชญากรรมองค์กรและอาชญากรรมไซเบอร์ ได้คะแนนเห็นด้วย 850 เสียง ไม่เห็นด้วย 200 โดยจำนวนเสียงสองในสาม คือ 601 เสียง ทำให้ร่างข้อมติที่เสนอโดยประเทศไทยและพันธมิตร ได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” ของ IPU ในปีนี้ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผู้แทนจากรัฐสภากัมพูชาไม่ได้เข้าร่วมประชุม และไม่ยอมร่วมโหวตในครั้งนี้

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน เป็นผู้ลุกขึ้นเสนอร่างข้อมติของไทย และชาติพันธมิตร พร้อมอธิบายเหตุผลต่อที่ประชุมใหญ่ IPU ระบุตอนหนึ่งว่า ร่างข้อมตินี้ครอบคลุมถึงอาชญากรรมองค์กร อย่างเช่นที่เกิดขึ้นกับการสังหารวุฒิสมาชิกโคลอมเบีย และยังรวมถึงอาชญากรรมดิจิทัล การฉ้อโกงทางการเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ ซึ่งบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชน การเพิ่มขึ้นของศูนย์หลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีผู้คนถูกหลอกลวงนับแสน มีคนถูกกักขัง ถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ก่อความเสียหายในรูปของตัวเงินมากกว่า 15 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

“ถ้าเรานิ่งเฉย องค์กรอาชญากรรมนี้จะขยายตัวต่อไป ขอให้เราสร้างความร่วมมือที่ราบรื่นร่วมกัน” สส.รังสิมันต์ กล่าว

ทั้งนี้ ภายหลังการนำเสนอของ สส.จากประเทศไทย ปรากฏว่า ได้รับเสียงปรบมือจากที่ประชุมไม่น้อยกว่าข้อเสนอแรก

อย่างไรก็ดี มีผู้คัดค้านการเสนอร่างข้อมติของไทย เป็นผู้แทนจากรัสเซีย โดยให้เหตุผลว่า ตนไม่เชื่อว่ามาตรการหรือข้อเสนอฉบับนี้สอดคล้องกับข้อบังคับการประชุม ที่เขียนไว้ชัดว่าต้องเป็นสถานการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในระดับนานาชาติเมื่อเร็วๆ นี้เท่านั้น

นอกจากนี้ สมาชิกเพิ่งได้รับข้อเสนอในวันนี้ เพียงแค่ 3-4 ชั่วโมงก่อนการประชุม ทั้งๆ ที่ควรเสนอก่อน 48 ชั่วโมงตามที่เคยมีข้อตกลงร่วมกันไว้ ขอย้ำว่าเป็นการคัดค้านเรื่องขั้นตอนมากกว่าเนื้อหา

จากนั้นประธานในที่ประชุมได้ชี้แจงว่า เรื่องที่รัสเซียทักท้วง ตามข้อบังคับกำหนดให้คณะกรรมการบริหาร IPU เป็นผู้ตัดสินใจ ซึ่งคณะกรรมการได้ประชุมกันในช่วงเช้า และให้ความเห็นในทางบวก สำหรับรัสเซียเมื่อไม่เห็นด้วยก็สามารถลงคะแนนคัดค้านได้ และ เลขาธิการ IPU ได้อธิบายว่า ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ร่างข้อมติที่ไทยและชาติพันธมิตรเสนอ เป็นวาระเร่งด่วนที่เกิดขึ้นใหม่

ช่วงเวลาของการโหวต ถือว่าคึกคักและต้องติดตามลุ้นกันทุกนาที เนื่องจากคาดเดาผลยาก สาเหตุเพราะ ร่างข้อมติที่จะได้รับการบรรจุเป็น “ระเบียบวาระเร่งด่วน” จะมีเพียงข้อมติเดียวเท่านั้น, ร่างข้อมติที่ได้รับเลือก ต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 2 ใน 3 ของคะแนนจากชาติสมาชิกทั้งหมด, หากไม่มีร่างข้อมติใดได้รับเสียงสนันสนุนเกิน 2 ใน 3 ให้ถือว่าการประชุม IPU ครั้งนั้น ไม่มีระเบียบวาระเร่งด่วน

แต่ความซับซ้อนก็คือ แต่ละประเทศไม่ได้มีประเทศละ 1 เสียง แต่มีจำนวนเสียงไม่เท่ากัน โดยคำนวณจากจำนวนประชากร เช่น ไทยมี 18 เสียง, จีน อินเดีย มีประเทศละ 23 เสียง, กัมพูชามี 13 เสียง, รัสเซียที่แสดงความเห็นคัดค้านร่างข้อมติของไทย มี 20 เสียง เป็นต้น

ทำให้การลงคะแนนยิ่งซับซ้อน เมื่อแต่ละประเทศสามารถแบ่งคะแนนของตัวเองได้ เช่น มี 10 เสียง อาจแบ่งลงคะแนนให้ร่างข้อมติร่างละ 5 คะแนนก็ได้ หรือจะให้คะแนนแบบไม่เท่ากันก็ยังได้ อนึ่ง สำหรับร่างข้อมติเกี่ยวกับมาดากัสการ์ มีสาระสำคัญ คือการเรียกร้องให้รัฐสภาทั่วโลกร่วมมือกันเพื่อจัดการกับสถานการณ์เร่งด่วนในประเทศมาดากัสการ์ ซึ่งเพิ่งเกิดการรัฐประหาร หลังจากเกิดการประท้วงของคนหนุ่มสาว หรือ Gen Z จึงเกี่ยวข้องกับวิกฤตการณ์ทางมนุษยธรรม ความไม่มั่นคงทางการเมือง หรือความจำเป็นในการสนับสนุนประชาธิปไตย

ส่วนร่างข้อมติเรื่องการต่อต้านภัยคุกคามข้ามชาติและอาชญากรรมไซเบอร์ มีสาระสำคัญมุ่งเน้นไปที่การตอบสนองของรัฐสภาต่อภัยคุกคามสมัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อประชาธิปไตยและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่ซับซ้อนและข้ามพรมแดน ได้แก่ อาชญากรรมองค์กรข้ามชาติ (Transnational organized crime), อาชญากรรมไซเบอร์ (Cybercrime) และภัยคุกคามแบบผสมผสาน (Hybrid threats)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"โสภณ" ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยรัฐสภา คุมเข้มบุคคล-ยานพาหนะ ห้ามพกปืนเด็ดขาด ไร้ข้อยกเว้น สส.- ผู้ติดตาม จ่อทำ MOU ร่วมกับตำรวจ แลกเปลี่ยนข้อมูลด้านความปลอดภัย

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ประชุมมอบนโยบายยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารรัฐสภาแก่ผู้บริหารของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นายเจษ อนุกูลโภคารัตน์

ดีอี เตือน เพจปลอม 'Anti-Electronic Fraud Center' สวมรอย ตม. เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก 'สแกมเมอร์' ระวังสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

ดีอี อัดยาแรง ประกาศกระทรวงฯ ใหม่ เร่งสปีดฟัน “สแกมเมอร์”เผยปิดกั้น URL เถื่อนแล้วกว่า 8.8 แสนรายการ

ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายเร่งรัดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ กระทรวงดีอี

'ตร.ไซเบอร์' สะกดรอยเส้นเงินแก๊งสแกมเมอร์ คืนเงินเหยื่อ 5 ราย รวมกว่า 3.1 ล้านบาท

พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.ส

'วันนอร์' ชี้เหตุลอบยิงทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย ถ้าการข่าวดีกว่านี้ ผู้ก่อการร้ายคงไม่มาพร้อมอาวุธครบมือ

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงทหารพรานจนเสียชีวิต 5 นาย ในพื้น จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 22 ก.ค.ว่า ทุกฝ่ายคงต้องเพิ่มมาตรการระมัดระวัง และประสานความร่วมมือ โดยเฉพาะการข่าวให้เร็วกว่านี้

หน่วยงานรัฐขยับ! แก้กฎหมายลงโทษแรงขึ้น จำคุก-ปรับหนัก 'นอมินี' เพิ่มฐานความผิดฟอกเงิน ยึดที่ดินด้วย

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ และนอมินี ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินกำลังดำเนินการอยู่ ว่า สำหรับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านและต่างประเทศ อาทิ เรื่องสแกมเมอร์ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นที่ตามรอยแนวชายแดนหลายแห่ง เ