6 พฤศจิกายน 2568 - เวลา 12.50 น. กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง พายุ “คัลแมกี” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 6 ระบุว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ (6 พ.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) บริเวณทะเลจีนใต้ มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 250 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองบิ่ญดิ่ญ ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 13.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.5 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 157 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองบิ่ญดิ่ญ ประเทศเวียดนามตอนกลางในคืนวันนี้ หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชันเคลื่อนผ่านประเทศลาว โดยในวันที่ 7 พ.ย. 68 จะเคลื่อนเข้าปกคลุมบริเวณจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ
จากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. 68 ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ โดยจะเริ่มจากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง และภาคเหนือตามลำดับ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. 68
ทั้งนี้ ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนและพายุดีเปรสชัน เคลื่อนผ่านประเทศลาวเข้าสู่ จังหวัดอุบลราชธานีในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น โดยพื้นที่ เสี่ยงฝนตกหนักมาก (มากกว่า 90 มิลลิเมตร) อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ได้แก่ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และนครราชสีมา
นอกจากนี้ หลายจังหวัดใน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล คาดว่าจะมีฝนตกหนัก 35–90 มิลลิเมตร ส่วนบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2–3 เมตร และอาจสูงมากกว่า 3 เมตรในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง จึงแนะนำให้เรือเล็กงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 6–7 พฤศจิกายน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการ มธ. แนะวิธีเช็กบ้าน รับมือพายุระลอกใหม่ ชงรัฐปล่อยกู้ฉุกเฉินปรับปรุงที่อยู่อาศัย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอรัฐบาลใช้ “วิศวกรรมป้องกัน” รับมือพายุฤดูร้อน แนะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหนุนประชาชนปรับปรุงอาคาร-บ้านเรือน พร้อมแนะวิธีตรวจสอบจุดเสี่ยง“หลังคา-รางน้ำ
วันนี้ทั่วไทยเจอฝนฟ้าคะนอง 'อีสาน-ใต้' เจอถล่มหนัก
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าในลักษณะทั่วไป
เช็กพื้นที่เสี่ยง! กรมอุตุฯ เตือนฉบับ 3 'อากาศแปรปรวน' รับมือฝนถล่ม ลมกระโชกแรง 7-10 พ.ค.
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 7-10 พ.ค. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร
วันนี้ทั่วไทยเจอฝน 10-20%แต่ภาคใต้หนัก 40%
กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับที่ 1 เตือนอากาศแปรปรวน 7-10 พ.ค.นี้
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 7-10 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 1 ในช่วงวันที่ 7-10 พ.ค. 69 ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนฟ้าคะนองเพิ่มขึ้น

