17 ธันวาคม 2568 - นายนพดล เภรีฤกษ์ โฆษกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาไว้ว่าจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา นั้น คณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมข้อมูลไว้แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรจึงเกิดกรณีต้องพิจารณาว่า การจัดทำประชามติในเรื่องดังกล่าว เข้าลักษณะเป็นการกระทำอันมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไปตามมาตรา 169(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หรือไม่
จึงได้ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาแล้ว เห็นว่า การออกเสียงประชามติ (Referendum)แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ การออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพัน (Binding) กับการออกเสียงประชามติที่เป็นการปรึกษาหารือ (Consultation) โดยการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพันจะผูกพันองค์กรผู้ริเริ่มให้มีการออกเสียงประชามติ (รัฐสภา คณะรัฐมนตรี) ต้องดำเนินการให้เป็นไปตาม "ข้อยุติ" ที่ได้จากการประชามตินั้น ดังจะเห็นได้จากการที่มาตรา13 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568บัญญัติไว้ชัดเจนว่า การออกเสียง ที่จะถือว่า "มีข้อยุติ" ในเรื่องที่จัดทำประชามติ ให้ใช้เสียงข้างมากของผู้มาออกเสียง โดยคะแนนเสียงข้างมาก ต้องสูงกว่าคะแนนเสียงไม่แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่จัดทำประชามตินั้น
ดังนั้น การที่คณะรัฐมนตรีจะจัดให้มีการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา จึงต้องพิจารณาในเบื้องต้นก่อนว่าคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายจะดำเนินการเพื่อให้มีข้อยุติ หรือเป็นเพียงการปรึกษาหารือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ โดยหากคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายจะดำเนินการเพื่อให้มีข้อยุติในเรื่องที่ทำประชามติเพื่อให้มีการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปตามข้อยุตินั้น ก็จะเข้าลักษณะเป็นการออกเสียงประชามติที่มีผลผูกพัน ซึ่งเมื่อได้ข้อยุติเป็นประการใด คณะรัฐมนตรีทุกชุดก็จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อยุตินั้น
ซึ่งหากเป็นดังนี้ก็จะเข้าลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 169(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจากจะมีผลผูกพันให้คณะรัฐมนตรีชุดต่อ ๆ ไปที่จะต้องดำเนินการใด ๆ เพื่อให้เป็นไปตามผลการออกเสียงประชามตินั้นจนกว่าจะมีการประชามติใหม่และผลการประชามติเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
แต่หากคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายเพียงปรึกษาหารือผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ คณะรัฐมนตรีก็ยังใช้ดุลพินิจได้ว่าสมควรจะดำเนินการตามผลที่ได้จากการออกเสียงประชามติหรือไม่ ก็จะไม่เข้าลักษณะต้องห้าม
ซึ่งเมื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีแล้ว ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีมุ่งหมายที่จะดำเนินการให้เป็นไปตามผลของการประชามติด้วยเหตุผลดังกล่าว
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจึงเห็นว่า การออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิก บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ภายหลังจากที่พระราชกฤษฎีกายุบผู้แทนราษฎรพ.ศ.2568 มีผลใช้บังคับแล้ว เข้าลักษณะเป็นการกระทำอันมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามมาตรา169(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
อนึ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้เคยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติเกี่ยวกับการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ว่าในการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเรื่องนี้จึงต้องมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ได้เสียที่เกิดจาก MOU หรือการยกเลิก MOU ดังกล่าว
ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเจรจาในเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอันอาจก่อให้เกิดข้อเสียเปรียบแก่ประเทศอย่างรุนแรงและไม่เป็นผลดีแก่ประเทศในภาพรวมขึ้นได้ สมควรที่คณะรัฐมนตรีจะได้พิจารณาผลกระทบด้านต่าง ๆ อย่างรอบคอบ
คณะรัฐมนตรีพิจารณาความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเห็นว่า การจัดให้มีการประชามติเรื่องดังกล่าวภายหลังจากการยุบสภาผู้แทนราษฎร จะมีผลเป็นการผูกพันคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 169(1) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ จึงเรียนมาเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องทั่วกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื
'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ
ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย
กต.ซัดเล่ห์เขมร บิดเบือนคำพูดผู้นำเมียนมาหาประโยชน์ฝ่ายตัวเอง
“กต.” ตอกหน้า ”กัมพูุชา “ บิดเบือนคำพูด “มินอ่องไลง์“ นำไปใช้ขยายความเข้าข้างฝ่ายตัวเอง สร้างบรรยากาศไม่นำไปสู่การแก้ไขปัญหา
เมาลิดสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน 'ไทย-มาเลย์' กระชับความสามัคคี มิตรภาพข้ามแดน
พี่น้องชาวไทย มาเลย์ ร่วมงาน "เมาลิดสัมพันธ์ 2 แผ่นดิน" ณ เบตง รับฟังบรรยายธรรมเนืองแน่น กระชับความสามัคคีข้ามแดน

