กองทัพแจงส่ง 18 เชลยศึก ไม่ใช่แพ้การทูต ย้ำไทยทำตามหลักมนุษยธรรม ถือเป็น 'ชัยชนะร่วม'

ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ แจงส่งทหารกัมพูชา 18 นายกลับ ไม่ใช่แพ้การทูต ย้ำทำตามกลไก–หลักมนุษยธรรม ถือเป็น "ชัยชนะร่วม" มากกว่าการชนะ-แพ้ ย้ำไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมกระพือความขัดแย้ง

1 มกราคม 2569 - ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงกรณีการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่าไทยถูกกดดันหรือพ่ายแพ้ทางการทูต โดยยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบที่สองฝ่ายตกลงร่วมกันในกลไกอย่างเป็นทางการ และยึดหลักมนุษยธรรมสากล เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน

ศูนย์แถลงข่าวฯ ระบุว่า การส่งตัวกลับครั้งนี้ ไม่กระทบสิทธิหรืออธิปไตยของไทย และไม่ใช่การยอมรับข้อกล่าวอ้างหรือข้อเรียกร้องของฝ่ายใด หากแต่เป็นการทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ในกระบวนการลดความตึงเครียด เพื่อให้การยุติการเผชิญหน้าสามารถเดินหน้าได้จริง

ต่อกรณีสื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่” นั้น เห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นควรมองเป็นผลของความตกลงร่วมกัน และถือเป็น “ชัยชนะร่วม” มากกว่าการชนะ–แพ้ ไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมที่อาจกระพือความขัดแย้ง และร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

สำหรับข้อสงสัยว่า การส่งตัวกลับเป็นการ “แลกเปลี่ยน” หรือมีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงร่วมกัน ไม่มีเงื่อนไขพิเศษใด ๆ โดยไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันเป็นหลัก

ในช่วงการควบคุมตัว ทหารกัมพูชาทั้งหมดได้รับการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากล คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ส่วนข้อกล่าวหาว่าควบคุมตัว “นานเกินไป” นั้น การปล่อยตัวไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะเป็นปฏิปักษ์ และทุกขั้นตอนพิจารณาจากสถานการณ์จริงในพื้นที่เป็นสำคัญ

สำหรับประเด็นเขตแดนหรือกระแสข่าวลักษณะ “ไทยได้พื้นที่คืน–กัมพูชาเสียพื้นที่” ย้ำว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอยู่ในกระบวนการตามกลไกที่เป็นทางการ ไม่ควรสรุปแบบชนะ–แพ้จากข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ และขอให้ยึดการสื่อสารของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด

ทั้งนี้ ไทยยังคงเดินหน้าการทูตผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการรักษาความพร้อมด้านความมั่นคงตามความจำเป็น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ งดเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ ขณะที่ไทยยังยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สีหศักดิ์' ยื่นหนังสือถึงข้าหลวงใหญ่ฯ ซัด 'ทอม แอนดรูว์ส' บิดเบือนข้อมูลมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

เปิดหนังสือ รมว. กต. ส่งถึงท่าหลวงใหญ่เพื่อ สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ กรณีแถลงการณ์ของ“ ทอม แอนดรูส์” ผู้เสนอรายงานพิเศษ เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษชนในกัมพูชา พาดพิงไทยด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร

ทบ. โต้กัมพูชา ย้ำไทยใช้กำลังตามกรอบกฎหมาย มุ่งเฉพาะเป้าหมายทางทหาร ชี้ความเสียหายที่กัมพูชากระทำต่อไทย ไม่อาจลบล้างด้วยการบิดเบือนข้อมูล

ไทยสวนหมัดเด็ด! ยื่น UN ขอหารือคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนฯ จี้ปราบสแกมฯในกัมพูชา โต้ยิบรายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส'

กต. แถลงท่าทีรัฐบาลไทย เผยเตรียมทำหนังสือถึงประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน ที่นครเจนีวา หลัง “ทอม แอนดรูส์” เสนอรายงานพิเศษพาดพิงประเทศไทย มีหลายประเด็นที่ไม่เห็นด้วย ชี้กระทบความเป็นกลาง -เที่ยงธรรม “สีหศักดิ์”

ทภ.1 แจงทหารเหยียบกับระเบิดขณะเคลียร์พื้นที่บ้านหนองจาน กำชับให้ดูแลเต็มที่

ทภ.1 ชี้แจง กำลังพลได้รับอุบัติเหตุจากการปฏิบัติหน้าที่เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ บ.หนองจาน กำชับให้ดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมเน้นย้ำให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างความรอบคอบไม่ประมาท ปัจจุบันสร้างพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 76.73%

'เอ็ดดี้' ชี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ 'กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้'

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความประเด็นการเรียกร้องให้ยุบกอ.รมน.ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”