รัฐบาล เผยตัวเลขอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันช่วงปีใหม่ เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง บาดเจ็บรวม 769 คน เสียชีวิตรวม 145 ราย สั่งเข้ม "ด่านชุมชน" สกัดพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุในพื้นที่ เตรียมแผนรองรับเดินทางกลับ
2 มกราคม 2569 - นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย
สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.18 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.92 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.22 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.81 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.75
ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01 -03.00 น. ร้อยละ 25.15 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.91
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (7 ราย)
สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68 - 1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิต รวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (38 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 ราย)
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (2 ม.ค. 69) ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในพื้นที่ยังคงมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกระทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อคทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับประชาชนบางส่วนได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและกลับไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ล่วงหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ
รัฐบาลเน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมวางแผนเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเส้นทางต่าง ๆ ทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคลที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตีปี๊บ! รายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' ทุกเช้าเสาร์ ประเดิม 5 ก.ย.
รัฐบาลตีปี๊บรายการใหม่ 'คุยกับ ครม.อนุทิน' เปิดมุมคิด–เจาะนโยบาย ฟังคำตอบจากรัฐมนตรีโดยตรง ทุกเช้าวันเสาร์ เริ่ม 5 ก.ย. นี้ 'รองนายกฯปกรณ์' ประเดิมพูดเรื่องปฏิรูประบบราชการ
นายกฯ แจงเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล ดัน 'หมอเอกภพ' แทน 'รัชดา'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่จะมีการเปลี่ยนแปลงตัวโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มียุทธศาสตร์อย่างไร ว่าเป็นการสับเปลี่ยนภารกิจ เนื่องจากมีเรื่องสตรีในเขตสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
'หมอเอก' โผล่ ครม.สัญจร ลุ้นเสียบเก้าอี้โฆษกรัฐบาล
กระแสเปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาลยังแรง “หมอเอก” ร่วมขบวนนายกฯ ก่อนประชุม ครม.สัญจรสงขลา ถูกถามจ่อเสียบแทน “รัชดา” รีบปฏิเสธ “
'รัชดา' เผย ศอ.บต. พร้อมเดินหน้าส่งเสริมอาชีพ หลังปลดล็อก 'นกกรงหัวจุก'
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประกาศกฎกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ประกาศ
'โฆษกรัฐบาล' แจง 'ครม.สัญจร' เป้าหมายสำคัญรับฟังปัญหาพื้นที่ นำข้อเสนอสู่การตัดสินใจ
รัชดา ชี้เป้าหมายสำคัญของ ครม.สัญจร ครั้งนี้ คือการนำเสียงสะท้อนจากคนในพื้นที่โดยตรงไปสู่แนวทางการแก้ปัญหาที่ค้างคา
นายกฯ จับมือ ILO ยกระดับแรงงานไทย สู่ตลาดโลกยุคใหม่
นายกฯ หารือ ILO เตรียมแรงงานไทยรับโลกงานยุคใหม่ เดินหน้ายกระดับทักษะ–ขยายความคุ้มครอง สร้างโอกาสแข่งขันได้ในตลาดแรงงานโลก

