'ผบ.สูงสุด' ไม่ปฏิเสธ 'เตียบันห์' ประสานสงบศึกไทย ชี้ต้องดูพฤติกรรม ไม่ใช่แค่ส่งข้อความ

ผบ.สูงสุด ไม่ปฏิเสธ ‘เตีย บันห์’ ประสานสงบศึก ‘ไทย’ ชี้ต้องดูพฤติกรรม ไม่ใช่แค่ส่งข้อความ-สัญญาณ มอง ‘กัมพูชา’ พฤติกรรมดีขึ้น แต่อย่าเพิ่งไว้ใจ ย้ำสองฝ่ายไม่ทำพฤติกรรมยั่วยุ ทำให้เกิดโมโห-ตกใจ

26 ม.ค.2569-พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.) กล่าวถึงกรณีไม่มีประเทศกัมพูชาในการฝึก Cobea Gold 2026 ว่า ประเทศกัมพูชาครบรอบฝึกไปแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนประเทศ เป็นจังหวะพอดี

ถามว่าแต่โดยหลักการหลังการสู้รบ จะระงับความสัมพันธ์ด้านทางทหารไปก่อนใช่หรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า เวลายังไม่เหมาะสม เอาไว้เหมาะสม แล้วค่อยว่ากันใหม่ ซึ่งเข้าใจได้ เมื่อเขาเป็นอย่างนี้ ก็พักกันได้ ส่วนจะพักยาวหรือไม่ ก็แล้วแต่ อยู่ที่ท่าทีพฤติกรรม ถ้าคุยกันดี มีเจตนาจริงใจ มีความร่วมมือและแก้ไขปัญหา ก็จะดีเอง การปรบมือ ต้องปรบมือ 2 ฝ่าย

ซักว่าพฤติกรรมเป็นอย่างไร พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ก็ดีขึ้น แต่ต้องดูให้ละเอียด อย่าเพิ่งไว้ใจอะไรเลย เมื่อถามว่ามีคลิปที่ฝ่ายกัมพูชาเข้ามายั่วยุก่อกวนไทยในพื้นที่แนวหน้ามากขึ้น จะเป็นสัญญาณปะทะรอบ 3 หรือไม่ พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า อย่าไปมองแบบนั้น ต้องเข้าใจสถานการณ์หลังจากที่เราหยุดยิง เราก็เริ่มมีการวางกำลัง มีการวางระบบกีดขวางป้องกันตน ซึ่งต่างฝ่ายก็ต้องต่างทำ พอเริ่มนิ่ง เขาก็มั่นใจมากขึ้น ก็เข้ามาใกล้ มาดูมาศึกษา มาตรวจสอบ ซึ่งก็เป็นพฤติกรรมปกติของพัฒนาการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นของหน้าแนว ในขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่มีใครไปทำพฤติกรรมใดๆ ไปยั่วยุ หรือทำให้เกิดโมโหและตกใจ ขออย่าให้โมโหและตกใจ ถ้าดีก็ตกใจยาก ก็ต้องดู การตกใจต้องมองหลายอย่าง

พอถามถึงเฟคนิวส์การบิดเบือนข่าวจะกำชับหน้าแนวอย่างไร ผบ.ทสส.กล่าวว่า ก็คุยกันทุกส่วน ตอนนี้มิติทางด้านการทูต มิติด้านข่าวสาร มิติทางทหาร มิติเศรษฐกิจ เราเดินไปทุกเรื่องพร้อมกัน หลังจากนี้เรามีการเตรียมการพูดคุยกันแล้วในระดับกองทัพไทยที่รวมเหล่าทัพด้วย ที่วางสเตปไว้แล้ว จะทำข้อเสนออย่างไรบ้าง ช่วงนี้เราก็ดูสถานการณ์รักษาระดับ บนพื้นฐานเราพร้อมทุกกรณี ไปทางซ้ายเราก็ไปได้ ไปทางขวาเราก็ไปได้ เราไม่ได้ปักใจว่าจะต้องไปซ้ายหรือขวา แต่เราพร้อมทั้งสองกรณีในตอนนี้

เมื่อถามถึงกระแสข่าวสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.เตีย บันห์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ประสานมายังฝ่ายไทยเพื่อขอยุติสงบศึก พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า ต้องดูรายละเอียด คือนอกจากการส่งสัญญาณ การพูดคุยเจรจา การส่งข้อความ แต่สิ่งสำคัญสุดคือพฤติกรรม พฤติการณ์ ทุกอย่างต้องประเมินในองค์รวม ว่าเราควรจะเชื่ออย่างไร ซึ่งทุกอย่างเป็นสมมุติฐาน เราไม่สามารถเข้าไปดูได้ว่าเป็นอย่างไร เราต้องดูจากทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งสมมุติฐานให้ถูกต้อง เพื่อเตรียมการได้อย่างถูกต้อง ถ้าตั้งสมมุติฐานผิดก็ต้องแก้ไข ดังนั้นเราจึงต้องเตรียมไว้ทุกกรณี พร้อมกับเตรียมแผนรองรับสมมุติฐานคลาดเคลื่อน

ส่วนกระแสข่าวที่ว่าทหารกัมพูชาปรับกำลังประชิดชายแดน ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร พล.อ.อุกฤษฎ์ ระบุว่า ส่วนตัวไม่มองว่าเป็นการปรับกำลัง มองว่าเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม หลังจากเขาเห็นสภาพการวางกำลังของฝ่ายไทย เขาก็จะเริ่มค่อยๆ พัฒนาการปฎิบัติการทางทหารในแนวหน้ามากขึ้น เหมือนปรับสภาพให้สอดรับกับการวางกำลัง เขาเห็นว่าเรายังไง เขาก็เข้ามาดู มาปรับ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ MOU43 สิ้นมนต์ขลัง 'สว.'ยกเลิกแล้วเหลือมติ ครม. หวัง 'นายกฯ' จะไม่เปลี่ยนไปจากหาเสียง

นันทิวัฒน์ ระบุเอ็มโอยู​ 43​ สิ้นมนต์ขลังแล้ว สว.มีมติยกเลิกแล้วเหลือมติครม. แต่คนบางฝ่ายยังกอดเอ็มโอยูไว้แน่น ไม่อยากเลิก​ ยังเห็นมุมดีมีประโยชน์ ยังอาศัยเป็นกรอบในการเจรจากันได้

โคม่า! รพ.อุ้มผางเซ่นพิษ 2 วิกฤติหนัก

รพ.อุ้มผาง วิกฤตหนัก เงินหมุนเวียนเหลือ 3 ล้าน สวนทางหนี้ท่วม 50 ล้าน ด้าน “หมอวี” จี้ปมเบิกจ่าย สปสช.ล่าช้าทำพิษ ทำ รพ.ชายแดนแบกภาระหนักรักษาเพื่อนมนุษย์ต่อไม่ไหว

นายกฯ สั่งการด่วน! กอ.รมน. ลุยปราบกักตุนน้ำมัน-ลอบส่งนอก

นายกฯ ในฐานะผอ.รมน. สั่งการ กอ.รมน. เดินหน้าปราบปรามการกักตุนและลักลอบส่งออกน้ำมันนอกประเทศ เร่งตรวจสอบทั้งระบบ 'ต้นน้ำ–กลางน้ำ–ปลายน้ำ' สร้างความมั่นใจให้ประชาชน

'ตชด.-ทหาร' จับแก๊งขนยาบ้าก่อนส่งเข้ากรุง ยึดได้ 3.96 ล้านเม็ด

ตรวจพบรถยนต์กระบะต้องสงสัย ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว มีความเคลื่อนไหวในพื้นที่ ต.น้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จึงได้ไล่ติดตามมาจนถึงบ้านเช่าหลังดังกล่าว และได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย