ผู้เสียหายโผล่อีก 4 เคส ร้องพฤติกรรม “พ.ต.ท.” เรียกเงินลักษณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำชัดผิดกฎหมาย ไม่มีการปกป้อง พร้อมสั่งย้ายช่วยราชการระหว่างสอบสวน
9 เมษายน 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวน สภ.ม่วงสามสิบ ถูกกล่าวหาร้องขอค่าน้ำมันจากประชาชน
เบื้องต้นได้รับรายงานจากผู้บังคับการจังหวัดอุบลราชธานีว่า พบผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก 4 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์ในลักษณะใกล้เคียงกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ร้องเรียนทั้งหมดมาให้ข้อมูลกับคณะสืบสวนของตำรวจภูธรอุบลราชธานี
ในส่วนของนายตำรวจยศ “พ.ต.ท.” รายดังกล่าว ถูกมีคำสั่งให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สภ.เมืองอุบลราชธานี โดยขาดจากต้นสังกัดเดิม เพื่อให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นไปอย่างสะดวกและโปร่งใส
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ทั้ง 4 กรณีมีรูปแบบคล้ายกัน ต่างกันเพียงถ้อยคำที่ใช้ แต่เป็นลักษณะของการร้องขอเงินจากผู้เกี่ยวข้องกับคดี อ้างอิงกับการปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำชัดว่าการกระทำลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการสืบสวนสอบสวนและการอำนวยความยุติธรรมเป็นหน้าที่โดยตรงของตำรวจ ซึ่งมีเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงรองรับอยู่แล้ว การเรียกรับเงินจากประชาชนถือว่าผิดกฎหมาย
“เจ้าหน้าที่มีงบประมาณด้านน้ำมันอยู่แล้ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดส่วนบุคคล หากพบจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีการปกป้อง” โฆษก ตร.กล่าว
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไปยังผู้บังคับบัญชาทุกระดับ ให้กำกับดูแลอย่างเข้มงวด หากพบการกระทำในลักษณะดังกล่าวให้ดำเนินการตามกฎหมายทันที
นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณค่าน้ำมันเพิ่มเติม เพื่อรองรับภารกิจของเจ้าหน้าที่ หลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก
ส่วนกรณีการนำรถราชการไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติย้ำว่าเป็นสิ่งต้องห้าม และกำชับให้ทุกหน่วยปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดีอี'ยันข่าวจริงอนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท
ดีอี ยันข่าวจริง "อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69" ขอเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น
'รบ.อนุทิน'ก้าวข้ามการเมือง สู่วิกฤตรับมือ'ยุคน้ำมันแพง'
หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย.เสร็จสิ้น รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.1) ได้สถานะ อำนาจเต็ม อย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยตัวเลข สส.พรรคภูมิใจไทย 192 เสียง ผนวกกับพรรคร่วมจนรวมเป็น 292 เสียง

