สอบพบเรือขนน้ำมัน 2 ลำ 8 ล้านกว่าลิตรเดินเรือช้ากว่าปกติเข้าข่ายประวิงเวลากักตุนน้ำมัน
21 เมษายน 2569 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติการกระทำความผิดกักตุนน้ำมัน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำเข้าตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันต้องสงสัย จำนวน 2 ลำ บริเวณกลางทะเลอ่าวไทย
พล.ต.อ.ธัชชัย รอง ผบ.ตร.ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าเรือทั้ง 2 ลำเป็นเรือขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นในจังหวัดระยอง มุ่งหน้าไปยังคลังน้ำมันในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 5.1 ล้านลิตร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3.2 ล้านลิตร อย่างไรก็ตาม ตรวจพบพฤติการณ์การเดินเรือล่าช้ากว่ากำหนดการขนส่งตามปกติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของความล่าช้าดังกล่าว
ข้อมูลการเดินเรือในช่วงวันที่ 24–26 มีนาคม 2569 พบความคลาดเคลื่อนของระยะเวลาในการขนส่ง เจ้าหน้าที่จึงเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเอกสารการขนส่ง ข้อมูลจากระบบติดตามเรือ (Tracking) และพยานแวดล้อม เพื่อประกอบการพิจารณาว่าการดำเนินการเป็นไปตามเงื่อนไขปกติ หรือมีพฤติการณ์ที่อาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิงการจำหน่ายสินค้าควบคุม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร” หรือไม่ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ จะพิจารณาจากข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นสำคัญ
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ท.รุธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บูรณาการการทำงานร่วมกันในการสืบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อค้นหาผู้ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบการกระจายเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงสืบสวนหาผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกักตุนน้ำมันในช่วงสถานการณ์วิกฤต ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำมันในสถานีบริการทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 21–25 มีนาคม 2569 ภายหลังเกิดสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุส
“การเข้าตรวจสอบเรือทั้ง 2 ลำในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งน้ำมันอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิด อาทิ การประวิงเวลาการเดินเรือเพื่อเก็งกำไร หรือการลักลอบส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการตรวจสอบโรงกลั่นและคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยหากพบการกระทำความผิด จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป” รอง ผบ.ตร.กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ พร้อมให้ความเป็นธรรม 6 โรงกลั่น เข้ารับทราบข้อหา-ชี้แจงหลักฐาน ปกปิดข้อมูลขนส่งน้ำมัน
จับตา “6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่” ทยอยตบเท้ารับทราบข้อหา “ดีเอสไอ" 11-12 มิ.ย.69 ความผิดฐานขนส่ง - ปกปิดข้อมูลใบกำกับขนส่งน้ำมันทางเรือ 166 ฉบับ ไม่เป็นไปตามประกาศกรมธุรกิจพลังงานกำหนด ส่อเวียนใช้กระทำผิด
อ.อัจฉราวดี ฝากถึง 'เอกนัฏ' อย่าล้มมวยแก้ราคาน้ำมัน
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล วิปัสสนาจารย์ชื่อดัง ผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ต่อการแก้ปัญหาพลังงาน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน การดำเนินคดีไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน โดย อ.อัจฉราวดี ระบุว่า หากปล่อยให้การแก้ปัญหาบ้านเมือง
อิ่มพุงกางสู้วิกฤตค่าครองชีพ! แม่ค้าปลาทู เจอพิษน้ำมันแพง ผันตัวเปิดร้านข้าวแกง เมนูละ 10 บาท
ครัวพุงกาง ข้าวแกง 10 บาท พร้อมเสิร์ฟ ให้ลูกค้าอิ่มท้องในราคาประหยัด ขายสู้เศษฐกิจ มีเมนูอาหารวันละกว่า 10 อย่าง ตักใส่ถ้วยราคา 10 บาท ข้าวจานละ 10 บาท เติมได้ไม่อั้น แกงใส่ถุงกลับบ้าน 20 บาท เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00-14.00 น.
'ดีเอสไอ' ออกหมายเรียกแล้ว คืบหน้า 2 คดี คลังน้ำมันอ่างทอง-6 โรงกลั่นยักษ์ใหญ่
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก "สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี" น้องชายเสี่ยตือคอสโม่ เบื้องหลังตัวจริงรับประโยชน์จากการค้าน้ำมันของบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ให้รับทราบข้อหาปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคา จันทร์ 8 มิ.ย.69
อธิบดี ธพ. แจงเอาผิดโรงกลั่น ใบขนส่งน้ำมันไม่ถูกต้อง ชง 'ดีเอสไอ' เชือดขบวนการกักตุน
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวจากการให้สัมภาษณ์ของอธิบดีกรมธุรกิจพลังงานก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนออกไปว่า โรงกลั่นน้ำมันไม่ได้มีความผิดฐานกักตุน เป็นเพียงการกรอกข้อมูลในเอกสารไม่ครบถ้วนนั้น
กก.สอบกักตุนน้ำมัน พร้อมชงนายกฯสอบวินัยร้ายแรง จนท.รัฐ ละเว้นหน้าที่ ร่วมขบวนการ
'คณะกรรมการตรวจสอบช่องโหว่คดีกักตุนน้ำมัน' เผยมติสำคัญ หากตรวจสอบพบหน่วยงานรัฐ-เจ้าหน้าที่รัฐละเว้นปฏิบัติหน้าที่ เอื้อประโยชน์ ร่วมขบวนการกักตุนน้ำมัน ซ้ำเติมทุกข์ประชาชนช่วงวิกฤติตะวันออกกลาง พร้อมชงนายกฯ ตั้งกก.สอบวินัยร้ายแรงและโทษอาญา ย้ำชัด ต้องสร้างระบบใหม่ในเรื่องกำกับดูแลพลังงาน เพื่อป้องกันเหตุน้ำมันขึ้นราคาในอนาคต แต่กลับมีไอโม่งคอยตุนเก็งกำไร

