ไทยโต้แถลงการณ์กัมพูชา ย้ำยึด GBC-กม.ระหว่างประเทศ ปัดรุกล้ำพื้นที่ ชี้ใช้ JBC ผ่าน RBC เลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพื่อสันติภาพชายแดน
23 เมษายน 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา กล่าวถึงกรณีกระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์แห่งราชอาณาจักรกัมพูชาออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 22 เม.ย. คัดค้านฝ่ายไทยนำโดยพลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นำคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จัดกิจกรรมและพิธีบวงสรวงปราสาทตาควายและพื้นที่ใกล้เคียงว่า ไทยขอยืนยันข้อเท็จจริงและจุดยืนของประเทศไทย โดยย้ำว่าไทยยึดมั่นถ้อยแถลงร่วมและกฎหมายระหว่างประเทศ
ประเทศไทยยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อถ้อยแถลงร่วมจากการประชุม GBC โดยเฉพาะข้อ 2 (Troop Deployment Line) ซึ่งกำหนดให้กำลังพลของทั้งสองฝ่ายคงอยู่ในที่ตั้งเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลงสถานะ ข้อ 6 งดเว้นการกระทำที่ยั่วยุหรือเพิ่มความตึงเครียด และข้อ 8 งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน โดยการปฏิบัติของฝ่ายไทยเป็นไปตามหลักดังกล่าวอย่างต่อเนื่องและชัดเจน
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวต่อว่า ในส่วนของสถานะพื้นที่และการปฏิบัติของฝ่ายไทย กิจกรรมของหน่วยงานไทยในพื้นที่ที่กล่าวถึง เป็นการดำเนินการภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย และอยู่ในกรอบการบริหารจัดการตามปกติ มิได้มีการรุกล้ำหรือเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงในพื้นที่แต่อย่างใด
ส่วนการตีความที่แตกต่างควรแก้ไขผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน โดยประเทศไทยเห็นว่าประเด็นที่มีความเห็นต่างควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) รวมถึงการประสานงานระดับพื้นที่ผ่าน RBC เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจคลาดเคลื่อน
พล.อ.อ.ประภาส กล่าวอีกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างบรรยากาศเผชิญหน้า ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหลีกเลี่ยงการนำเสนอข้อมูลฝ่ายเดียวที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาธารณชน และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศความร่วมมือที่ทั้งสองฝ่ายพยายามรักษา
นอกจากนี้ ไทยมีความมุ่งมั่นสู่สันติภาพและเสถียรภาพชายแดน โดยยังคงยึดมั่นแนวทางการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ ความเคารพซึ่งกันและกัน และกลไกทวิภาคีที่ตกลงร่วมกัน
ผอ.ศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย–กัมพูชา ย้ำว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน ต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือของทั้งสองฝ่าย พร้อมระบุว่าความจริง ความโปร่งใส และความร่วมมือ คือรากฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทภ.2 พิสูจน์ชัด 'ลุงโยชน์' หลงข้ามแดนเอง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (18 พ.ค.) เวลา 12.00 น. กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี) ได้มอบหมายให้หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 (
มทภ.1 ลุยชายแดนสระแก้ว ตรวจซ้อมรบ ยืนยันความพร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ
พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 พร้อมคณะผู้บังคับบัญชา ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ตรวจสภาพความพร้อมรบ การฝึกและตรวจสอบเป็นหน่วยกองพัน ประจำปี 2569 ของกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ณ กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ โดย แม่ทัพภาคที่ 1/ผบ.ศปก.ทภ.1 รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการฝึกในภาพรวม ซึ่งดำเนินการฝึกในห้วงวันที่ 18-24 พ.ค.69 ณ พื้นที่ฝึก อ.เมือง และ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
วุฒิสภา ชงรัฐบาลฉีก MOU 43 'สว.เสียงข้างน้อย' หวั่นยกเลิกทำไทยเสียเปรียบกัมพูชา
ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณารายงานศึกษาเรื่องข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และเอ็มโอยู 2544 เพื่อแก้ปัญหาาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มี นายนพดล อินนา สว. เป็นประธานกมธ.ฯพิจารณาแล้วเสร็จ
เผยเบื้องหลัง นายกฯสั่งการ ช่วย ‘ลุงโยชน์’
“อนุทิน” ยอมรับเป็นนิมิตหมายดีที่กัมพูชาส่งตัว “ลุงโยชน์” กลับไทย โดยไม่ใช้เป็นเงื่อนไขต่อรอง ย้ำไม่หมายความว่าทำแบบนี้แล้วไทยจะยอมทุกอย่าง ชี้ “UNCLOS”
นายกฯ มองเป็นนิมิตหมายดี กัมพูชาปล่อยตัว 'ลุงโยชน์' อย่าตีความไทยจะยอมทุกอย่าง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีเมื่อวันที่ 15 พ.ค.ทางกัมพูชาได้ส่งตัวนายโยชน์ สายน้อย กลับประเทศไทยจะถือเป็นความร่วมมือ และสัญญาณในเชิงบวกหรือไม่ว่า ถือว่าแยกแยะได้
ผลงานเชิงรุกรัฐบาล-กองทัพ! เปิดเบื้องหลัง ภารกิจพา 'ลุงโยชน์' กลับไทยปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวรายงานเบื้องหลังปฏิบัติการช่วยเหลือ นายโยชน์ สายน้อย หรือ “ลุงโยชน์” อายุ 58 ปี ชาวไทย ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่กัมพูชาควบคุมตัว หลังเข้าไปหาของป่าบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัย

