ทร.ย้ำความพร้อมดูแลอธิปไตยและผลประโยชน์ทางทะเล ภายหลังยกเลิก MOU 44

กองทัพเรือย้ำความพร้อมในการดูแลอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภายหลังมติ สมช. ยกเลิก MOU44 เดินหน้า UNCLOS

24 เม.ย.2569 - พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่สภาความมั่นคงแห่งชาติในวันนี้ มีมติให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ MOU 2544 และให้ใช้กลไกของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล เป็นกรอบในการดำเนินการแทนนั้น กองทัพเรือพร้อมปฏิบัติทันทีตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย และขอเรียนให้ทราบว่า บันทึกความเข้าใจหรือ MOU ที่เกี่ยวข้องเป็นเพียง “กลไกหรือกรอบในการเจรจาระหว่างรัฐ” มิใช่ข้อจำกัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ด้านความมั่นคงทางทะเลแต่อย่างใด ไม่ว่ากรอบดังกล่าวจะมีอยู่ ปรับเปลี่ยน หรือสิ้นสุดลง กองทัพเรือยังคงดำเนินภารกิจในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติทางทะเลอย่างเต็มขีดความสามารถ โดยไม่ลดระดับความเข้มข้นของการปฏิบัติการ

กองทัพเรือได้ดำรงความพร้อมของกำลังรบทางเรือ การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังในพื้นที่ทางทะเลที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยการปฏิบัติการทุกประการตั้งอยู่บนหลักความรอบคอบ เพื่อป้องกันมิให้เกิดสถานการณ์ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ขณะเดียวกันยังคงยึดมั่นในแนวทางที่ไม่ยั่วยุ แต่พร้อมตอบสนองต่อทุกสถานการณ์ที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของชาติอย่างทันท่วงทีและเหมาะสม

ในมิติของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศนั้น กองทัพเรือพร้อมสนับสนุนการดำเนินการของรัฐบาลผ่านกลไกการเจรจาทวิภาคีและหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยกองทัพเรือพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลทางวิชาการ แผนที่ และข้อเท็จจริงเชิงเทคนิคที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ เพื่อเสริมสร้างความชัดเจนในการเจรจาและรักษาผลประโยชน์ของประเทศอย่างเป็นธรรม

กองทัพเรือตระหนักถึงความสำคัญของเสถียรภาพในภูมิภาค โดยจะดำเนินการทุกอย่างภายใต้หลักความรับผิดชอบและความระมัดระวังสูงสุด เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความตึงเครียดที่ไม่จำเป็น แต่ในขณะเดียวกันจะไม่ยอมให้มีการละเมิดอธิปไตยหรือผลประโยชน์ของชาติไม่ว่าในรูปแบบใด และขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากองทัพเรือมีความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และแผนปฏิบัติการในการรองรับทุกสถานการณ์อย่างรอบด้าน และขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น และบนความรับผิดชอบสูงสุด เพื่อค้ำจุนอธิปไตยของชาติ ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างสมดุล

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กมธ.ทหาร จี้ ทร. ต่อรอง 'ฮันวา' แก้ปัญหาเรือเก่าปืนพังให้จบก่อนเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่

กมธ.ทหาร เรียก ทร. แจงปมปืนฟาลังซ์ เรือหลวงภูมิพล ใช้งานไม่ได้ พบไม่มีอะไหล่เหตุตกรุ่น แนะก่อนเซ็นสัญญาต่อเรือฟริเกตลำใหม่ ให้ต่อรองฮันวาจบปัญหาเดิมก่อน โยนทัพเรือพิจารณายึดเงินประกันไว้ก่อน ขู่ส่งเรื่อง สตง. ตรวจสอบ หากไม่ส่งรายละเอียดสัญญาใน 14 วัน

นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค

นายกฯ ติดตามการซักซ้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารค เนื่องในโอกาสพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน และในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

“สุชาติ” ร่วมภารกิจตรวจเยี่ยมการฝึกกองทัพเรือ ติดตามความพร้อมภารกิจความมั่นคงทางทะเล

วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 09.45 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมภารกิจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ ณ บริเวณพื้นที่อ่าวไทยตอนบน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความพร้อมและขีดความสามารถของกองทัพเรือในการปฏิบัติภารกิจ ตลอดจนศักยภาพของยุทโธปกรณ์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงทางทะเล

นายกฯ ขึ้นเรือหลวงจักรีนฤเบศร ตรวจความพร้อมรบ จัดหายุทโธปกรณ์เพิ่มแทนปลดระวาง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สวมชุด อส.ในฐานะนายกองใหญ่ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกกองเรือปฏิบัติการเฉพาะกิจ บริเวณอ่าวไทยตอนบน และสนามฝึกกองทัพเรือหมายเลข 15 (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พล.ร.อ. ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกองทัพเรือให้การต้อนรับ

กลาโหม-กองทัพไทยแจง 'USS Abraham Lincoln' แวะไทย 2-6 ก.ย.

กลาโหม-กองทัพไทย ยืนยันเรือ USS Abraham Lincoln ของสหรัฐ แวะไทย 2-6 ก.ย. เพื่อพักและฟื้นฟูกำลังพล หลังปฏิบัติภารกิจตะวันออกกลางนาน 250 วัน ไม่ได้มาฝึกร่วมหรือเติมกระสุน ชี้ไม่กระทบความสัมพันธ์อิหร่าน พร้อมยืนยันไทยเปิดรับเรือจากทุกประเทศเท่าเทียม ทั้งสหรัฐ จีน และรัสเซีย

อาวุธเขมรทะลัก ยึดAKกระสุนอื้อ

กองทัพเรือผนึกกำลังตำรวจน้ำ จับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ ลำเลียงจากฝั่งกัมพูชา ยึด AK-47 พร้อมกระสุนกว่า 24,000 นัด ปฏิบัติดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการ “ปิดด่าน 100%”