'พนักงานจ้างท้องถิ่น' เฮ! ขึ้นค่าตอบแทน ย้อนหลัง 1 พ.ค. 67

รัฐบาลเดินหน้าปรับค่าตอบแทน ‘พนักงานจ้างท้องถิ่น’ มีผลย้อนหลัง 1 พ.ค. 67 ยกระดับรายได้ให้สอดคล้องนโยบายปรับเงินเดือนภาครัฐ

27 เม.ย. 2569 – นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของบุคลากรภาครัฐในระดับท้องถิ่น โดยคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ออกประกาศปรับอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการปรับอัตราเงินเดือนของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2566

สาระสำคัญคือ การปรับบัญชีอัตราค่าตอบแทนพนักงานจ้างขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ครอบคลุมทั้งพนักงานจ้างทั่วไป พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างผู้เชี่ยวชาญพิเศษ โดยให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 เป็นต้นไป และปรับต่อเนื่องอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อให้สอดคล้องกับคุณวุฒิ ทักษะ และลักษณะงาน

สำหรับผู้ที่ได้รับการจ้างอยู่ก่อนวันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ จะได้รับการปรับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้นในลักษณะ “เงินชดเชย” เพื่อไม่ให้ได้รับค่าตอบแทนน้อยกว่าผู้ที่เข้าจ้างใหม่ตามอัตราใหม่ โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะออกคำสั่งปรับค่าตอบแทนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

นางสาวลลิดา กล่าวว่า การปรับค่าตอบแทนครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการดูแลบุคลากรท้องถิ่น ซึ่งเป็นกำลังหลักในการให้บริการประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นงานบริการสาธารณะ งานช่าง งานธุรการ งานสาธารณสุข งานพัฒนาเมือง และงานสนับสนุนภารกิจของท้องถิ่น

“พนักงานจ้างท้องถิ่นคือคนด่านหน้าที่ทำงานใกล้ชิดประชาชนที่สุด การปรับค่าตอบแทนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการปรับตัวเลขรายได้ แต่คือการยืนยันว่ารัฐบาลเห็นคุณค่าของคนทำงานทุกระดับ และต้องการให้ระบบราชการท้องถิ่นมีขวัญกำลังใจที่ดีขึ้น เพื่อส่งต่อบริการที่มีคุณภาพให้ประชาชน” รองโฆษกฯ ระบุ

ทั้งนี้ รัฐบาลมุ่งดูแลรายได้ของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นธรรม ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐและท้องถิ่น เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว ทั่วถึง และมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ยุทธพร' ชี้มติ กกต.ปม สว.สร้างความชัดเจน รัฐบาลไปต่อ-เศรษฐกิจคลายกังวล ลดความเสี่ยงเกมเซตซีโร่

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวถึงผลการพิจารณาคดีการเลือกสมาชิกวุฒิสภาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า มติดังกล่าวช่วยสร้างความชัดเจนให้แก่สถานการณ์การเมืองว่า รัฐบาลยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และลดความกังวลว่าผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลอาจต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนนำไปสู่เกม “เซตซีโร่” ทางการเมือง

ลุยคลอดแพ็กเกจกระตุ้น ศก. หลังจบ 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2

'ศุภจี' เผยกระทรวงเศรษฐกิจ จ่อออกแพ็กเกจกระตุ้น ศก.ต่อเนื่อง หลังหมด 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟส 2 ยันพาณิชย์ดูแลราคาสินค้าไม่ให้ได้รับผลกระทบ ปมเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%

'ภราดร' ไม่หวั่นฝ่ายค้านจ่อยื่นซักฟอก ครม. พร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา

'ภราดร' ไม่รู้ฝ่ายค้านจ่อซักฟอกตามมาตราไหน เรื่องอะไร ลั่น ครม.ทุกคนพร้อมแจงทุกข้อกล่าวหา ยันปฏิบัติหน้าที่ตรงไปตรงมา

'เอกภพ' เมิน กกต. ตัดสิน 'คดีฮั้ว สว.' ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว วันนี้โฟกัสเศรษฐกิจ

'โฆษก รบ.' ย้ำคดีฮั้ว สว. เป็นกระบวนการกฎหมาย กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชี้โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก