5 พฤษภาคม 2569 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมแก่กาลสมัย ซึ่งสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาล ที่ได้แถลงไว้เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย โดยทบทวนกฎหมายที่ใช้บังคับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมายลำดับรองที่กำหนดกระบวนงานและขั้นตอนต่าง ๆ โดยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิก จำนวน 8 ฉบับ มีดังนี้
1. ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ พ.ศ. 2521 เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเร่งรัดการปฏิบัติราชการ (ครป.) มีอำนาจหน้าที่เร่งรัดการปฏิบัติการที่เกี่ยวกับประชาชน ส่วนราชการอื่นหรือรัฐวิสาหกิจ และภายในส่วนราชการเหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ ไม่มีความจำเป็นและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และมีความซ้ำซ้อนกับ พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และมาตรฐานในการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐไว้ครอบคลุมแล้ว เช่น การอนุญาตการรับจดทะเบียน การวินิจฉัยอุทธรณ์ เป็นต้น
2.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ พ.ศ. 2539 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี “คณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ” (กศร.) และ “สำนักงานคณะกรรมการอำนวยการจัดระบบศูนย์ราชการ” (สศร.) ภายใต้สังกัด สศช. เพื่อทำหน้าที่พิจารณาการจัดตั้งศูนย์ราชการทั้งในระดับชาติ ระดับจังหวัด และโครงการเฉพาะ เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ การจัดระบบศูนย์ราชการบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว ประกอบกับ มติ ครม. (25 ต.ค 2564) เห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบนี้ โดยมอบหมายให้ กระทรวงมหาดไทย รับช่วงต่อในการดูแล โดยปรับรูปแบบเป็นคำสั่งหรือประกาศในระดับกระทรวงแทน
3.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ พ.ศ. 2549 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มีคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ (กอช.) และสำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์ของชาติ ในสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อนกับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ และกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งหน่วยงานดังกล่าวมีอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ในการเสนอแนะนโยบาย วางแนวทางประสานงาน และผลักดันแผนแม่บทวัฒนธรรมของชาติอยู่แล้ว
4.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดให้มีโฉนดชุมชน พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการประสานงานเพื่อจัดให้มีโฉนดชุมชน" (ปจช.) และ สำนักงานโฉนดชุมชน ภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) โดยทำหน้าที่ ประสานงานระหว่างหน่วยงานรัฐ เจ้าของที่ดิน และชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่รวมตัวกันเป็นชุมชนมีสิทธิ์ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีกฎหมายรองรับที่ชัดเจนกว่า คือ พ.ร.บ.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งกำหนดมาตรการและแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินไว้อย่างเป็นธรรมอยู่แล้ว
5.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี "คณะกรรมการนโยบายทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ (คทป.)" ทำหน้ากำหนดนโยบายและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อนกับภารกิจของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติพระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2523 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการดังกล่าวด้วยแล้ว
6.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสนับสนุนการปฏิบัติงานติดตามคนหายและการพิสูจน์ศพนิรนาม พ.ศ. 2564 เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี “คณะกรรมการพัฒนาระบบการติดตามคนหายและการพิสูจน์คนนิรนามและศพนิรนาม” (ค.พ.ศ.) สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ ค.พ.ศ. มีหน้าจัดทำนโยบาย แผนแม่บท และแผนปฏิบัติการระดับชาติเกี่ยวกับการติดตามคนหายและพิสูจน์ศพนิรนาม เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาอนุมัติให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อนกับบทบาทหน้าที่ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการฯ พ.ศ. 2561 ซึ่งกลไกที่มีอยู่ครอบคลุมอยู่แล้ว
7.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน พ.ศ. 2547 เดิมระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มี “คณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน” (กบพร.) และ “สำนักงานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษถนนราชดำเนิน” (สพธ.) ใน สศช. เหตุผลที่พิจารณายกเลิก คือ ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และบรรลุผลตามเป้าหมายแล้ว
8.ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พ.ศ. 2545 เดิมระเบียบดังกล่าว กำหนดให้มี "คณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" (กพข.) และ "สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ" (สพข.) ใน สศช. ทำหน้าที่ในการกำหนดกรอบ ทิศทาง และยุทธศาสตร์การพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เหตุผลที่พิจารณายกเลิกคือ มีความซ้ำซ้อน กับหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ตาม พ.ร.บ.การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย พ.ศ. 2560
"การยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี 8 ฉบับ เพื่อปฏิรูปกฎหมายให้มีความทันสมัยและลดความซ้ำซ้อน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการและลดภาระงบประมาณแผ่นดิน โดยเน้นการคงไว้ซึ่งระบบคณะกรรมการเพียงเท่าที่จำเป็น เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการในมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฯ" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปิดภารกิจโกอินเตอร์ นายกฯ ลุย 3 ประเทศ สหรัฐ-ญี่ปุ่น-อังกฤษ 20-27 ก.ย.นี้
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภารกิจสำคัญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการเดินทางเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 (The 81st Session of the United Nations General Assembly: UNGA81) ระหว่างวันที่ 20–27 กันยายน 2569 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
'เอกภพ' แย้ม 'ไทยช่วยไทยพลัส' เฟสสอง ให้ 1 พัน ใช้ 2 เดือน
โฆษกรัฐบาลแย้ม 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 จ่อให้เงินรวดเดียว 1,000 บาท ใช้ 2 เดือน รอกระทรวงคลังสรุปอีกรอบ
ครม. ไฟเขียว '1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา' นำร่อง 24 หน่วยงาน สกัดทุจริตภายใน 6 เดือน
นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า รัฐบาลได้เข้ามาบริหารประเทศพร้อมกับโจทย์สำคัญด้านการแก้ไขปัญหาการทุจริต โดยประเทศไทยมีคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (C
'เอกภพ' เมิน กกต. ตัดสิน 'คดีฮั้ว สว.' ย้ำรัฐบาลไม่เกี่ยว วันนี้โฟกัสเศรษฐกิจ
'โฆษก รบ.' ย้ำคดีฮั้ว สว. เป็นกระบวนการกฎหมาย กกต. รัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ชี้โฟกัสเรื่องเศรษฐกิจ เดินหน้าเปลี่ยนผ่านพลังงานโลก
สยบลืองบ 31 ล้านช่วยเขมร 'โฆษกรบ.' แจงเงิน 18.2 ล้าน ชำระหนี้ดอกเบี้ยตามสัญญาโครงการเดิม
โฆษกรัฐบาล แจงกรณีมีข่าวการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาท
'รุทธพล' เปิด 7 นโยบายยุติธรรมเชิงรุก ลุยยาเสพติด-สแกมเมอร์-แก้หนี้ประชาชน
รมว.ยุติธรรม เปิด 7 นโยบายกระทรวงยุติธรรม กำชับทุกหน่วยเร่งแก้ปัญหาให้ประชาชน ลดขั้นตอน-ไม่ปล่อยเรื่องค้างนาน ชูกองทุนยุ

