
’89 สว.’ แถลงประณาม ‘ณัฐพงษ์’ กล่าวหาระบอบสีน้ำเงิน-มรดกรัฐประหาร ชี้พฤติกรรมเลวร้ายที่สุด จี้ขอโทษ ให้เวลา 3 วัน ยันสภาสูงไม่เคยอยู่ภายใต้อาณัติพรรคใด ย้อนถาม ปชน. มีเจตนาแก้รัฐธรรมนูญจริงหรือไม่
25 พ.ค. 2569 – เมื่อเวลา 09.45 น. ที่รัฐสภา คณะสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นำโดย นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิป สว.) พร้อมด้วย สว. รวม 89 คน อาทิ นายสมบูรณ์ หนูนวล นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล นายอลงกต วรกี แถลงประณามกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวหาว่าวุฒิสภาชุดนี้ เป็นวุฒิสภาสีน้ำเงิน และเกิดจากรัฐธรรมนูญปี 60 ที่เป็นมรดกจากการทำรัฐประหาร
โดยนายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาไม่เป็นความจริง เพราะการพูดของนายณัฐพงษ์ถือเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายที่สุด และขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ออกมาแถลงโทษต่อวุฒิสภา หากนายณัฐพงษ์ไม่ดำเนินการภายใน 3 วัน สมาชิกวุฒิสภาจำเป็นต้องดำเนินการทางกฎหมาย เพื่อปกป้องวุฒิสภา จากการกระทำของนายณัฐพงษ์ ที่มีเจตนาทำลายวุฒิสภาด้วยการทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ ศรัทธาต่อองค์กรวุฒิสภา ซึ่งเป็นสถาบันหลักของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า การกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ว่าวุฒิสภาเป็นผลพวงมาจากรัฐธรรมนูญปี 60 นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะรัฐธรรมนูญปี 60 ทำประชามติจากประชาชนและมีการเลือกตั้งทั่วไปถึง 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 62 ปี 66 และปี 69 ซึ่งพรรคของนายณัฐพงษ์ ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน ก็ยอมรับและส่งตัวแทนรับเลือกตั้งตามกติการัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะเมื่อปี 66 เพราะขอให้นายณัฐพงษ์ก็ได้รับเลือกตั้ง และได้สมาชิกมาเป็นอันดับ 1 ที่สำคัญรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประชาชนได้ลงประชามติให้ความเห็นชอบก่อนประกาศใช้ จึงเป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ได้เป็นลักษณะมรดกของรัฐประหาร ตามที่นายณัฐพงษ์กล่าวหาและการที่พรรคของของนายณัฐพงษ์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทำให้พยายามออกมาทำร้ายและยุยงปลุกปั่น ให้ประชาชนเข้าใจผิด
โฆษกวิป สว. กล่าวว่า ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันเกิดมาจากการเลือกตั้งกันเองของกลุ่มอาชีพ แม้จะมีผู้กล่าวหาในเรื่องกระบวนการเลือก แต่ก็เป็นธรรมดาของการตรวจสอบตราบใดที่องค์กร ผู้มีอำนาจและศาลยังไม่ได้พิพากษาเป็นอย่างอื่น ก็ต้องถือว่าสมาชิกวุฒิสภาทุกคนผ่านกระบวนการเลือกมาอย่างถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และที่ผ่านมาสมาชิกวุฒิสภาได้ปฎิบัติหน้าที่เป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทยอย่างเป็นกลางและอิสระ มีความซื่อสัตย์สุจริตเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยรวม ไม่เคยมีการใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือนแต่อย่างใด แต่ในทางตรงกันข้ามนายณัฐพงษ์ ได้พยายามให้ร้ายเกี่ยวกับที่มาและการปฎิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภา โดยไม่มีพยานหลักฐาน ซึ่งไม่เป็นความจริงจึง ถือว่านายณัฐพงษ์ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามกติกาการเลือกของสมาชิกวุฒิสภา และการปฎิบัติหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย
นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ย้ำว่าสมาชิกวุฒิสภามาตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย สมาชิกวุฒิสภาทุกคนถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมาย โดยองค์กรอิสระซึ่งสมาชิกบางคนถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง โดยศาล ดังนั้นการกล่าวหาว่าประชาชนตรวจสอบหรือถอดถอนพวกเราไม่ได้ จึงเป็นความเท็จ เป็นความบิดเบือนความจริงด้วยเจตนาที่ให้ร้ายต่อองค์กรวุฒิสภา องค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญซึ่ง เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ จึงขอเรียกร้องให้นายณัฐพงษ์ อธิบายให้ชัดเจนว่า ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินหมายถึงสถาบันใด หรือใคร
“หากนายณัฐพงษ์มีเจตนาที่จะทำการเมืองอย่างสุจริต ต้องทำให้เกิดความชัดเจนในเรื่องนี้ รวมถึงการกล่าวหาสถาบันใด บุคคลใด ต้องตรงไปตรงมา อย่าใช้สำบัดสำนวน หรือโวหารที่ต้องการให้มีการตีความ แปลความจนก่อให้เกิดความเข้าใจผิดทำให้เกิด ความเสียหาย กับสมาชิกวุฒิสภา องค์กร อิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ยืนยันว่าสมาชิกวุฒิสภาไม่ได้อยู่ภายใต้อาณัติใคร หรือสถาบันการเมืองใด ไม่ได้อยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ไม่เคยใช้อำนาจอย่างฉ้อฉล หรือบิดเบือนแต่อย่างใด การกล่าวหาของนายณัฐพงษ์ทำให้สมาชิกวุฒิสภาไม่สบายใจ และเสียใจ เพราะนายณัฐพงษ์ก็เป็นหนึ่งในสมาชิกรัฐสภา แต่กลับมากล่าวหาสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน ด้วยความเท็จ มีเจตนาให้ร้ายสมาชิกวุฒิสภา ในฐานะสมาชิกรัฐสภาอย่างชัดเจน” นายพิสิษฐ์ ระบุ

เมื่อถามว่า นอกจากประณามแล้วจะดำเนินการทางกฎหมายกับนายณัฐพงษ์อย่างไร นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นทางกฎหมายเราจะขอไปพิจารณาโดยให้เดินตามกรอบกฎหมายของรัฐธรรมนูญเป็นหลัก และอยากให้นายณัฐพงษ์แสดงเจตนาขอโทษออกมา เราคิดว่าการที่พาดพิงแบบที่ไม่มีหลักฐานข้อมูลใดๆ ย่อมทำให้เกิดความเสื่อมเสียได้กฎหมายก็มีทั้งหมิ่นประมาทอยู่แล้วที่เห็นอยู่
เมื่อถามว่า การที่นายณัฐพงษ์อ้างถึงระบอบสีน้ำเงิน โดยที่ไม่มีความชัดเจน ทางสว.ตีความเรื่องนี้อย่างไร โฆษกวิป สว. กล่าวว่า สีนำเงินคือสีบนธงไตรรงค์คือสีธงชาติ ฉะนั้น สมาชิกวุฒิสภามาเพื่อปกป้องและอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่เรามีหน้าที่ในการดำรงไว้ซึ่งระบอบของพระมหากษัตริย์
ส่วนกรณีนายณัฐพงษ์ไม่ขอโทษตามกรอบเวลาจะมีผลต่อการโหวตแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนหรือไม่นั้น นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยว ทั้งนี้ สว.พร้อมทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน อย่างไรก็ดีในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนนั้น ตนขอย้อนถามนายณัฐพงษ์ด้วยว่ามีเจตนาที่อยากให้แก้ไขได้จริงหรือไม่ เพราะตามเงื่อนไขของมาตรา 256 กำหนดชัดเจนว่าให้ต้องใช้เสียง สว. เห็นชอบด้วย 1 ใน 3 แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาพบว่านายณัฐพงษ์โจมตีสว.มาโดยตลอด ดังนั้น สว.จะเห็นอย่างไร ตนไม่ทราบ แต่การโจมตีแบบนั้นถูกต้องหรือไม่ หากอยากแก้ได้จริงต้องแถลง หรือไม่ควรใส่ร้ายป้ายสี สว.
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถึงที่สุดที่กรณีของนายณัฐพงษ์ที่แถลงนั้น มีลต่อการตัดสินใจของ สว. ต่อการร่วมมือหรือไม่ร่วมมือโหวตหรือไม่ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า “ไม่มีประเด็นจะร่วมมือ เพราะสว. เป็นฝ่ายนิติบัญญัติเหมือน สส. ดังนั้นอะไรที่ทำแล้วประชาชน ประเทศ ได้ระโยชน์ สว. ยินดี พร้อมทำทุกประการ”
เมื่อถามย้ำว่า ผลประชามติ 21.6 ล้านเสียง ที่เห็นชอบต่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะรับฟังมากน้อยแค่ไหน นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประเด็นประชามตินั้น ยังต้องทำอีก 2 ครั้ง ซึ่งครั้งที่ 2 ขึ้นอยู่กับกรอบของรัฐธรรมนูญ ที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แก้ไข ดังนั้นจึงเป็นประเด็นที่จะอยู่ในขั้นตอนของวาระต่อไปดีกว่า โดยไม่อยากตอบตอนนี้
สำหรับการพิจารณาต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในรัฐสภานั้น นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ที่ขณะนี้พบว่ามีฉบับของพรรคภูมิใจไทยยื่นเสนอนั้น ยังไม่ทราบว่าจะพิจารณาอย่างไร ขณะเดียวกันในส่วนที่พรรคภูมิใจไทย เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 ซึ่งพบว่าได้ลดเสียง สว. ต่อการเห็นชอบรัฐธรรมนูญเหลือ 1 ใน 4 นั้น ส่วนตัวขอยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ คงเสียง สว. 1 ใน 3 นอกจากนั้นแล้วต้องไม่แก้ไขหมวด 1 หมวด 2 รวมถึงทุกมาตราที่เกี่ยวกับพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์
ผู้สื่อข่าวถามย้ำถึงความเป็นไปได้ต่อการโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาชนที่ยื่นเนื้อหาของฉบับเดิมที่ สว. เคยรับหลักการ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ร่างฉบับนั้นตกไปแล้ว หากเสนอกลับมาใหม่ต้องพิจารณาในชั้นวาระหนึ่งว่าจะรับหรือไม่ ส่วนที่จะอ้างอิงของเก่านั้นไม่สามารถทำได้ เพราะตกไปแล้ว ดังนั้นจะถามเผื่ออนาคตไม่ได้
เมื่อถามถึงคำอธิบายต่อสังคม กรณีที่ สว. โหวตไปในแนวทางของพรรคภูมิใจไทย นายพิสิษฐ์ กล่าาวว่า การตัดสินโหวต มีแค่เห็นด้วย กับไม่เห็นด้วย การโหวตอย่างไรของกฎหมายหรือรัฐธรรนญ ไม่สามารถอ้างอิงได้ว่า สว. ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใด อยู่ที่วิจารณญาณการตัดสินและประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ภราดร' ไม่ฟันธงไทม์ไลน์แก้รธน. บอกต้องรอดูวาระ1อภิปรายอย่างไร แย้มคุย 'ชูศักดิ์' พร้อมเติมเสียง พท. ยื่นร่างได้
รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังตอบชัดไม่ได้ ไทม์ไลน์แก้ รธน. ต้องรอดูวาระ 1 อภิปรายอย่างไร บอก ยังมีอีกหลายขั้นตอน เผย คุย ชูศักดิ์ แล้ว พร้อมเติมเสียงให้ พท.ยื่นร่างได้
'วิโรจน์' ลั่นนโยบายเศรษฐกิจจะดีขึ้น ต้องทำควบคู่แก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจริงจัง
วิโรจน์ ถามเศรษฐกิจดีขึ้นจะทำให้คอร์รัปชันลดลง หรือคอร์รัปชันลดลงจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น
‘แรมโบ้’ ฟาด ‘เท้ง’ ขี้แพ้ชวนตี ซัดกล่าวหา ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ทำบ้านเมืองเสียบรรยากาศ
“แรมโบ้” ฟาดกลับ เท้ง เหมือนนิสัยอันธพาล ขี้แพ้ชวนตี โพสต์เฟซบุ๊กระบอบสีน้ำเงิน หากหมายถึง สว.ยืนยันทำงานแก้ไขปัญหาประชาชน บ้านเมืองได้ดี ไม่มีใครคิดร้าย มองเป็นผู้นำฝ่ายค้านควรทำหน้าที่ตัวเองให้ดีก่อน ไม่ควรใส่ร้ายผู้อื่นทำให้เสียบรรยากาศ
ตบหน้าส้ม! 'ยุบองคมนตรี' ความเข้าใจประชาธิปไตยที่คับแคบ
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความเรื่อง "องคมนตรี กับความเข้าใจที่คับแคบต่อประชาธิปไตย"
'ปชน.' ยื่นร่างแก้ไขรธน. เพิ่มเติมหมวด 15/1 สัปดาห์นี้ ชู สสร.มาจากเลือกตั้ง ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษ สว.
ไอติม เผยพรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด 15/1) ทั้งหมด 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ เปิดกรอบเนื้อหา: สสร. มาจากการเลือกตั้ง - มีทั้งตัวแทนพื้นที่-ตัวแทนเชิงประเด็น - ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.
สว.แสลงใจ 'ระบอบสีน้ำเงิน' เช็กบิลพรรคส้มจันทร์นี้
สภาเดือด จับตา สว.ทนไม่ไหว นัดรวมพลแถลงฟาด หัวหน้าเท้ง – พรรคประชาชน รับไม่ได้ระอบสีน้ำเงิน

