"บิ๊กตู่" เซ็งพูดไปก็ไร้ค่าไร้ประโยชน์ถูกนำไปบิดเบือน แจงราคาน้ำมันกระทบทั่วโลก ยันตรึงราคาจนกว่าจะทำไม่ได้ บอกเงินมีจำกัดใช้ไปกับรับมือสุขภาพเยอะ สั่งสำรวจแหล่งแร่ในไทยใช้แก้พลังงาน-ปุ๋ย ถอนหายใจบอกเจอปัญหาแช่ยาวกว่ารัฐบาลอื่น
9 มี.ค.2565 - เวลา 15.55 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ครั้งที่ 2/2565 ว่า วันนี้ได้มีการประชุมทั้งวัน ซึ่งมีหลายเรื่องที่เป็นปัญหา รัฐบาลจำเป็นต้องหามาตรการแก้ไขในการลดความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งมีหลายอย่างด้วยกันปัญหาคงไม่ใช่เรื่องพลังงานอย่างเดียว หรือน้ำมันอย่างเดียว วันนี้เป็นการประชุม กพช. โดยนำหลายเรื่องมาพิจารณารวม 7 วาระด้วยกัน อันแรกต้องทราบก่อนถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกวันนี้เป็นอย่างไร ซึ่งไม่ใช่น้ำมันดีเซลอย่างเดียว มีทั้งเบนซิน เอ็นจีวี แอลพีจี มันพันกันหมด จะต้องหามาตรการบริหารว่าจะทำอย่างไรที่จะเกิดผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะสามารถดำเนินการได้ ทั้งมาตรการด้านภาษี ด้านเงินจัดหามาทดแทนกองทุนพลังงานที่เรามีน้อยลงอย่างจำกัด ซึ่งเราได้มีสมมติฐานหลายประการ ทั้งราคาปัจจุบันจะซับซิไดซ์และดูแลได้ถึงระยะเวลาเท่าไหร่ที่ไม่เกิน 30 บาท ถ้าสูงกว่านี้จะทำอย่างไร และถ้าสูงกว่านั้นอีกจะทำอย่างไรอีก ท้ายที่สุดถ้าสูงขึ้นไปอีกมันก็จะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในตอนนั้น เพราะหลายประเทศได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน ราคาน้ำมันหรือราคาแก็สของเราอยู่ในระดับต่ำถ้าเทียบกับอาเซียนทั้งหมด ต่ำในระดับที่ต่ำ แต่ไม่ได้ต่ำที่สุด เพราะบางประเทศมีแหล่งพลังงานภายในประเทศซึ่งตรงนี้ต้องเข้าใจกันด้วย
“ฉะนั้นนายกฯไม่อยากจะพูดอะไรมาก พูดไปก็ถูกเอาไปบิดเบือนหมด พูดไปบางทีก็ไร้ค่าไร้ประโยชน์ เพราะไปจับแต่ประเด็นที่จะเป็นปัญหาออกไป” พล.อ.ประยุทธ์กล่าวพร้อมสูดหายใจเข้าแรง ก่อนจะถอนหายใจเหมือนเหนื่อยหน่าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญวันนี้คือทำอย่างไรจะทำให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าไปได้บนสถานการณ์ที่มีสงครามอยู่ในปัจจุบัน ถ้าจะบอกว่าอยู่ไกลกันมันคงไม่ใช่ เพราะห่วงโซ่การประกอบการธุรกิจต่างๆ การค้าการส่งออกมันเชื่อมโยงกันทั้งหมด และประเทศไทยก็เป็นสมาชิกอยู่หลายกลุ่มด้วยกัน ค้าขายด้วยกัน มีทั้งการเจรจาตามการใช้สิทธิประโยชน์สำหรับการส่งออกภายใต้ความตกลงการการค้าเสรี ( FTA ) มีทั้งความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค(RCEP) และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก แสดงให้เห็นว่าเราอยู่ตรงจุดที่สมดุลที่สุดอยู่แล้ว ฉะนั้นรัฐบาลต้องหามาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการกับทุกประเทศให้เกิดความสมดุลเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยโดยตรง
นายกฯกล่าวว่า วันนี้มีดำริและเรียกคณะกรรมการเกี่ยวกับแร่มาดูว่าประเทศไทยมีแร่เหลืออยู่ที่ไหนบ้าง ข้อสำคัญจะทำอย่างไรให้การแก้ไขปัญหาปุ๋ยต่างๆของเราดีขึ้นในอนาคต ก็ต้องศึกษาว่าจะทำอย่างไร จะสามารถจัดหาวัตถุดิบต้นทุนได้หรือไม่ ทั้งนี้ต้องไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะถ้าเรามีแล้วไม่ใช้ประโยชน์เราก็ต้องสั่งซื้อปุ๋ยหรือต้นทุนการผลิตจากต่างประเทศ แล้วจะโวยวายอะไรไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ฉะนั้นต้องช่วยตัวเองกันบ้าง นอกจากพึ่งในการซื้อจากต่างประเทศอย่างเดียว ซึ่งต้องเริ่มศึกษากันในตอนนี้ มันอาจต้องใช้เวลาเพราะเป็นโครงการที่ต้องดำเนินการและใช้เวลา แต่ส่วนหนึ่งทำอย่างไรจะบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องของอาหารสัตว์ และปุ๋ย 3-4 ชนิด ซึ่งวันนี้มีการสั่งปุ๋ยเข้ามาจำนวนมากในแต่ละปีมีผลผูกพัน เพราะปุ๋ยบางอันได้มาจากการผลิตภาคพลังงานด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในเรื่องราคาน้ำมันจะมีการตรึงราคาหรืออย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชนนายกฯกล่าวว่า ตรึงจนกว่าจะตรึงไม่ได้เข้าใจหรือไม่ วันนี้ก็ตรึงไปก่อน 30 บาท จนกว่าจะไม่สามารถรับได้ ถ้ามันเกิน 130 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล. เกิน 150 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะทำอย่างไร และถ้าถึง 180 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลจะทำอย่างไร วันนี้ถ้าเปรียบเทียบระยะเวลาก่อนหน้านั้นหลายรัฐบาลที่ผ่านมาจะเห็นว่าสูงอยู่เหมือนกัน แต่เป็นการสูงระยะสั้นไม่ใช่สูงแบบนี้ ซึ่งยังไม่มีแนวโน้มที่จะลดลงเลย เพราะเป็นคนละสถานการณ์กัน และวันนี้กับวันนั้นไม่เหมือนกัน ฉะนั้นการแก้ปัญหาต้องมีวิธีการที่แตกต่างกัน เพราะประเทศไทยเจริญเติบโตขึ้นมาเยอะ เทคโนโลยีก็เยอะ การใช้รถใช้พลังงานก็มากขึ้น ดังนั้นผลกระทบก็ต้องมากขึ้นเป็นธรรมดา ปัญหาของเราคืองบประมาณที่มีอยู่มันจำกัด ท่านก็ทราบดีอยู่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์เราใช้ไปเรื่องสุขภาพเยอะพอสมควร การช่วยเหลือต่างๆหลายมาตรการก็ออกไป รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่แล้วในหลายมิติก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน
เมื่อถามว่าในส่วนของน้ำมันเบนซินจะดูแลอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ก็เขาบอกไปแล้วจะพิจารณาหามาตรการที่เหมาะสม เฉพาะดีเซลยังอาการหนักอยู่เลย เบนซินก็ต้องไปหาวิธีการจะเฉพาะกลุ่มอย่างไรหรือไม่ เข้าใจไหม นายกฯกล่าวพร้อมกับเดินออกจากโพเดียม เมื่อผู้สื่อข่าวถามอีกว่านายกฯดูเหนื่อยๆ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์เดินกระทืบเท้าแรงพร้อมกล่าวว่า “ไม่เหนื่อยหรอกมั้ง”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดือด! 'โจ มณฑานี' ซัด 'รสนา' แก๊งทวงคืนพลังงานโจมตีรัฐบาล พูดไม่หมดปมราคาน้ำมัน
"โจ มณฑานี" โต้เดือด "รสนา" แก๊งทวงคืนพลังงาน โจมตีรัฐบาลไม่ลดราคาน้ำมัน แต่ให้ข้อมูลไม่ครบ ลาวไม่มีกองทุนน้ำมันเหมือนไทยที่ต้องจ่ายเข้ากองทุนเพื่อพยุงราคาค่ะแก๊งทวงคืนพลังงาน
'รสนา' กระตุกรัฐบาลช่วยลดราคาน้ำมันให้สุดซอยเหมือนตอนขึ้น ขายหน้าประเทศลาวนำเข้าน้ำมันจากไทย ยังปรับลงทีเดียวเกือบ 4 บาท
น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกวุฒิสภา และกรรมการนโยบายสัดส่วนผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านบริการสาธารณะ พลังงานและสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งปรับลดราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลง
'เอกนิติ' มองข้อตกลงหยุดยิงสหรัฐกับอิหร่าน ราคาน้ำมันปรับลดลงแค่ช่วงระยะสั้น
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) ทางออนไลน์เมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.)
'อนุทิน' ชิ่งตอบแชตหลุด 'ช่วยน้ำเงินด้วย' แจง ดรามา 'รองผู้ว่าฯซีฟู๊ด' ไร้ปัญหา
อนุทิน ย้ำมอบนโยบายผู้ว่าฯทั่วประเทศไม่เดือด แจงรองผู้ว่าฯซีฟู๊ดไร้ปัญหา ปัดตองแชตหลุกช่วยน้ำเงินด้วย
นายกฯ เชื่อมธุรกิจไทย-เวียดนาม ดันความร่วมมือ 5 อุตฯศักยภาพสูง
นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ เดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนไทย-เวียดนาม จัดประชุมใหญ่นักธุรกิจสองประเทศ จับมือสองฝ่ายเชื่อมโยง 5 อุตสาหกรรมศักยภาพ ได้แก่ พลังงานสะอาด ดิจิทัล AI และเซมิคอนดักเตอร์ อาหารและเครื่องดื่ม การท่องเที่ยว และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
อดีตสส.สามารถ ตั้งคำถามปมน้ำมันเงียบผิดปกติ สงสัยใครปิดสวิตช์ถกค่าการกลั่น
อดีต สส.และอดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นโรงกลั่นน้ำมัน ค่าการกลั่น และราคาน้ำมันที่กระทบประชาชนกลับเงียบหายไปจากเวทีการเมือง ทั้งจากฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน

