ปัตตานีปะทะโจรใต้ 2 ศพดุเดือด ขณะปิดล้อมและเจรจา คนร้ายฮึดสู้ก่อนจะถูกวิสามัญดับอนาถ
4 มิถุนายน 2569 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 04.00 น. พันเอก ธนุตม์ พิศาลสิทธิวัฒน์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกองกำลังทหารพรานจังหวัภาคดชายแดนภาคใต้ พันเอก ณัฎพล สุนทรนนท์ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 พร้อมด้วยชุดปฏิบัติการร่วม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี กว่า 50 นาย กำลังเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียวติดถนนในหมูบ้าน ในพื้นที่ ม.10 บ้านท่าคลอง อำเภอโคกโพธิ์ หลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีบุคคลต้องสงสัยเข้ามาหลบซ่อนอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เมื่อที่ไปถึงจึงได้สั่งการหน่วยกำลังกระจายกำลังปิดล้อม พร้อมหลังดังกล่าว พร้อมเรียกให้บุคคลที่อยู่ภายในบ้านออกมาแสดงตัว กระทั่งเจ้าของบ้านและครอบครัวจำนวน 5 คน เดินออกจากบ้าน เจ้าหน้าที่จึงทำการสอบสวน ปรากฏว่าเจ้าของบ้านได้ให้ข้อมูลว่ายังมีผู้ต้องสงสัยตามภาพที่ปรากฏอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกให้ออกมาแสดงตัว แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
จนกระทั่งเวลา 05.00 น. ผู้ต้องสงสัยที่หลบอยู่ภายในบ้านได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หลายนัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหลบกระสุน และได้มีการยิงตอบโต้ก่อนที่เสียงปืนเงียบลง เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญผู้นำท้องถิ่นให้มาร่วมเจรจาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ เพื่อให้คนร้ายออกมามอบตัว แต่ปรากฏว่าไม่เป็นผล คนร้ายกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่อย่างดุเดือด จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้นเป็นระยะๆ ซึ่งที่เจ้าหน้าที่ยังคงใช้การเจรจาเพื่อเกลี้ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ
กระทั่งเวลา 06.30 น. ได้เกิดการยิงปะทะอีกครั้ง และเสียงระเบิดดังขึ้นสนั่น 2 ครั้ง คนร้ายซึ่งหลบอยู่ในบ้าน พยายามฉวยโอกาสเปิดประตูบ้าน เพื่อจะหลบหนีและได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าที่พยายามจะเปิดทางที่จะหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้อาวุธปืนจริงตอบโต้จนเกิดการปะทะกันเสียงดังสนั่น ส่งผลให้คนร้ายถูกวิสามัญเสียชีวิต ก่อนที่เสียงปืนได้สงบลง
จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจพบ คนร้ายเสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ นายมุสลิม เจะเมาะ อายุ 26 ปี ชาว อ.ยะหา จ.ยะลา ส่วนอีก 1 รายไม่ทราบชื่อ อยู่ระหว่างตรวจตัวบุคคลว่าเป็นใคร ข้างศพคนร้ายพบอาวุธปืน ขนาด 9 มม.และ ขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก และระเบิดแบบไปป์บอ จำนวน 1 ลูกตกอยู่ข้างตัวของทั้งสองศพ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการตรวจสอบพบว่า นายมุสลิม เจะเมาะ อายุ 26 ปี หนึ่งในคนร้ายที่เสียชีวิตมีหมายจับคดีความมั่นคง 1 หมาย เหตุลอบ จ.ส.ท.จุลชำติ บุญชู เสียชีวิต ในพื้นที่ ม.4 อ.โคกโพธิ์ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.66 ขณะที่ ศพคนร้ายอีกหนึ่งรายจากการถูกค้นไม่พบหลักฐานว่าเป็นใครซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้นำร่างทั้งสองส่งไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาลโคกโพธิ์และรอประสานญาติเพื่อมายืนยันอีกครั้ง ส่วนอาวุธเจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เพื่อตรวจสอบว่าเคยนำไปก่อเหตุใดมาบ้างและเชื่อว่าน่าจะเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายอีกหลายคดี
สำหรับการปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการขยายผลจากพยานหลักฐานและการซักถามจากผู้ต้องสงสัยจากเหตุลอบวางระเบิดและลอบยิงเจ้าหน้าที่ จนทำให้รู้เบาะแสแหล่งหลบซ่อนตัว จึงทำให้เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นหวังจะจับกุม แต่คนร้ายพยายามขัดขืนและต่อสู้จนเกิดการยิงปะทะกันขึ้น ก่อนที่คนร้ายจะถูกวิสามัญเสียชีวิตดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผลตรวจปลอกกระสุนยิงใส่จุดตรวจบูเก๊ะซามี พบปืน 10 กระบอก ใช้ก่อเหตุ 36 คดีในพื้นที่นราธิวาส
กอ.รมน.ภาค 4 สน. เผยผลตรวจนิติวิทยาศาสตร์ เชื่อมโยงปืน 14 กระบอกพัวพัน 37 คดี พบหลักฐานโยงเหตุคาร์บอมบ์หน้า สภ.ตันหยง กับบึ้มรถชาวมาเลย์
'วันนอร์' ชี้ 'ยาเสพติด-สินค้าเถื่อน' อาจมีส่วนทำไฟใต้ไม่สงบ หนุนรัฐพูดคุยควบคู่ปราบปราม
‘วันนอร์’ ชี้ ดับไฟใต้ต้องพูดคุยควบคู่ปราบปราม ระบุ ประกาศใช้กฎอัยการนราธิวาส เป็นเรื่องฝ่ายปฏิบัติประเมิน บอกยาเสพติด-สินค้าเถื่อน อาจมีส่วนทำให้ไม่สงบ
'กอ.รมน.ภาค4สน.' ออกแถลงการณ์ ยันบังคับใช้กม.ตามหลักสากล ขออย่าหลงเชื่อข้อมูลบิดเบือน
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
รมว.กลาโหม ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด
รมว.กลาโหม พร้อม เสธ.ทบ. ลงพื้นที่นราธิวาส ติดตามสถานการณ์เหตุความไม่สงบ ย้ำเร่งจับผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ดูแลกำลังพลและประชาชนเต็มกำลัง พร้อมเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วและสมเกียรติ
กอ.รมน. เตือนประชาชนหยุดแชร์ข่าวปลอม วิสามัญโจรใต้ดับ 3 ศพ ไม่เป็นความจริง
รองโฆษก กอ.รมน. ภาค 4 สน. เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อหรือแชร์ข่าวปลอม ย้ำตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการ ก่อนส่งต่อ
ผบ.ทบ. ลงพื้นที่นราธิวาส สั่งปรับแผนการปฏิบัติ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย
ผบ.ทบ.ลงพื้นที่นราธิวาส ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ฉก.ทพ.45 และ ฉก.ตร.น.ธ.93 ย้ำดูแลกำลังพล กำชับนำบทเรียนจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปทบทวนและปรับแผนการปฏิบัติ พร้อมยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด


