ในหลวง พระราชินี พระบรมวงศานุวงศ์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร 7 วัน ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ โปรดเกล้าฯ พิมพ์หนังสือการประดิษฐานพระโกศ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา
17 มิถุนายน 2569 - เวลา 17.14 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี โดยเสด็จในการนี้ด้วย
การนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
ครั้นเสด็จฯ ถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศ เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระศพถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาชัย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำวันประสูติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ ประทับพระราชอาสน์
เจ้าหน้าที่อารธนาพระปริตร พระสงฆ์ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์ จบถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ที่จะถวายพระธรรมเทศนาขึ้นนั่งยังธรรมมาสน์ และพระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถา ขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทายเจ้าพนักงานพระราชพิธี เชิญไปตั้งที่โต๊ะข้างธรรมมาสน์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ที่หน้าพระโกศสำหรับพระศพทรงธรรม ทรงกราบ ทรงศีล
สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา "ฉัตโตปมกถา" จบ ลงมานั่งยังอาสน์สงฆ์ เสด็จฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าพระสงฆ์สวดธรรมคาถา ประทัปพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถาแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ประทับพระราชอาสน์ เจ้าพนักงานลาดพระภูษาโยง เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตรถวายพระสงฆ์ที่ถวายพระธรรมเทศนา และพระสงฆ์ที่สวดธรรมคาถา ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์สดับปกรณ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา ออกจากพระที่นั่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงกราบ ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ผ่านพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชการผู้มาเฝ้าฯ ไปทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชากระบะมุกที่หน้าเตียงพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมด้านตะวันออก และด้านตะวันตก พระที่นั่งพิมานรัตยา ทรงคม ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปถวายราชสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมควรแก่เวลา จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต
ในโอกาสนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พิมพ์หนังสือการประดิษฐานพระโกศ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง แก่ผู้มาร่วมงาน เนื่องในโอกาสทรงบำเพ็ญพระราชกุศล สัตตมวาร ( 7 วัน) พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวชิรราชธิดา
ทั้งนี้ วันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (7วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร 100 วัน 'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ'
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (100วัน) พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา พระบรมมหาราชวัง
มท.1 กำชับผู้ว่าฯทั่วประเทศ วางแผนต่อเนื่อง งานถวายพระเพลิง 'พระพันปีหลวง-เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย นายวรศิษฏ์ เสียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายชัชชาติ สิทธิ์พันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรการสอนภาษา-หัตถกรรมไทย ม.ฮานอย ก่อนเสด็จฯ กลับไทย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ โรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายเวียดนาม และคณะผู้ตามเสด็จถวายงานฝ่ายไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานของที่ระลึก ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ตามคำทูลเชิญของนายโต เลิม (Mr. To Lam) เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ระหว่างวันที่ 14 – 16 กันยายน 2569
ในหลวง พระราชินี ทรงวางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรชนผู้เสียสละบั๊กเซิน และสุสานโฮจิมินห์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมแฟร์มอนต์ กรุงฮานอย (Fairmont Hanoi) โรงแรมที่ประทับ ไปทรงวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์วีรชนและผู้เสียสละบั๊กเซิน (Bac Son Martyrs’ Monument
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภาเวียดนาม
ในหลวง พระราชินี ทรงร่วมพิธีรับเสด็จอย่างเป็นทางการ ณ อาคารรัฐสภา เวียดนาม ทอดพระเนตรการสวนสนามของกองทหารเกียรติยศ ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประธานาธิบดีเวียดนาม
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินพระที่นั่ง ถึงยังท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย (Noi Bai International Airport) กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยทรงทำการบินด้วยตนเอง ถือเป็นการเริ่มต้นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ

